ข่าว

'ชาวนา'รวมตัวเข้ากรุงทวงเงินค่าข้าว

'ชาวนา'รวมตัวเข้ากรุงทวงเงินค่าข้าว

11 ก.พ. 2557

ชาวนา 'ราชบุรี' รวมตัวเข้ากรุงทวงเงินค่าข้าว 'เครือข่ายภาคเหนือ' นัดชุมนุม 13 ก.พ. 'เหนือตอนล่าง-กลาง' พร้อมเคลื่อนพลใหญ่ 19 ก.พ.นี้

 

                      11 ก.พ. 57  เมื่อเวลา 09.00 น.  กลุ่มตัวแทนชาวนาทั้ง 16 หมู่บ้านของ ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี กว่า 200 คน ได้มารวมตัวกันที่บริเวณศาลาเอนกประสงค์ ประจำหมู่บ้าน หมู่ 1 บ้านหนองไร่ ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ เพื่อขึ้นรถบัสเช่าจำนวน 4 คัน เดินทางไปสบทบกับชาวนาที่พักค้างคืนที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อไปทวงเงินค่าข้าวของชาวนา ที่รัฐบาลยังไม่ยอมจ่ายให้ในโครงการรับจำนำข้าว

                      โดยนายสมศักดิ์ ตำหนิงาม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านหนองไร่ ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ ซึ่งเป็นตัวแทนของชาวนาที่จะร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า จุดประสงค์ที่เราไปในครั้งนี้ก็เพื่อไปร่วมกับชาวนาที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อไปทวงเงินค่าข้าวจากรัฐบาล เพราะทุกวันนี้เราเดือดร้อน ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่ารถเกี่ยว ค่ารถไถ ค่าน้ำมัน ค่าพันธุ์ข้าว มาตามทวงทุกวัน ก็ไม่รู้จะเอาที่ไหนให้เพราะค่าข้าวยังไม่ได้ และยืนยันว่าในฤดูนาปรัง ที่กำลังจะเริ่มในปีนี้จะไม่มีใครทำนา จะปล่อยให้นาร้างไป เพราะไม่มีเงินทุนมาทำนาแล้ว ส่วนที่ไปกระทรวงพาณิชย์แล้วจะได้อะไรก็ต้องไปฟังแกนนำชาวนาที่กระทรวงพาณิชย์ก่อน

 

 

ชาวนาภาคเหนือ นัดชุมนุม 13 ก.พ. จี้รัฐบาลลาออก

 

                      นายกิตติศักดิ์ รัตนะวราหะ ประธานเครือข่ายชาวนาภาคเหนือ กล่าวว่า ตามที่ที่แกนนำชาวนาเข้าพบฝ่ายรัฐบาลเมื่อวานที่ผ่านมา (10 ก.พ.) ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไร ทางแกนนำทวงถามเงินค่าข้าว ฝ่ายรัฐบาลก็พยายามเลี่ยงตอบ มัวแต่เล่านิทานเรื่องเดิมๆ ให้พวกเราฟัง ถามอย่างตอบอีกอย่าง เหมือนเป็นการดูถูกชาวนา ซึ่งพวกตนทนไม่ได้และรับไม่ได้กับคำพูดหลอกลวงต่างๆ ดังนั้นพวกเราคงไม่เสียเวลามาเจรจาแบบนี้อีก

                      ส่วนการชุมนุมในช่วงนี้ ชาวนาคงปักหลักชุมนุมที่กระทรวงพาณิชย์ต่อไปแต่ก็มีชาวนาบางส่วน อย่างเช่นชาวนาภาคเหนือเองก็เดินทางกลับบ้านบางส่วน เนื่องจากทุนเราน้อย เหมารถมาแค่ 2-3 วันเท่านั้น แต่พวกเราก็ยังไม่ถอยสู้ต่อไปจนกว่าจะได้เงินของเราคืนมาหรือไม่ก็รัฐบาลรักษาการออกไป เพราะหากยังเป็นรัฐบาลรักษาการอย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าอีกกี่เดือนจะมีรัฐบาลชุดใหม่ที่มีอำนาจเต็มแล้วมาช่วยชาวนา หรืออาจจะอยู่รักษาการนานเป็นปี เราชาวนาก็รอไม่ได้ จะอดตายกันอยู่แล้ว ทั้งนี้วันที่ 13 ก.พ.ชาวนาทั่วประเทศจะนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยชาวนาจะกลับมาอีกครั้งและจะมากกว่าเดิมแน่นอน

