
'เฉลิม'ชี้ม็อบกปปส.มีแค่4พัน
'เฉลิม' ชี้ม็อบกปปส.มีแค่ 4 พันเศษ มั่นใจชาวนาไม่เข้าร่วม ซัดจัดฉากขอเงินบริจาคชุมนุมใหญ่ 14-16 ก.พ. ยันไม่ประมาท เข้าใจ 'คนเสื้อแดง' โจมตีเพราะไม่จับ 'สุเทพ'
13 ก.พ.57 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ปราศรัยว่า มีเบาะแสเรื่องตู้ม้าที่ให้ “เสี่ยเหลียง” ทำเงินให้วันละ 2 ล้านบาทว่า ตนเป็นคนพุทธ แขวนพระ ถ้าสิ่งที่นายสุเทพพูดเป็นเรื่องจริง ก็ขอให้ตนพบความวิบัติหายนะ ถ้านายสุเทพเอาเรื่องเท็จมากล่าวหา ก็ให้นายสุเทพประสบความหายนะ ซึ่งก็ใกล้วิบัติแล้ว ส่วนที่นายสุเทพบอกว่าตนอย่าหนี ตนไม่หนีไปไหน ไม่มีเรื่องอะไรที่จะหนี นอกจากนี้ตนสะใจและคิดไม่ถึงว่านายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย จะเก่งขนาดนี้จากการวิเคราะห์คำนวนเงินบริจาค การเดินขบวนของนายสุเทพ ซึ่งนายชูวิทย์ ได้คำนวณอย่างละเอียด ซึ่งตนมองว่าเป็นการจัดฉากนานแล้ว โดยการนำเงินไปฝากไว้กับพรรคพวก ส.ก.-ส.ข. ของพรรคประชาธิปัตย์ไว้ก่อน คนไทยไม่ร่ำรวยถึงขนาดบริจาคให้นายสุเทพวันหนึ่งเป็นสิบปี๊บ และจากการที่นำจดหมายที่เขียนถึงกปปส.มาอ่านบนเวทีนั้น จิตแพทย์เขาบอกว่าเป็นคนไม่มีทางไป และไม่มีอะไรจะขึ้นพูดแล้ว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ชุมนุมจากทุกเวทีอยู่ที่ 4,000 คนเศษ ก่อนนายสุเทพปราศรัยมี 800 คน พอขึ้นเวทีก็เพิ่มขึ้นมาประมาณ 1,500 คน นอกจากนี้มีรายงานจากจ.สุราษฎร์ธานี ว่า รถบัสจอดอยู่สองคัน คนยังมาไม่เต็ม จบแล้ว ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 12 ก.พ. นายสุเทพก็ไปนอนที่โรงแรมคอนติเนนตัล เพราะโรงแรมดุสิตธานีเดือดร้อน และตนขอฟันธงว่าชาวนาอาจจะน้อยใจรัฐบาลบ้าง ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีก็พยายามที่จะช่วยเหลือ แต่ถึงขนาดเข้าข้างกปปส.ล้มรัฐบาลนั้น ชาตินี้ไม่มี ชาติหน้าก็ไม่มี เพราะชาวนาเกลียดพรรคประชาธิปัตย์ แต่อาจจะมีบ้างที่เข้าร่วมไปห้ามไม่ได้ ส่วนการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกปปส.ในวันที่ 14-16 ก.พ. นั้นเราไม่ประมาท และระมัดระวัง ทั้งนี้ศรส.ได้ติดตามแกนนำกปปส.ทุกคน แต่อาศัยอยู่ม็อบถ้าเข้าไปก็ทะเลาะกัน คนก็หาว่ารุนแรง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการเนรเทศนายสาธิต เซกัล แกนนำกปปส. ว่า ไม่ใช่เรื่องของตน หากมีความเห็นไม่เนรเทศ ก็ให้เสนอมา ตนไม่เคยระบุว่าจะเนรเทศ บอกเพียงว่าเขามีเรื่องเนรเทศ แต่เรื่องยังไม่ถึงตน ส่วนเรื่องที่ปราศรัยว่าการเนรเทศติดขัดอยู่ที่ขั้นตอนของกระทรวงมหาดไทยนั้นไม่ใช่ความบกพร่องของศรส. ซึ่งศรส.