ข่าว

'เทือก'เย้ย!'แม้ว'ฝักใฝ่มนต์ดำ

'เทือก'เย้ย!'แม้ว'ฝักใฝ่มนต์ดำ

12 ก.พ. 2557

'สุเทพ'ลั่นหนุนธนาคารปล่อยกู้รัฐจ่ายเงิน'จำนำข้าว'ชาวนา ซัด'นายกฯ'เบี้ยวเงินข้ามปี 'ชาวนา'เครียดผูกคอตาย เย้ย 'ทักษิณ' ฝักใฝ่มนต์ดำไสยศาสตร์ที่พม่า

 
                     12 ก.พ.57 เมื่อเวลา 12.05 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ขึ้นปราศรัยที่เวทีกปปส.สีลม ว่า วันที่ 14-16 ก.พ.นี้ เราจะนัดชุมนุมใหญ่ทุกเวที โดยการชุมนุมครั้งนี้ จะจัดให้สอดคล้องกับวันวาเลนไทน์ และวันมาฆบูชา จะมีกิจกรรมการแสดงความรักประเทศไทย หรือบอกรักประเทศไทย ปลุกเร้าประชาชนทั้งประเทศให้ตระหนักว่าประเทศไทยเป็นของทุกคน ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของตระกูลชินวัตร จึงมีสิทธิที่จะแสดงความรักประเทศ และจะได้รณรงค์ชวนประชาชนให้ตระหนักว่า ประเทศไทยจะอยู่รอดได้ต้องอาศัยประชาชนทุกคน พร้อมประกาศบอกเลิกระบอบทักษิณ โดยวันที่ 14 ก.พ.จะมีพิธีตักบาตร และสวดมนต์ทำวัดเช้าด้วยกัน
 
                     "การทำบุญเพื่อต้องการอุทิศส่วนกุศลให้คนที่ร่วมต่อสู้และถูกพวกมารร้ายมาสังหารจนเสียชีวิตไปหลายคน โดยเมื่อวันที่มีการเดินขบวนต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศ และร่วมกันช่วยเหลือชาวนา แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และสมุนเดินทางไปเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า ไปทำพิธีไสยศาสตร์ เพื่อจะเอาชนะพวกเราจึงแตกต่างเหลือเกิน เพราะอีกด้านพ.ต.ท.ทักษิณมาเป็นประธานทำพิธีใช้มนต์ดำ ใช้คุณไสย และไสยศาสตร์ จึงเป็นการฝักไฝ่สิ่งที่ต่ำ และดำมืดในใจ คิดอย่างเดียวว่าต้องชนะ และเอาอำนาจไว้ในมือให้ตระกูลชินวัตรปกครองประเทศชั่วลูกชั่วหลาน แต่เรื่องไสยศาสตร์จึงไม่มี เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกรรม" นายสุเทพ กล่าวต่อ
 
                     นายสุเทพ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่มีการสั่งเอาผิดทางวินัยข้าราชการนั้นเป็นเรื่องเสียสติไปแล้ว เขาห้ามไม่ให้ข้าราชการใช้อำนาจไปช่วยเหลือพรรคการเมือง แต่ทั่วโลกก็ไม่มีการห้ามถ้าข้าราชการไปแสดงออกทางการเมืองนอกเวลาราชการ ข้อสำคัญเวทีกปปส.ไม่ใช่เวทีของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพราะชนะจะไม่มีสิทธิไปดำเนินคดีกับข้าราชการที่มาแสดงสิทธิความเป็นคนไทย ซึ่งนายยรรยง พวงราช รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่า ข้าราชเหล่านี้ทำให้เสื่อมเสียกระทรวงพาณิชย์ ทั้งที่ คนที่ทำให้กระทรวงพาณิชย์เสื่อมเสียคือ นายยรรยง และบรรดารัฐมนตรีแบบนายยรรยง พวกนี้ที่สมคบกันโกงชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวจนเสียหายไปหลายแสนล้านบาท 
 
                     "ในที่สุดพวกนี้ก็โกงชาวนาหลายล้านครอบครัวเป็นเงิน 1.3 แสนล้านบาท ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้วยังไม่มีเงินจ่ายค่าข้าวชาวนา ทำให้ชาวนาวันนี้ไม่มีทางออกในชีวิต คราวนี้เป็นครั้งแรกทุกคนจึงรับรู้พร้อมกันว่ารัฐบาลโกงชาวนา เป็นหนี้ไม่ยอมจ่ายเงิน 1.3 แสนล้านบาท"นายสุเทพ กล่าว
 
