
'สุเทพ'เย้ย'ชูวิทย์'มีค่าเท่า'เฉลิม'
'สุเทพ'เย้ย'ชูวิทย์'มีค่าเท่า'เฉลิม' ชอบหากินกับน้ำตาคนอื่นมาตลอด นัด 14 ก.พ.บอกเลิก 'ปู' อวยพรไปที่สุขที่ชอบ ปูดศรส.จ่อสลาย3เวที-จับแกนนำ
เมื่อเวลา 12.02 น. วันที่ 13 ก.พ. 57 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ขึ้นปราศรัยเวทีกปปส.สีลม กล่าวถึงกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาระบุว่าที่กปปส.ไปเดินขบวนและได้เงินบริจาคหลายล้านบาทนั้น เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ ตนอยากบอกว่าสติปัญญานายชูวิทย์ เหมือนกับ ร.ต.อ.เฉลิม และคนอย่างนายชูวิทย์ ไม่เคยเห็นความดีของคนที่เห็นใจมนุษย์ด้วยกัน คนอย่างชูวิทย์ มีแต่หากินกับน้ำตาคนอื่นมาตลอด
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า พรุ่งนี้ (14 ก.พ.) มีงานสำคัญเป็นวันบอกรักประเทศไทย เพื่อแสดงพลังการบอกรักประเทศไทย ชุมนุมกันวันที่ 14-16 ก.พ. ซึ่งการแสดงออกควบคู่ไปกับการประกาศให้โลกรู้ว่า เราแสดงความเป็นเจ้าของประเทศ และแสดงความรับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศนี้ ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของตระกูลชินวัตร โดยในทุกเวทีจะให้ประชาชนได้แสดงออกต่อความรักที่มีต่อประเทศไทย มีกรรมการเวทีต่างๆ จัดกิจกรรม ที่สำคัญจะประกาศให้โลกรู้ว่าคนไทยจะไม่นิ่งเฉยไม่ให้ใครทำปู้ยี้ปู้ยำกับประเทศไทยอีกต่อไป และบอกเลิก น.ส.ยิ่งลักษณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และบอกเลิกระบอบทักษิณให้หยุดลงเพียงแค่นี้ รวมถึงให้อวยพรให้ไปดี ให้ไปที่สุขที่ชอบ อย่าได้มีเวรกรรมต่อกันและกัน
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ที่ต้องบอกเลิกเพราะทำให้ประเทศเสียหาย ทำให้ให้ประชาชนและชาวนาน้ำตาตก ที่ต้องฆ่าตัวตาย เพราะการกระทำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ และคนในระบอบทักษิณ จากนี้เลิกคือเลิกไม่ต้องมาเจรจา มีการแบไต๋ผ่านสื่อมาแล้วว่าทุกอย่างอยู่ที่การเจรจาก็ไม่จริง ถ้าทักษิณ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกไปทุกอย่างจบ ระบอบทักษิณจะหมดไป แล้วตั้งรัฐบาลของประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย และไม่มีผลประโยชน์ทางการเมือง โดยจะอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น มาอย่างเป็นกลางเพื่อวางระบบของประเทศ ป้องกันคนชั่วไม่ให้มาปกครองบ้านเมือง ให้ประชาชนเข้ามาปกครองบ้านเมืองในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังงหวัด หรือแก้โครงสร้างตำรวจ เป็นต้น
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ครั้งนี้จะเป็นการยกระดับการต่อสู้อีกระดับโดยใช้วาระเทศกาลวาเลนไทน์แจ้งให้ทราบ และวันนี้จะเป็นวันครบ 1 เดือนที่เราปิดกรุงเทพฯมาแล้ว 1 เดือนเต็มๆ ไม่มีประเทศไหนที่รัฐบาลหน้าหนาแบบนี้ ซึ่งเมื่อวาน (12 ก.พ.) ก็ไปกรมป่าไม้หลังจากทราบว่า นายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการรองนายกฯไปแอบทำงานที่นั้น ส่วนที่กระทรวงมหาดไทยก็มีสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ (สรส.) ก็ยังเฝ้ากระทรวงไว้อยู่ แต่ถ้าจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปก็จะมีหน่วยเคลื่อนที่ไปทันทีเพื่อช่วยคอยเฝ้าระวัง ทั้งนี้ การปิดกรุงเทพฯเพื่อไม่ให้ข้าราชการเป็นเครื่องมือระบอบทักษิณอีกต่อไป จนกลายเป็นรัฐบาลที่ล้มเหลวอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่เจตนาให้คนกรุงเทพฯเดือนร้อนและต้องขอโทษด้วย ขอให้ถือว่าเสียสละเพื่อประเทศไทย
นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า ตราบใดที่จับไม่ได้ก็จะสู้ไปเรื่อยๆ จะกล่าวหาข้อกฎหมายกี่ข้อไม่หนีไปไหน จะกี่คดีรับหมด และจะสู้คดีจนกว่าศาลจะพิจารณา โดยเรื่องที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) จับตัวนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ก็จะสู้คดี แต่ศรส.ก็ลุแก่อำนาจที่ตามไปค้นบ้านนายสนธิญาณ ไปแบบโจรทั้งที่คนในบ้านก็อาศัยอยู่ ไม่มีกองกำลังติดอาวุธ ก็เจอแค่วิทยุสื่อสาร และเสื้อกันกระสุน หรือภาพวงจรปิดตามที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บอกไว้ว่าตัดต่อ จึงเป็นเรื่องทำเกินกว่าเหตุ และเราจะเตรียมดำเนินดคีนายธาริตให้กับภรรยาของนายสนธิญาณ
นายสุเทพ กล่าวว่า ทั้งนี้ การชุมนุมโดยสงบ แต่มีผลจากการทำร้ายของฝ่ายรัฐบาลได้ตายไปหลายคน และบาดจำนวนมาก ตั้งแต่เหตุที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 56 เป็นต้นมา และตำรวจก็จับคนร้ายไม่ได้ ทั้งที่มีภาพวิดิโอชัดเจน ที่สำคัญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เคยแสดงความเสียใจการตายของประชาชน รวมถึงชาวนาก็บอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ รักลูก คนอื่นก็รักลูกตัวเองเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่า น.ส.ยิ่งลักกษณ์ จะฟังรู้เรื่องหรือไม่ ขณะเดียวกันรัฐบาลยังค้างเงินชาวนา 1.3 แสนล้านบาท แล้วไม่ยอมรับผิด ถ้ากปปส.ไม่ออกมาประท้วงจนยุบสภา รัฐบาลก็ไปทำสัญญาให้ประเทศเป็นหนี้อีก ซึ่งโครงการนี้ตระกูลชินวัตรก็โกงกันเป็นแสนๆ ล้าน
ปูดศรส.จ่อสลาย3เวที-จับแกนนำ
ต่อมาเวลา 19.30 น. นายสุเทพ ขึ้นปราศรัยที่เวทีราชประสงค์ว่า วันที่ 14-16 กุมภาพันธ์นี้ เรานัดชุมนุมใหญ่เพื่อบอกรักประเทศไทย บอกเลิกยิ่งลักษณ์ และบอกเลิกระบอบทักษิณให้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามตนได้รับข่าวไม่ค่อยดีว่า วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ศรส.นัดผู้สื่อข่าว เวลา 06.00 น. ให้พร้อมกันที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยบอกว่าจะมีข่าวใหญ่พาดหัวแน่นอน ซึ่งข่าววงในจากวงการตำรวจแจ้งว่า จะมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพนักงานสอบสวนทุกโรงพัก โดยสั่งให้ทุก สน.เอารถกระบะไปด้วย ซึ่งตนสันนิษฐานว่า จะมีการปราบปรามประชาชน แต่เชื่อว่าเวทีอโศก ราชประสงค์ สีลม ปทุมวัน ไม่กล้ามาสลายเพราะคนเยอะ คาดว่าเป้าหมายมี 3 แห่ง คือ 1.กระทรวงมหาดไทย 2.เวทีกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) และ 3.เวทีแจ้งวัฒนะ ของหลวงปู่พุทธะอิสระ
