
ภาพวงจรปิด!ตร.ปีนค้นบ้าน'สนธิญาณ'
11 ก.พ. 2557
ตร.กว่า 50 นายบุกเข้าค้นบ้าน "สนธิญาณ" ได้เสื้อเกราะพร้อมวิทยุมือถือ ก่อนรวบตัวคนขับรถและผู้ติดตามสอบเครียด รอง ผบ.ตร.ระบุไม่ให้ประกันตัว เหตุจับตาม พรก.ฉุกเฉิน
วันที่ 11 ก.พ.57 ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อมกำลังจับกุมตัวนายนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ หนึ่งในแกนนำ กปปส. ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา รัชดา ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวไว้ที่ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นั้น
เมื่อเวลา 06.24 น. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก ภ.จว.นครปฐมและสภ.โพธิ์แก้ว กว่า 50 นาย ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดนครปฐม นำโดย พ.ต.อ.อรรนพ นวมนาคะ ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว,พ.ต.ต.ยงลิต ศุภผล สว.สส.ภ.จว.นครปฐม,พ.ต.ต.สายัณต์ ผุยหนองโพธิ์ สวป.โพธิ์แก้ว,ร.ต.อ. ธวัช แสนแก้ว,ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ มุกดาพาณิชกุล รองสวป.สภ.โพธิ์แก้ว เข้าตรวจค้นภายในบ้านเลขที่ 90/142 หมู่บ้านพุฒิธานี ต กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นบ้านของนายสนธิญาณ หรือต้อย ชื่นฤทัยในธรรม อดีต ผอ.ทีนิวส์ และเป็นแกนนำ กปปส. พร้อมเข้าค้นภายในรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว รุ่น Alpald ได้เสื้อเกราะจำนวน 2 ตัว และกระเป๋าเอกสาร ซึ่งอยู่ภายในรถไป เบื้องต้นนางทิวา ชื่นฤทัยในธรรม ผู้เป็นภรรยา ไม่ยอมลงลายมือชื่อในหมายค้น พร้อมขอบันทึกภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าทำการตรวจค้นไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวนายประมวล ประจันน์มวล อายุ 40 ปี คนขับรถ และนายวรพจน์หรือบอล ชัยเดช ผู้ติดตาม ไปทำการสอบสวนที่สภ.โพธิ์แก้ว
นางดรุณี ชื่นฤทัยในธรรม น้องสาวของนายสนธิญาณ เล่าว่า การเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้ เป็นการทำไปอย่างเกินกว่าเหตุ และลุแก่อำนาจ ซึ่งแม้จะมีหมายค้นจากศาลจังหวัดนครปฐม ก็ตาม แต่เมื่อมีคนอยู่ในบ้านก็ควรที่จะเรียกหรือกดออด เพื่อให้คนในบ้านออกมาเปิดประตู แต่กลับปีนเข้ามาโดยพลการพร้อมพกอาวุธปืนสั้นและอาวุธปืนยาวเข้ามาพูดจาลักษณะไม่สุภาพ ทั้งที่ พวกเราไม่ใช่อาชญากร และไม่ได้ก่อการร้ายแต่อย่างใด ซึ่งทางตนและนางทิวา ภรรยาของนายสนธิญาณจะเดินทางไปแจ้งความที่สภ.โพธิ์แก้ว เพื่อเอาความผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่นำกำลังเข้าตรวจค้นอย่างลุแก่อำนาจในครั้งนี้ด้วย
นางทิวา ชื่นฤทัยในธรรม อายุ 53 ปี ภรรยาของนายสนธิญาณ เล่าว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปีนรั้วเข้ามานั้นตนและลูกสาวยังนอนพักผ่อนอยู่ภายในห้องชั้นบน ตนจึงวิ่งไปปลุกลูกเพราะเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจถือปืนเข้าบ้านมาเป็นจำนวนมาก ก่อนที่ตนจะลงมาล๊อกประตูบ้านไม่ยอมให้เข้ามาภายในบ้าน โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบอยู่บริเวณนอกและให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สวมเครื่องแบบเข้ามาเท่า แต่ทุกคนต้องปลดอาวุธและเอาวิทยุสื่อสารวางไว้ข้างนอกด้วย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้บังคับเอากุญแจรถจากคนขับรถแล้วไปทำการเปิดรถยนต์ตู้และค้นภายในรถเอาทรัพย์สินซึ่งมีเสื้อเกราะและกระเป๋าเอกสารไปด้วย ซึ่งการตรวจค้นทั้งหมดนี้ตนไม่ได้ลงลายมือชื่อในหมายค้น ยินยอมหรือนำเข้าตรวจค้นแต่อย่างใด
นางไม อายุ 27 ปี แม่บ้านของนายสนธิญาณ บอกว่า หลังจากตนออกไปใส่บาตร ก็กลับมาอยู่ที่ห้องครัว จู่ ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจปีนเข้ามาบ้านมาบริเวณประตูเล็ก ก่อนเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกส่วนหนึ่งเข้ามา แล้วเข้ามาต้อนคนงานที่อยู่ภายในบริเวณมาอยู่รวมกัน ก่อนที่จะบังคับเอากุญแจรถตู้ประจำตัวของนายสนธิญาณ ไปเปิดและทำการตรวจค้น
รอง ผบ.ตร.ระบุไม่ให้ประกันตัว"สนธิญาณ" เหตุจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. กล่าวว่า การควบคุมตัวนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ ไว้ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จังหวัดปทุมธานี เป็นการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งจะไม่มีการพิจารณาเรื่องการให้ประกันตัว เพราะไม่ใช่ผู้ต้องหาในคดีอาญาทั่วไป โดยตำรวจมีอำนาจควบคุมตัวได้ไม่เกิน 7 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันศุกร์นี้ และหลังจากนี้ หากตำรวจมีเหตุข้อสงสัยที่ต้องการซักถามเพิ่มเติม ต้องมีการยื่นคำร้องต่อศาลขอควบคุมต่อได้อีกไม่เกิน 30 วัน หากศาลไม่อนุญาต ก็ต้องปล่อยตัวไป แต่หากสอบสวนพบว่า มีความผิดในคดีอาญาด้วย ตำรวจสามารถแจ้งข้อหาเพิ่มเติมได้ ขณะที่การตรวจค้นบ้านพักของนายสนธิญาณ ย่านพุทธมณฑลสาย 4 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานรายละเอียด
พล.ต.อ.เอก กล่าวอีกว่า ส่วนเหตุระเบิดบริเวณแยกป้อมมหากาฬ ถนนราชดำเนินกลาง เมื่อวานนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้หรือไม่ แต่จากการตรวจสอบชนิดของระเบิด เชื่อว่า เป็นเหตุแทรกซ้อนการชุมนุม เนื่องจากระเบิดเหมือนถูกนำมาวางซ่อนไว้ หรือเป็นระเบิดที่ตกหล่น ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นี้ ผบ.ตร.จะเรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม เพื่อติดตามความคืบหน้าทั้งหมด



