
'รบ.'โยนกฤษฎีกาดูพรฎ.ลต.ใหม่
รัฐบาล ยังไม่โอเคออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ ตามที่ กกต.เสนอ โยนกฤษฎีกาศึกษารายละเอียดก่อน ขณะที่ กกต.เปิดลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ส.ว. 17-28 ก.พ.นี้
13 ก.พ. 57 เมื่อเวลา 11.00 น. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหนังสือถึงรัฐบาลเกี่ยวกับ 28 เขตเลือกตั้งที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่สามารถไปสมัครได้ โดยกกต.ได้แสดงความคิดเห็น โดยประเด็นแรก ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวมีปัญหาเกี่ยวกับกกต.จะไปออกประกาศหรือวางระเบียบเองจะทำได้หรือไม่ ซึ่งกกต.ยังได้พูดถึงการตราพระราชกฤษฎีกาใหม่ที่อาจเป็นปัญหาขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา108 ที่ระบุว่า "วันเลือกตั้งต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร" อีกทั้งการตราพระราชกฤษฎีกาใหม่อาจมีปัญหาในกฎหมายอื่น
"ซึ่งฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล ผม และนายวราเทพ รัตนากร และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่ามีปัญหาในกฎหมายอื่นรวมเข้ามาอยู่ด้วย เช่น รัฐธรรมนูญมาตรา 104 กำหนดว่า อายุของสภาผู้แทนราษฎร มีกำหนดครั้งละ 4 ปี นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ดังนั้นหากการเลือกตั้งมีหลายวันก็จะมีปัญหาทางกฎหมายเพิ่มขึ้น"
รองนายกฯ กล่าวอีกว่า กกต.มีการเสนอว่าหากกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งเพิ่มเติมใน 28 เขตเลือกตั้ง คือต้องทำโดยการตราพระราชกฤษฎีกาใหม่ โดยกกต.มีความเห็นว่า สมควรตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการลงคะแนนการเลือกตั้งใน 28 เขตเลือกตั้ง และกำหนดให้กกต.มีอำนาจในการกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งเพิ่มเติม กำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ รวมถึงการประกาศยกเว้น การจัดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร ซึ่งเรื่องดังกล่าวรัฐบาลได้มีการหารือเพื่อให้เกิดความรอบคอบ และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปศึกษาและพิจารณาเหตุผลต่างๆ ในหนังสือของกกต.ที่ทำมาถึงรัฐบาลอย่างถี่ถ้วน
"ในวันจันทร์ที่17 ก.พ. กกต.ได้เชิญบุคคลหลายฝ่ายรวมทั้งผมและนายวราเทพ เพื่อหารือและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการจัดการเลือกตั้ง เมื่อจะมีหลายฝ่ายได้มาแสดงความคิดเห็นก็เชื่อว่าน่าจะได้เหตุผลต่างๆ ทั้งแง่ของกฎหมายและข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รัฐบาลก็เชื่อว่าจะได้ข้อมูลจากการหารือประกอบกับผลที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปศึกษา โดยจะนำมาหารือกันอีกครั้งในวันอังคารที่ 18 ก.พ."
นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นจากการศึกษาและค้นคว้าข้อกฎหมายของกฤษฎีกา สิ่งที่เห็นคือในพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ถ้าเป็นการเลือกตั้งกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรครบวาระ ผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานั้นมีแต่ประธานกกต.เพียงผู้เดียว การเลือกตั้งซ่อมไม่ว่าจะเป็นเลือกตั้งส.ส.หรือ ส.ว. ผู้รักษาการคือประธานกกต.แต่ผู้เดียว อย่างเช่นการเลือกตั้งส.ว.ในเดือนมีนาคมนี้ ผู้รักษาการก็คือประธานกกต. ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าอำนาจในการจัดการเลือกตั้งเป็นเรื่องของประธานกกต. มีกรณีเดียวที่นายกรัฐมนตรีไปเป็นผู้รักษาการด้วย คือในพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งทั่วไป นั่นหมายถึงการยุบสภา