"ขอให้ทุกเวทีเตรียมพร้อมไว้ ถ้ามีการบุกสลายที่ไหนให้ขึ้นรถไปช่วยเหลือกันทันที แต่ถ้าไม่ไป 3 แห่งนี้ มันก็คงเล็งจับกุมแกนนำคนใดคนหนึ่ง ดังนั้น ขอให้การ์ดเตรียมพร้อมไว้เช่นกัน และ 14 กุมภาพันธ์นี้ ยิ่งลักษณ์จะไปไหว้พระที่วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา เผื่อเกิดเหตุปะทะจะได้อ้างว่าไม่อยู่ แต่คุณจะพ้นบาปไปไม่ได้ เพราะการฆ่ามนุษย์เป็นบาปสูงสุด ถ้าลูกน้องคุณมาทำร้ายประชาชน คุณหนีไม่พ้นเป็นนายกฯมือเปื้อนเลือด พระที่ไหนก็ล้างเลือดจากมือและหัวใจคุณไม่ได้" นายสุเทพกล่าว
รอเช็กขุมกำลัง-ขู่ปราบ"ลุกเป็นไฟแน่"
นายสุเทพ บอกด้วยว่า จะรอเช็กกำลัง 14-16 กุมภาพันธ์ ว่ากำลังมวลมหาประชาชนแข็งแรงขนาดไหน ถ้าเราพร้อม ชาวนารุก เราลุยเลย และขอเตือนยิ่งลักษณ์ และเฉลิมว่า พรุ่งนี้วันมาฆบูชา ถ้าปราบปรามประชาชนแล้วมีคนบาดเจ็บ ล้มตาย จะลุกเป็นไฟแน่ และพวกคุณจะหนีไม่พ้นแน่นอน
นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ยื่นฟ้องศาลแพ่ง เพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า หลังจากวันนี้ศาลแพ่งไต่สวนพยานเสร็จแล้ว ได้มีคำสั่งนัดฟังคำพิพากษา 19 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 15.00 น.
อัยการไม่อนุญาต 'สุเทพ' ขอเลื่อนพบครั้งที่ 4
ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีวันนี้ (13 ก.พ) ครบกำหนดนัดให้นายสุเทพ ผู้ต้องหาร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กระทำผิดฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่า จากกรณีออกคำสั่ง ศอฉ. ขอคืนพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม นปช. มาพบอัยการเพื่อนำตัวยื่นฟ้องศาลอาญา ว่า วันนี้ทนายความของนายสุเทพ ได้นำหนังสือที่นายสุเทพ แจ้งเหตุเดิมในการดูแลมวลชนเคลื่อนไหวทางการเมืองขอเลื่อนนัดออกไปอีก 1 เดือน โดยจะขอมาพบอัยการในวันที่ 13 มี.ค. มาเสนอให้ตนเพื่อพิจารณา แต่ตนได้แจ้งทนายความทราบแล้วโดยยืนยันว่า ไม่อนุญาตให้เลื่อนอีก และจะต้องนำตัวมาดำเนินคดี เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ก.พ.มีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนแล้วครั้งหนึ่ง เพราะอัยการได้ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ ไปก่อนแล้วและศาลอาญา นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 24 มี.ค.นี้
นายนันทศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้อัยการ จะทำหนังสือแจ้งถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ ภายในสัปดาห์หน้า ให้ดำเนินการติดตามตัวนายสุเทพ มาส่งให้อัยการ ยื่นฟ้องคดี ซึ่งก็ต้องดำเนินการติดตามตัวโดยเร็วเพื่อนำตัวยื่นฟ้องคดีให้ทันภายในกำหนดอายุความ 20 ปี โดยพนักงานสอบสวนดีเอสไอ สามารถที่จะพิจารณาออกหมายเรียกหรือหมายจับได้ตามขั้นตอนต่อไป แต่หากขณะนี้ยังไม่สามารถติดตามตัวนายสุเทพยื่นฟ้องศาลได้ก็จะดำเนินกระบวนการพิจารณาในส่วนของนายอภิสิทธิ์ ที่ฟ้องศาลไปก่อนหน้านี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การขอเลื่อนนัดพบอัยการของนายสุเทพ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 แล้ว นับแต่อัยการนัดรายงานตัวเพื่อยื่นฟ้องตั้งแต่เดือน ธ.ค.