ทำอย่างรอบคอบ เราจะทำตามใจไม่ได้ ถ้าหากเสนอมาแล้วไม่รอบคอบตนก็ไม่เซ็นอนุมติ นายสาธิตจะอยู่หรือไม่อยู่ประเทศไทยตนก็ไม่ได้อะไร แม้อำนาจในพ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ที่ตน แต่เรื่องยังไม่มา รวมทั้งกรณีดำเนินเนินการกับท่อน้ำเลี้ยงตนก็ไม่เคยดู เพราะกลัวถูกครหาให้เป็นเรื่องที่ป.ป.ง กับดีเอสไอ ดำเนินการ ทั้งนี้ตนพยายามใช้ระบบทำงาน ไม่ใช้อำนาจผอ.ศรส. ให้แต่ละฝ่ายว่าไป และขั้นสุดท้ายตนตัดสินใจ ส่วนกรณีที่พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะหมดอายุในเดือนมี.ค.นั้น ต้องอยู่ที่คณะรัฐมนตรีในการตัดสินใจ
ผู้สื่อข่าวถามในฐานะที่เล่นการเมืองมานานมองว่าขณะนี้รัฐบาลหวั่นองค์กรอิสระหรือกปปส. มากกว่ากัน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า" กปปส. ไม่มีอะไร ขนมโก๋ พวกที่หนุนเรื่องการเงินเลิกให้ คนอย่างนายสุเทพไม่ใช้เงินตัวเอง ส่วนองค์กรอิสระ ตนประเมินไม่ได้ นั่นน่ากลัวกว่าแม่นาคพระโขนงอีก ตนนอนไม่หลับสวดมนต์ไหว้พระ อยากให้องค์กรอิสระตกใจตื่น หันมาเมตตาบ้าง ทั้งนี้มองว่าการเมืองบ้านเราไม่มีอะไร แต่บางคนมันติดนิสัย พอมีข่าวจะมีรัฐบาลพิเศษ พวกนี้ก็ออกมา เพราะอยากมีตำแหน่ง ถ้าอยากเป็นใหญ่ทำไมไม่ลงเลือกตั้ง"
เมื่อถามถึงกรณีที่ กกต.จะกำหนดวันลงคะแนนใหม่ทดแทนการเลือกตั้งล่วงหน้าที่เสียไปในวันที่ 20 เม.ย.ว่า ให้เป็นรื่องของพรรคเพื่อไทย ตนดูแลศรส. เขาใช้เรื่องนี้ไปรู้มากเดี๋ยวถูกขับออกจากพรรค ส่วนกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.แสดงความไม่พอใจถึงบทบาทของศรส. นั้นไม่เป็นความจริง ตนโทรคุยกับนายจตุพร แล้ว อย่างไรก็ตามต้องเห็นใจคนเสื้อแดงที่โกรธตน ว่าทำไมไม่นำกำลังไปบุกจับนายสุเทพ เพราะนายสุเทพเคยใช้ความรุนแรงไว้กับพวกเขา แต่ปัจจัยเกื้อหนุนนั้นไม่เหมือนกัน
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกระแสข่าวศรส.ใช้งบค่าอาหารวันละ 5 แสนบาท ว่า ข่าวที่ไหน ตนกินเหมือนนักข่าวทุกอย่าง ไม่มีหรอกบาปกรรม พูดเรื่อยเปื่อยต้องตบปาก ตนกินก๋วยเตี๋ยวชามเดียวทุกวัน เป็นเด็กวัดเก่ากินง่าย มื้อละ 5 แสนบาทถือว่าบ้าเจ็ดชั่วโคตร