ด้านนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พระราชกฤษฎีกาเป็นกฎหมายรองที่ออกตามรัฐธรรมนูญหรือพระราชบัญญัติ ซึ่งพระราชกฤษฎีกาจะต้องมีผู้ลงนามหรือผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งต่างจากผู้รักษาการ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือนายกรัฐมนตรี เพราะพระราชกฤษฎีกาออกโดยฝ่ายบริหารซึ่งหัวหน้าฝ่ายบริหารคือนายกฯ ที่จะต้องเป็นผู้ลงนาม แต่ในตัวพระราชกฤษฎีกา จะมีมาตราต่างๆ ระบุไว้อย่างชัดเจน มาตราที่สำคัญมาตราหนึ่ง คือมาตราที่เกี่ยวข้องที่กำหนด "การมีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกา" คือ พระราชกฤษฎีกาที่ให้มีการเลือกตั้งจะมีในสองกรณี คือ 1. หากมีการยุบสภา ถือเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญไม่ว่าฉบับไหน เพราะอำนาจการยุบสภาขึ้นอยู่กับนายกฯ ดังนั้นนายกฯจึงต้องเป็นผู้รักษาการ ร่วมกับประธานกกต.ทุกครั้ง หากมีการยุบสภา แต่ 2. หากไม่ได้เกิดจากการยุบสภา อย่างเช่น การเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ.2548 เมื่อรัฐบาลพรรคไทยรักไทยครบวาระ การเลือกตั้งครั้งนั้นผู้รับสนองพระราชกฤษฎีกาเป็นายกรัฐมนตรี แต่ผู้รักษาการคือประธานกกต.เพียงผู้เดียว ไม่มีนายกฯอยู่ในรักษาการ หรือการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2550 ที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้้ง นายกฯเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แต่ผู้รักษาการไม่มีนายกฯเช่นกัน มีแต่ประธานกกต.เท่านั้น
"แต่ที่ผ่านมามีการเข้าใจผิดว่า เมื่อมีการเลือกตั้งนายกฯจะต้องเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งในข้อเท็จจริงนายกฯจะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเพียงเหตุเดียว คือ เมื่อมีการยุบสภาฯ อำนาจในการจัดการเลือกตั้งเมื่อมีการออกพระราชกฤษฎีกาแล้วเป็นอำนาจของประธานและกรรมการการเลือกตั้ง"
นายวราเทพ กล่าวปฏิเสธว่า ธงของรัฐบาลไม่ใช่ว่าเราจะปฏิเสธข้อเสนอและความคิดเห็นของกกต.ทั้งหมดขึ้นอยู่กับกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ซึ่งทุกอย่างต้องทำให้เกิดความถูกต้อง และทางกกต.เองจากที่เราได้อ่านหนังสือที่ส่งมาก็มีความพยายามที่จะบอกว่าหากความเห็นไม่ตรงกันก็จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย รัฐบาลจึงยังไม่อยากบอกว่าควรไปถึงศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ คงต้องรอดูความเห็นของกฤษฎีกาให้รอบคอบก่อน รวมถึงการหารือในวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. จากนั้นจะนำมาพิจารณาอีกครั้ง
"หนังสือที่กกต.ส่งมาให้รัฐบาลยังมีข้อมูลที่บอกว่าอาจจะทำไม่ได้ หรือบางกรณีก็ขอให้รัฐบาลนำเรื่องไปพิจารณาด้วย เป็นเรื่องกึ่งๆ ที่อาจจะยังไม่แน่นอน ซึ่งวันจันทร์นี้เราก็คงไปรับฟังและชี้ให้เห็นถึงข้อกฎหมายบางอย่างที่อาจจะขัดรัฐธรรมนูญ แต่ผลศึกษาของกฤษฎีกาคงยังไม่สามารถนำเข้าไปพิจารณาร่วมด้วยได้"
กกต.เปิดลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ส.ว. 17-28 ก.พ. นี้
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไปซึ่งจะครบวาระในวันที่ 1 มี.ค. 57 ว่า ที่ประชุม กกต. ได้มีมติเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ... ซึ่งกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 30 มี.ค. 57 เป็นวันเลือกตั้ง โดยจะเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 4-8 มีนาคม 2557 และลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ในวันอาทิตย์ที่ 23 มี.ค. 57
นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีความประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด สามารถยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง ได้ตั้งแต่วันที่17-28 ก.พ. 57 ในกรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เคยลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดไว้แล้ว ในการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา ไม่ต้องยื่นคำขอใหม่ แต่หากต้องการกลับไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน จะต้องยื่นคำขอยกเลิกการลงทะเบียน โดยขอรับแบบคำขอลงทะเบียนและยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นในจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ด้วยตนเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ หรือมอบหมายผู้อื่นไปยื่นแทนซึ่งจะต้อง แนบหลักฐาน เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่มีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้ ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th