'เอกนัฏ' จวกรัฐถลุงงบค่าข้าววันละเกือบห้าแสน
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เวทีชุมนุมกปปส. แยกปทุมวัน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส. แถลงว่า ขณะนี้มีความพยายามของนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ออกมาให้ข่าวบิดเบือนเอาความเดือดร้อนของชาวนามาเป็นประเด็นทางการเมือง ทั้งที่ผ่านมารัฐบาลเพิกเฉยต่อการแก้ปัญหามาโดยตลอด ซึ่งล่าสุดนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวบิดเบือนใส่ร้ายผู้ชุมนุม กปปส.หวังผลทางการเมือง โดยยั่วยุชาวนา และพยายามสกัดกั้นไม่ให้ธนาคารปล่อยเงินกู้ให้กับรัฐบาล ซึ่งไม่เป็นความจริง การที่กปปส.ระดมเงินทุนเพื่อมาสนับสนุนให้ชาวนาไปใช้ในการฟ้องร้องเรียกค่า เสียหายจากรัฐบาล ที่ผิดสัญญาการจ่ายเงินให้กับชาวนา ไม่ได้เป็นประเด็นทางการเมืองแต่อย่างใด เพราะปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลผิดสัญญาในการจ่ายเงินให้กับชาวนา ทั้งนี้ตนขอถามว่าเหตุใดรัฐบาลจึงต้องกู้เงินหลังยุบสภาไม่กู้ก่อนที่ กปปส.จะมาชุมนุม ซึ่งเหตุที่ธนาคารไม่ยอมปล่อยให้รัฐบาลกู้เพราะเป็นการดำเนินการที่ผิด กฎหมาย ทั้งหมดเป็นการบิดเบือนไม่ใส่ใจในการแก้ปัญหาให้กับชาวนา
นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า กรณีที่ศรส.ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปค้นบ้านพักของนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม แกนนำ กปปส.ขอตั้งสังเกตว่า ไม่ได้มีการแสดงหมายค้น และเจ้าหน้าที่ไม่ได้แต่งเครื่องแบบบางส่วน ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าจะเข้าไปค้น รวมทั้งได้นำอาวุธสงครามเข้าไปทำการตรวจค้นด้วย โดยกปปส.จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่กระทำความผิด โดยจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องแกนนำ กปปส. และประชาชนที่ไม่ได้กระทำผิด ทั้งนี้ที่ศรส.ออกมาแถลงข่าวดังกล่าวก็ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงซึ่งเรามีหลัก ฐานหลายอย่างรวมทั้งจากกล้องวงจรปิดในการยืนยันข้อเท็จจริงตรงนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่เวทีแยกปทุม ตั้งแต่ช่วงเช้าผู้ชุมนุมยังดำเนินไปอย่างปกติ แม้ว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาจะมีระเบิดประทัดยักษ์ที่บริเวณสะพานหัวช้าง ใกล้ๆ กับบริเวณชุมนุม โดยบนเวที่ปราศรัยยังมีการพิธีกรเล่าข่าวประจำวัน และแจ้งข่าวสารให้กับผู้ชุมนุมรับฟังสลับกับการเล่นดนตรี ทั้งนี้มาตรการการรักษาความปลอดภัยยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด มีการตรวจตรากระเป๋าสัมภาระ และรถยนต์ที่เข้ามายังพื้นที่ชุมนุม
อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 10.00 น. นายสุเทพ ได้เดินทางเข้ามายังเวทีปทุมวัน เพื่อถ่ายแบบให้กับนิตยสารฉบับหนึ่ง โดยมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ไม่เคร่งเครียดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนที่เดินทางออกไป
เมื่อเวลา 14.50 น. ที่เวทีชุมนุมกปปส.แยกปทุมวัน นายเอกนัฏ แถลงว่า การปฏิบัติหน้าที่ของศรส. ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยข้อครหาว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นไปตามเงื่อนไขหรือไม่ รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ภายใต้ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ว่าเลือกปฏิบัติ เพิกเฉยการทำร้ายผู้ชุมนุม รวมทั้งข่มขู่คุกคามผู้ชุมุนมที่บริสุทธิ์ และวันนี้เห็นชัดเจนว่านอกจากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และไม่บังคับใช้กฎหมายเป็นธรรมแล้วก็สิ้นเปลืองงบประมาณ โดยพบว่ามีบทความ ศรส.มีค่าใช้จ่ายที่เป็นภาษีประชาชน ที่น่าเศร้าที่สุด คือ ค่าอาหารที่ใช้รับรองเจ้าหน้าที่ระดับสูง (วีไอพี) ที่ใช้พื้นที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และมีการซื้ออาหารจากโรงแรมระดับ 5 ดาว เพื่อรับรองแขกวีไอพี บางวันใช้เงินเกือบ 5 แสนบาท ซึ่งการใช้จ่ายงบประมาณแบบนี้ถือว่าฟุ่มเฟือย อยากถามนายกฯ และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศรส. ว่าขณะที่ชาวนาตกทุกข์ได้ยากหาเงินค่าข้าวไม่ได้ ไม่ทราบว่ายังมีความเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ที่ถลุงเงินประชาชน