                      สำหรับแนวคิดการให้โรงสีรับจำนำใบประทวน นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ก็เป็นวิธีหาทางออกของรัฐบาล แต่จะเป็นจริงได้ไหม โรงสีที่ไหนจะยอมร่วมมือ อีกอย่างเงินทุนของโรงสีมีไม่พอมารับจำนำใบประทวนของชาวนา รัฐบาลไปกู้ธนาคารเขาก็ไม่ให้ จะไปให้โรงสีช่วยแล้วเขาจะยอมหรือ อีกอย่างที่ผ่านมาบอกว่าไปขอกู้จากธนาคารแล้วชาวนาไปปิดล้อมธนาคาร มีชาวนาไปปิดล้อมสถานที่ราชการต่างๆ ทำให้กู้ไม่ได้ทำงานไม่ได้ แบบนี้ รัฐบาลอ้างข้างๆ คูๆ มาตลอด หาเงินมาให้ชาวนาไม่ได้ก็ไม่รู้จะอยู่รักษาการไปทำไม

 

 

'เหนือตอนล่าง-กลาง' ขู่เคลื่อนพลใหญ่ 19 ก.พ.นี้

 

                      หลังรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในการที่จะจ่ายเงินตามโครงการับจำนำข้าวให้กับชาวนาในหลายพื้นที่ทำให้สภาเกษตรกรภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางกว่า 20 จังหวัด มีมติร่วมกันว่าจะเริ่มเคลื่อนไหวในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะนำรถทีใช้ในการเกษตรเคลื่อนพลจากจังหวัดสุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี เคลื่อนพลเข้ากรุงเทพเพื่อกดดันรัฐบาล ซึ่งยังอยู่ระหว่างการหารือว่าจะไปชุมนุมที่ใดเพื่อกดดันรัฐบาลให้เร่งจ่ายเงินให้กับชาวนา

                      นายทรงพล พูลสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติจังหวัดอ่างทองเผยว่า ชาวนาถึงทางอับจนแล้วหากรัฐโกงเงินชาวนาก็ต้องใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่งโดยจะรวมชาวนาไปซื้อของจากห้างสรรพสินค้าและไม่จ่ายเงินค่าสินค้า ซึ่งหากตำรวจจะจับชาวนาดำเนินคดีก็ขอให้จับรัฐบาลด้วยเพราะโกงชาวนาไปเหมือนกัน ส่วนการเคลื่อนพลชาวนาในวันที่ 19 ก.พ.นี้ ขณะนี้ไม่กำหนดว่าจะไปหยุดรถที่ใด แต่รถทางการเกษตรของชาวนาเป็นรถเก่า สภาพไม่ดี หากเสียตรงไหนก็คงต้องหยุดตรงนั้น หากไปเสียที่สนามบินสุวรรณภูมิก็ต้องหยุดซ่อมกันสัก 4-5 วัน ก็คงไม่เป็นไร

                      สำหรับในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง มีชาวนาเข้าโครงการรับจำนำข้าวมูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาทและได้รับการจ่ายเงินมาแล้ว 661 ล้านบาท และยังคงมียอดค้างอีกกว่า 574 ล้านบาทเศษ ซึ่งในช่วงอาทิตย์นี้ยังไม่มีการจ่ายเงินให้กับชาวนาสักรายเดียว

 

 

'ชาวนาพิจิตร' ขึ้นเวทีกปปส. ถูกข่มขู่

 

                      นางนวลจันทร์ ญาติบรรทุง ชาวนาตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนไปขึ้นเวที กปปส.ที่กรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องเงินรับจำนำข้าวนั้น ในขณะนี้ปรากฏว่ามีกลุ่มคนเห็นต่าง มาขู่และต่อว่าลูกๆ ของตนที่อยู่บ้าน จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย โดยขอให้นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกอบจ.พิจิตร ช่วยเหลือ ซึ่งทางนายชาติชาย ได้ประสานให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ ให้ช่วยดูแลความปลอดภัยของครอบครัวญาติตนแล้ว

                      สำหรับสาเหตุที่ตัดสินใจขึ้นเวทีกปปส.เพราะอัดอั้นเรื่องเงินซึ่งขณะนี้ตนมีหนี้สิ้นล้านกว่าบาท จากต้นทุนทำนา และเครื่องจักรกลทางการเกษตร และไม่สามารถหาหยิบยืมจากใครได้อีก แม้แต่เงินเพียง 100 บาทก็ตาม จึงตัดสินใจขึ้นเวทีที่ กทม.

