ข่าว

คลาสสิก เรียบหรู เน้นสีสันจัดจ้าน

คลาสสิก เรียบหรู เน้นสีสันจัดจ้าน

13 ก.พ. 2557

ไลฟ์สไตล์ : คลาสสิก เรียบหรู เน้นสีสันจัดจ้าน

 

                     ผ่านปีใหม่มาได้กว่าเดือน เชื่อว่าหลายคนคงเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ใหม่กันไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะเรื่องเสื้อผ้า หน้า และผม! ซึ่งถือเป็นความสำคัญอย่างหนึ่งที่สามารถปรับบุคลิกของคนคนหนึ่งให้ดูดีขึ้นได้เลยทีเดียว ดังนั้นจึงทำให้เหล่าสไตลิสต์ต้องคอยอัพเดทเรื่องแฟนชั่นในแต่ละปีกันตลอด ซึ่งแฟชั่นผมก็ถือเป็นอีกความสำคัญที่เราจะพลาดการอัพเดทไม่ได้เลย โดยเพาะ “เทรนด์ผม 2014”

                     ดร.ศิริฉัตร ฉัตรแก้ว ประธานสมาพันธ์ช่างผมไทยและผู้อำนวยการสถาบันโทนี่แอนด์กาย(ประเทศไทย) กล่าวถึงเทรนด์คอลเลกชั่นผมปี 2014 ของโทนี่แอนด์กาย ว่า ปีนี้เป็นปีแห่งความคลาสิก แฟชั่นทรงผมก็จะเป็นแนวฟิฟตี้ ฟิฟตี้ (50/50) คือการผสมผสานระหว่างแฟชั่นยุคปี 1920-1930 หรือยุคทองของ มาริลีน มอนโรว เข้ากับแฟชั่นผมยุคใหม่คนละครึ่งทางได้อย่างลงตัว โดยจุดเด่นของทรงผมในยุค 1920-1930 คือ หากเป็นทรงผมผู้หญิงแบบสั้นก็จะสั้นระดับติ่งหู แต่หากเป็นทรงผมยาวก็จะจับให้เป็นลอนและทิ้งยาวลงมา ส่วนของทรงผมแบบผู้ชายก็จะเป็นผมสั้นเน้นอันเดอร์ คัต ฯลฯ แต่งเติมความโดดเด่นแบบสมัยใหม่ด้วยการใช้แม่สีที่ไม่ต้องผสม ทำให้ทรงผมดูเด่นขึ้น อาทิ สีแดงสด สีส้มแปร๊ด สีน้ำเงิน หรือสีเขียวสนามหญ้า และสำหรับกลุ่มสาวๆ ที่รักโทนสีน้ำตาลนั้น ก็ยังมี 2 สีให้เลือก เช่น กัน นั่นก็คือ สีน้ำตาลคอฟฟี่บีนส์ สีน้ำตาลวอลนัท

                     สำหรับเทรนด์สีผม ในปี 2014 นี้ ถึงแม้จะดูว่าเป็นสีแรง จนทำให้หลายคนที่อยากจะเปลี่ยนลุคเกิดความไม่มั่นใจในการทำนั้น ความจริงแล้วไม่ได้แรงอย่างที่คิด ช่างผมสามารถกำหนดได้ เนื่องจากพื้นผมอย่างชาวเอเชีย เมื่อทำสีผมสด สีก็จะดร็อปลงมาและจะเผยให้เห็นถึงความคลาสสิกของทรงผม สำหรับคนที่มั่นใจ ที่ต้องการจะเน้นสีสันของผมเป็นสีแรง ก็อาจจะดร็อปเรื่องการแต่งหน้าลง เพราะสีของผมจะช่วยขับให้ใบหน้าผ่องและสวยโดยปริยาย ในส่วนเรื่องของการแต่งตัว ปัจจุบันจะสังเกตได้ว่ามีเสื้อผ้าสีสันสดใสมากขึ้น ก็จะรับกับทรงผมในเทรนด์ของปีนี้ได้อีกเช่นกัน

                     อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่อยากเปลี่ยนสไตล์ทรงผมให้เข้ากับเทรนด์ปี 2014 นั้น ก็ต้องสร้างความมั่นใจจากภายในสู่ภายนอกเป็นอันดับแรก จึงจะส่งผลให้บุคลิกภายนอกดูดี และเรียกได้ว่า “อิน” เทรนด์ได้ตลอดทั้งปี