
200 ล้าน : รายจ่ายเพื่อความเชื่อมั่น
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา อนุมัติงบประมาณจำนวน 66,236,800 บาท ให้กระทรวงกลาโหม ในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ควบคุมฝูงชนด้วยวิธีพิเศษ ให้แก่กองร้อยรักษาความสงบของกองทัพไทย จำนวน 7 กองร้อย
และอนุมัติงบประมาณอีกจำนวน 122,800,000 บาท ให้ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ในการจัดหารถยนต์หุ้มเกราะกันกระสุนจำนวน 20 คันด้วยวิธีพิเศษ
รถยนต์หุ้มเกราะกันกระสุน จำนวน 20 คัน รัฐบาลของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อ้างว่าการจัดหาเพื่อใช้ในการรองรับผู้นำอาเซียน ที่จะเดินทางมาประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ในเดือนตุลาคมนี้ ที่ จ.ภูเก็ต เพราะหวั่นว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยเฉพาะการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง
กลุ่มคนเสื้อแดงได้ประกาศเจตนารมณ์ในการจัดชุมนุมใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 24-27 มิถุนายนนี้ โดยนัดรวมพลกันที่บริเวณท้องสนามหลวง ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายมาปักหลัก “ขับไล่” รัฐบาลที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล การเตรียมตัวรับมือกับกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้ “พลาดไม่ได้” อีกแล้ว ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะการซื้อรถหุ้มเกราะกันกระสุนถึง 20 คัน
“บทเรียน” เหตุการณ์วันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา กลุ่มคนเสื้อแดงปิดล้อมขบวนรถนายกรัฐมนตรี และทำลายรถเบนซ์ ที่เป็นรถยนต์ประจำตำแหน่งของผู้นำรัฐบาล ที่ทางศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) เป็นผู้จัดมาให้นายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะ หลังจากที่ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.ท.เชาวฤทธิ์ ประภาจิตร์ ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย ได้หารือในทางลับ
ศรภ.ได้เบาะแสทางด้านการ “ข่าวลับ” ว่าจะมีการทำร้ายร่างกายนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะจากกลุ่มคนเสื้อแดง จึงได้สั่งรถเบนซ์หุ้มเกราะกันกระสุนดังกล่าวมารับตัวนายกรัฐมนตรีออกจากกระทรวงมหาดไทยไปได้อย่างหวุดหวิด โดยที่นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ที่มาด้วยกันได้อย่างปลอดภัย
เบื้องต้น ศรภ.คัดเลือกโดยดูตั้งแต่สมรรถนะเครื่องยนต์ ตัวถัง และแม้แต่รูปลักษณ์รูปทรงของรถดังกล่าวอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้รถกันกระสุนอย่างดีที่สุด อันเป็นหลักประกันยี่ห้อ “มือหนึ่ง” ในการดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้นำประเทศ
ข้อมูลรถยนต์หุ้มเกราะกันกระสุนจากหลายบริษัท หลายยี่ห้อ ตั้งแต่ “เบนซ์-บีเอ็มดับเบิลยู- ฟอร์ด-โฮลเด้น” ถูกนำมาศึกษาอย่างละเอียด
แว่วมาว่า “โฮลเด้น” มีโอกาสมากสำหรับโครงการนี้ เพราะนอกจากเรื่องสมรรถนะที่เป็นมาตรฐาน แล้วได้เปรียบตรงที่รูปแบบโฉบเฉี่ยวโดนใจ ศรภ. ส่วน “ตระกูลดาวสามแฉก” ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่เข้ามาเป็นอันดับสอง
ปัจจุบันรถยนต์ “เบนช์” ที่ ศรภ.มีไว้เพื่อใช้งานอารักขาผู้นำประเทศมีอยู่ใน ศรภ.เพียงแค่ 3 คันเท่านั้น โดย 2 คันแรกพร้อมใช้งาน ส่วนอีก 1 คัน อยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง หลังจากที่ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงทำลายจนพังยับไปทั้งคัน
รถยนต์หุ้มเกราะกันกระสุนที่ ศรภ.จะจัดซื้อในเร็วๆ นี้ คาดว่าจะเป็น 1-2 เดือนข้างหน้านี้ เพื่อให้ทันกับการรองรับดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้นำอาเซียนที่จะเดินทางมาประชุมในปลายเดือนตุลาคม
ส่วนงบประมาณ 66,236,800 บาท ให้กระทรวงกลาโหม ในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ควบคุมฝูงชนด้วยวิธีพิเศษ ให้แก่กองร้อยรักษาความสงบของกองทัพไทย จำนวน 7 กองร้อยนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม สั่งการให้ พล.อ.ทรงกิตติ เร่งจัดตั้งกองร้อยดังกล่าวเพื่อให้ทันต่อการดูแลความสงบเรียบร้อยในการประชุม
ทั้งนี้ กองร้อยรักษาความสงบของกองทัพไทย จะมียุทโธปกรณ์ควบคุมฝูงชน ประกอบด้วย โล่ใส ชุดเกราะ หมวกป้องกัน หน้ากากกันแก๊ส กระบอง กระบองไฟฟ้า แก๊สน้ำตาแบบขว้าง ลูกยิงแก๊สน้ำตา เครื่องยิงแก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย กระสุนยาง เป็นต้น รวมกองร้อยละ 9,462,400 บาท
ถึงจะรู้ว่านี่ไม่ใช่วิธีป้องกันที่ดีที่สุด แต่ในเมื่อยังมองหาวิธีการอื่นในระยะเวลาอันสั้นนี้ไม่ได้ ก็ต้องยอมจับจ่ายเพื่อความเชื่อมั่นกันไป !
ทีมข่าวความมั่นคง