                      นางนวลจันทร์ กล่าวอีกว่า ตนจะเดินหน้าเพื่อทวงเงินเพื่อเป็นสิทธิของตนเองต่อไป โดยจะร่วมกับกลุ่ม กปปส.พิจิตร และหากกลุ่ม กปปส.พิจิตร เดินทางเข้า กทม. ตนก็จะเดินทางไปร่วมทุกครั้ง จนกว่าจะได้เงินของตนเองคืนมา

                      โดยกลุ่ม กปปส.พิจิตร มีกำหนดการ ในการชุมนุมคู่ขนานเวที ในกรุงเทพฯ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 17.00 น. ที่สนามหน้าศาลากลางหลังเก่า

 

 

ม็อบข้าวโพดร้องเงินชดเชยหวั่นไม่โปร่งใสหลังพบโผล่ลัดคิว

 

                      ม็อบเกษตรกรและผู้ค้าข้าวโพดจากหลายอำเภอของ จ.เพชรบูรณ์ จำนวนกว่า 500 คน ได้มาร่วมชุมนุมเรียกร้องเงินชดเชยจากโครงการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หลังจากรัฐบาลได้โอนเงินให้จังหวัดอีก 108 ล้านบาท เพื่อจัดสรรจ่ายให้แก่เกษตรกรผ่านทางผู้ค้า หรือไซโลข้าวโพด นอกจากนี้เกษตรกรและกลุ่มผู้ค้าต่างแสดงความไม่สบายใจและมีความกังวลเรื่องความไม่โปร่งใส หลังตรวจสอบพบชื่อผู้ค้าหลายรายที่ยื่นเอกสารในภายหลัง แต่กลับมีชื่อโผล่ลัดคิวได้รับการโอนเงินก่อน ประกอบกับมีกระแสข่าวเรื่องการตั้งกองกฐินเกิดขึ้น จึงจี้ให้มีการจ่ายเงินก้อนนี้ให้โดยเร็วและเปิดเผยชื่อผู้ค้าและเกษตรกรทั้งหมด เพื่อให้ตรวจสอบว่ามีรายไหนได้รับเงินและไม่อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณา

                      อย่างไรก็ตามนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายชัยยันต์ ยอดคำ พาณิชย์จังหวัด มาชี้แจงกับผู้ชุมนุมโดยนายชัยยันต์รับปากจะเร่งตรวจจ่ายเงินที่เหลืออีกราว 60 ล้านบาทให้แก่ผู้ค้าอีก 27 รายให้ครบในราวสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นไปตามกรอบการเกลี่ยเงินรอบแรกร้อยละ 55 ให้แก่เกษตรกรผ่านผู้ค้าทั้งหมด จากนั้นนำบัญชีการโอนเงินให้ผู้ค้ามาแสดงแต่ได้รับคำทักท้วงว่ายอดเงินยังคลาดเคลื่อนเงินไม่ตรงกับข้อมูลในบัญชี ส่วนรายชื่อเกษตรกรมีการนัดแนะจะจัดส่งให้ผู้ค้าภายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อให้ตรวจสอบว่ารายใดที่ได้อนุมัติและรายใดไม่อยู่ในข่ายพิจารณา

