ข่าว

'ผบ.ตร.'สั่งรับมือม็อบกปปส.ชุมนุมใหญ่

'ผบ.ตร.'สั่งรับมือม็อบกปปส.ชุมนุมใหญ่

13 ก.พ. 2557

'ผบ.ตร.' สั่งเตรียมพร้อมกำลังพล รับมือม็อบกปปส.ชุมนุมใหญ่ 14-16 ก.พ.นี้ ย้ำไม่ใช้กำลังกับผู้ชุมนุม

 

                       13 ก.พ.57 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. กล่าวสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ว่า สถานะการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ยังคงเดิมไม่มีการขยายพื้นที่แต่อย่างใด ส่วนการปิดสถานที่ราชการก็ยังคงปิดที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ, กระทรวงพลังงาน, กรมการขนส่งทางบก, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงพานิชย์ เช่นเดิม โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมามีกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้านประมาณ 500 คน เคลื่อนไหวอยู่หน้ากระทรวงมหาดไทย เพื่อเรียกร้องขอพื้นที่กระทรวงมหาดไทยคืนจากกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ยังไม่มีการปะทะเกิดขึ้น ส่วนอีกกลุ่มเป็นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ประมาณ 100 คน ชุมนุมอยู่ด้านหน้าศรส. ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อเรียกร้องขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของผู้ค้าขาย ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม โดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ ศรส. ได้ออกมารับหนังสือเพื่อนำไปแก้ไขต่อไป

                       พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การชุมนุมใหญ่ของ กปปส. ในวันที่ 14-16 ก.พ. ถือเป็นการยกระดับการชุมนุมครั้งที่ 6 โดยกลุ่ม กปปส. ใช้ชื่อว่า "บอกรักประเทศไทย" โดย ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมกำลังพล และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยเน้นย้ำมาตราการเดิมคือไม่ใช้กำลังกับผู้ชุมนุม เน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนทุกกลุ่ม และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

                       ด้าน พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงสถานะภาพอาชญากรรม โดยผลการรับแจ้งและผลการจับกุมคดีต่างๆ พบว่าในช่วงวันที่ 1-10 ก.พ.ที่ผ่านมา คดีกลุ่มที่ 1-4 มีการรับแจ้งลดลง โดยเฉพาะคดีกลุ่มที่ 5 ซึ่งเป็นคดีความผิดต่อรัฐมีผลการจับกุมลดลง ส่วนคดีอาวุธปืน คดียาเสพติด มีผลการจับกุมที่ลดลงเช่นกัน ขณะที่ภาพรวมคดีประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายโดยเฉพาะคดีฆ่าผู้อื่นยังคงเกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฏร์ธานี ซึ่งกลุ่มจังหวัดเหล่านี้เป็นพื้นที่ที่มีสถานะการณ์ด้านความมั่นคงรวมทั้งเป็นพื้นที่ที่มีการครอบครองอาวุธปืนผิดกฏหมาย เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดอาชญากรรมสูงขึ้น

                       ส่วนความผิดเกี่ยวกับทรัพย์เกิดมากในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ปริมณฑล เนื่องจากมีประชากรอยู่หนาแน่น ส่วนคดีที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นกับร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ โดยมีการเกิดขึ้นกับธนาคาร 1 แห่ง ร้านสะดวกซื้อ 2 แห่ง ยังจับตัวผู้กระทำความผิดไม่ได้ กรณีดังกล่าวนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับในที่ประชุมให้แต่ละหน่วยเร่งรัดดำเนินการกวาดล้างอาชญากรรม และดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มเป้าหมายต่างๆ โดยเฉพาะให้ดำเนินการตรวจสอบในกรณีที่มีร้านค้าของเก่าที่กระทำผิดกฎหมาย นอกจากนี้ในเรื่องของการปล่อยปะละเลยเกี่ยวกับเรื่องอบายมุข บ่อนการพนันต่างๆ แม้ว่าช่วงนี้จะมีสถานะการณ์การชุมนุมก็ตาม ได้กำชับให้เร่งรัดติดตามและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการค้ามนุษย์ให้เข้มงวดกวดขันอย่าให้มีในพื้นที่