                     นายสุเทพ กล่าวต่ออีกว่า วันนี้รวมแล้วมีเงินช่วยชาวนาแล้ว 25 ล้านบาท ซึ่งตนจะทำงานกับสภาทนายความโดยจะเอาเงินจำนวนนี้เป็นค่าธรรมเนียมศาลให้ชาวนาฟ้องรัฐบาล ซึ่งเงิน 25 ล้านช่วยชาวนาฟ้องได้ทั้งประเทศ ซึ่งเรื่องนี้เท่านั้นเป็นการเข้าไปช่วยเหลือชาวนาและทำได้แค่นี้ นอกจากนี้ มีนักธุรกิจอาวุโสคนหนึ่งแนะผ่านลูกชายของตนมาว่า ให้ตั้งเป็นกองทุนช่วยชาวนาเป็นระบบเพื่อช่วยชาวนาจำนวน 2 หมื่นล้านบาท โดยเปิดให้ชาวนายืมเงินโดยไม่มีดอกเบี้ย และจะให้มีกองทุนจนกว่าชาวนาจะได้เงินครบจากรัฐบาล ซึ่งตนรับความคิดนี้ แต่ตนคิดว่าเงิน 2 หมื่นล้านต่างกับเงิน 25 ล้านบาท ตนจะต้องเดินเท่าไหร่จึงได้เงิน 2 หมื่นล้าน ตนไม่ใช่จะไม่ทำ แต่ต้องมองความเป็นไปได้
 
                     "รับปากกับเขาว่าจะจ่ายครึ่งปีกว่าไม่จ่ายเรียกว่าอย่างไร เอาข้าวเขามา เอาทรัพย์เขามาจากหยาดเหงื่อแล้วเบี้ยว เขาก็ตอบได้ทั้งประเทศว่าโกงแน่นอน แล้วที่นายกฯ บอกจะช่วยชาวนา ช่วยชาวนาภาษาอะไรเขาถึงผูกคอตาย ดังนั้น ให้ประกาศเลยขอให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งจ่ายเงินให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์โดยด่วนด้วย และขอประกาศว่า ไม่มีใครขัดขวางถ้าธนาคารจะเอาเงินกู้ไปให้ยิ่งลักษณ์เชิญได้เลย แล้วจะดูว่าเขาจะพูดอย่างไรกันอีก"นายสุเทพ กล่าว
 
 
 
 
"จุฤทธิ์" แฉ คนอยากเป็น "อำมาตย์" ไปพม่าเสนอแผนสลายชุมนุม 
 
 
                     นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์  แถลงว่า ได้รับทราบว่าการเดินทางไปพม่าเพื่อแก้กรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณมีคนที่อยากเป็นอำมาตย์นำเครื่องบรรณาการไปเซ่น พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยการจัดการกับผู้ชุมนุม เพื่อให้ตัวเองได้เป็นรัฐมนตรีและกลับมาเป็นรัฐบาล จึงเชื่อว่าจะมีการสลายการชุมนุมในเร็ววันนี้ จึงขอฝากไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า เป็นแค่หุ่นเชิดขอให้ลาออก เอาเวลาที่เหลือไปอยู่กับคนที่รัก ก่อนไม่มีแผ่นดินอยู่หรือต้องไปแก้กรรมเหมือนที่พี่ชายตระเวณทำอยู่
 
 
 
 
"เอกนัฏ"โว!ผุด"บอกรักประเทศไทย บอกเลิกระบอบทักษิณ"
 
 
                     เมื่อเวลา 15.00 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส. แถลงข่าวว่า ในวันที่ 14-16 ก.พ.นี้ ทางกลุ่มกปปส.จะจัดกิจกรรมครั้งใหญ่คือ วันมาฆบูชา และวันวาเลนไทน์ ให้สอดคล้องกัน โดยจะจัดขึ้นพร้อมกันทั้ง 4 เวทีใหญ่ คือ เวทีปทุมวัน เวทีราชประสงค์ เวทีอโศก และเวทีสวนลุมพินี  ซึ่งจะมีกิจกรรมเชื่อมระหว่างเวทีด้วย โดยกิจกรรมจะเริ่มขึ้นช่วงเช้าเป็นพิธีกรรมทางศาสนา และจะมีกิจกรรมสตีทโชว์ทั้ง 3 วัน อาทิ การแสดงดนตรี  แสดงศิลปะบนถนน ซึ่งจะจัดตั้งแต่สยามไปราชประสงค์ ยาวไปถึงอโศก ส่วนกิจกรรมบนเวทีจะมีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ซึ่งจะเป็นการบอกรักทั้งสิ้น ส่วนพื้นที่ระหว่างเวทีก็จะมีการจัดบูทร้านอาหาร อย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม “บอกรักประเทศไทย บอกเลิกระบอบทักษิณ” 
 
                     นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เราเชื่อว่ารัฐบาล และศรส. กำลังใช้กฎหมายไม่ชอบ เราจึงได้จัดนักกฎหมายเฉพาะขึ้นมาปกป้องและต่อสู้จากการคุกคามของรัฐบาลและศรส. โดยเราจะดูเรื่องคดีความ ให้ทั้งแกนนำ รวมถึงศิลปินดาราที่ถูกคุกคามด้วย ให้ได้มีโอกาสต่อสู้