                      ด้านนายวิเชียร กล่าวยอมรับว่า โควต้าได้รับเงินชดเชยจำนวน 2.15 แสนตัน แต่ปริมาณข้าวโพดมีมากกว่า 4 แสนตัน ทำให้เงินไม่พอแต่จังหวัดไม่ได้นิ่งดูดายพยายามขอเพิ่มโควต้าไป นอกจากนี้นายวิเชียรยังแสดงความเห็นด้วยว่า การหยุดรับเอกสารก่อนสิ้นสุดโครงการนั้นเพราะพาณิชย์จังหวัดรับนโยบายจากส่วนกลางมาเพราะเกรงจัดสรรเงินให้ไม่พอ แต่ในประเด็นนี้เห็นว่าเกษตรกรมีความเดือดร้อนและคงต้องหาเงินมาช่วยเกษตรกร จึงรับปากจะนำไปหารือกับทางส่วนกลางอีกครั้ง ทำให้เกษตรกรและผู้ค้าต่างพอใจหลังจากนั้นจึงแยกย้ายเดินทางกลับ

 

 

ชาวสวนยางทวง 6,000 ล้าน ช่วยเหลือปัจจัยการผลิต 2,520 บาท

 

                      นายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" หลังจากที่ครม.อนุมัติงบประมาณจำนวน 11,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง จำนวนเงิน 2,520 บาท/ไร่ รายละไม่เกิน 25 ไร่ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 56 ที่ผ่านมา และมีการโอนเงินให้เกษตรกรงวดแรกในเดือน ม.ค. 57 จำนวน 5,000 ล้านบาท ส่วนอีก 6,000 ล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ

                      "อยากจะฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 หน่วยงานหลัก คือ การส่งเสริมการเกษตรและสหรกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงบประมาณ ในการเร่งดำเนินการโอนเงินให้กับเกษตรชาวสวนยางอีก 6,000 ล้านบาท หลังจากที่สอบถามไปยังกรมส่งเสริมสหกรณ์ว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบตัวเลขการขึ้นทะเบียนของเกษตรกร"

                      เนื่องจากโครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค.นี้ และที่สำคัญยังมีเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินอีกประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนเกษตรกรที่มีการขึ้นทะเบียนประมาณ 900,000 กว่าราย เนื่องจากในขณะนี้เกษตรกรชาวสวนยางประสบปัญหาเรื่องรายได้ ประการแรก รายได้ที่ลดลงจากราคายางที่ปรับตัวลดลงมาตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะน้ำยางสดอยู่ที่ 48-49 บาท/กิโลกรัม ยางแผ่นดิบคุณภาพ 3 อยู่ที่ 58-59 บาท/กิโลกรัม 

                      ประการที่สอง ในช่วงตั้งแต่เดือนก.พ.เป็นต้นไป จนถึงเดือน พ.ค.จะเป็นช่วงที่ยางผลัดใบ ทำให้เกษตรกรต้องหยุดกรีดยาง ทำให้เกษตรกรขาดรายได้ ฉะนั้นการเร่งดำเนินการจ่ายเงินสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ยังเหลืออยู่อีก 6,000 ล้านบาท จะเป็นเม็ดเงินช่วยให้เกษตรกรมีเงินใช้จ่ายในช่วงที่รอเปิดกรีดยางในเดือนพ.ค.

                      "เงินงบประมาณดังกล่าวเป็นเงินงบกลาง ซึ่งไม่ต้องไปขอความเห็นจากกกต.ในฐานะที่เป็นรัฐบาลรักษาการ ก่อนที่โครงการจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มี.ค.นี้"

                      นายบุญส่ง กล่าวและว่า ปัญหาราคายางที่ตกต่ำในช่วงนี้ ถือเป็นความโชคร้ายของเกษตรกร สำหรับการเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกร เนื่องจากเป็นช่วงที่รัฐบาลไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรได้ เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ ทำให้ในช่วงนี้ เกษตรกรตกอยู่ในสภาพที่ต้องช่วยตัวเอง เช่น การประหยัดค่าใช้จ่าย ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เพื่อให้ผ่านช่วงวิฤติครั้งนี้ไปได้ 

                      สำหรับสาเหตุที่ทำให้ราคาตกต่ำในช่วงนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลก ทั้งยุโรป อเมริกา ทำให้ประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้ายางรายใหญ่จากไทย ชะลอการนำเข้ายาง เนื่องจากการผลิตภัณฑ์ที่ใช้ยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบในการผลิต เช่น ยางล้อรถยนต์ การส่งออกมีปัญหา ทำให้ตั้งแต่ช่วงเทศกาลตรุษจีนจนถึงปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณบวกจากประเทศจีนด้านการนำเข้ายางพาราจากไทย