
รวบ'สนธิญาณ'!จับตาสลายเวที'แจ้งวัฒนะ-มท.'
นับหนึ่งรวบ'สนธิญาณ' จับตาสลายเวที'แจ้งวัฒนะ-มท.'
กลยุทธ์ที่เป็นไม้เด็ดของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ซึ่งงัดขึ้นมาใช้เพื่อค้ำบัลลังก์รัฐบาลรักษาการให้ประคองตัวอยู่ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ณ เวลานี้ คือ การเริ่มตัดการสนับสนุนสิ่งที่เรียกว่า "ท่อน้ำเลี้ยง" ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และไล่เด็ดบรรดาแกนนำแวดล้อม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.
กลยุทธ์นี้ได้รับการการันตีจาก นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการ ศรส. เพราะเจ้าตัวเห็นว่าเป็นวิธีการที่เคยใช้ได้ผลมาแล้วเมื่อครั้งวิกฤติการเมืองปี 2553 สมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งได้ตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ขึ้นมารับมือกับสถานการณ์หลังมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คล้ายๆ กับตอนนี้
มาตรการสำคัญอย่างหนึ่ง คือ การออกคำสั่งเรียกบุคคลที่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มผู้ชุมนุมมาชี้แจง และมีความพยายามจับกุมบรรดาแกนนำ "คนเสื้อแดง" ในช่วงนั้น ที่เห็นชัดเจนที่สุดคือความพยายามจับกุม นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หนึ่งในแกนนำสายฮาร์ดคอร์
มาถึงการรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ในปี 2557 รัฐบาลรักษาการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้ตั้ง ศรส. หรือ ศูนย์รักษาความสงบ ขึ้นมารับมือ แต่ใช้กำลังหลักจากตำรวจ ไม่ใช่ทหาร อย่างไรก็ดี การขับเคลื่อนด้านกฎหมายยังคงให้ดีเอสไอเป็นแม่งาน หนำซ้ำยังเป็นดีเอสไอที่มีอธิบดีคนเดียวกัน คือ ธาริต เพ็งดิษฐ์ ซึ่งสามารถอยู่บนเก้าอี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อใน 2 รัฐบาลคู่ขัดแย้งที่ยืนอยู่คนละมุมของเวทีการเมือง
กลยุทธ์ที่หยิบมาใช้จึงไม่แตกต่างกัน ได้แก่ การจัดการกับ "ท่อน้ำเลี้ยง" ที่เป็นกลุ่มทุนสนับสนุนการชุมนุมในครั้งนี้
นอกจากจะมีการรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว ยังขู่ดำเนินการกับ "กลุ่มท่อน้ำเลี้ยง" รวมแล้วเกือบร้อยราย ดังจะเห็นได้จากการแถลงของ ศรส.ที่ออกมาค่อนข้างถี่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ชื่อเสียงเรียงนามที่หลุดๆ มาก็มีทั้งผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ ไปจนถึงพวกที่นำเงินสดๆ ไปบริจาคบนเวที กปปส.
ขณะเดียวกันก็ไล่เช็กบิลแกนนำระดับรองที่ให้การสนับสนุน กปปส. เช่น นายสาธิต เซกัล นายกสมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย ที่เปิดเกมรุกด้วยกฎหมายคนเข้าเมืองถึงขั้นจะประกาศเนรเทศออกนอกประเทศ แม้จนถึงขณะนี้จะยังไม่มีการสะบัดปากกาลงนามในคำสั่งได้ก็ตาม แต่ท่าทีอันแข็งกร้าวของ ศรส.ก็ทำให้นายสาธิตถึงกับต้องแขวนนกหวีด ประกาศหยุดการเคลื่อนไหวไปเลยทีเดียว
ส่วนการขับเคลื่อนของตำรวจซึ่งเป็นกำลังหลักในการปฏิบัติ ก็มีการตั้งนายตำรวจระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นมาดูแลงานด้านต่างๆ ให้สอดคล้องกับการทำงานของ ศรส. โดยงานด้านการสืบสวนจับกุมแกนนำนั้น ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. หลานเขยของ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนจับกุม
ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาจึงมีกระแสข่าวกระเส็นกระสายอยู่เป็นระยะว่ามีการติดตามความเคลื่อนไหวของบรรดาแกนนำ เช่น กรณีการเปิดเผยข้อมูลการรักษาความปลอดภัยนายสุเทพ จากปากของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศรส. ว่ามีการ์ดกี่คน รถกี่คัน พักโรงแรมไหนบ้าง
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (10 ก.พ.) ทีมของ พล.ต.ท.วินัย ได้จับกุม นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม แกนนำคนสำคัญของ กปปส. อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ ได้ที่โรงแรมเซ็นทารา ลาดพร้าว
การรวบตัวแกนนำระดับนายสนธิญาณ ทำให้ข้อสังเกตเรื่องการเตรียม "สลายการชุมนุมบางเวที" เริ่มส่อเค้าเป็นจริงขึ้นมา
ผู้ที่ผ่านไปผ่านมาแถวๆ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต เริ่มสังเกตเห็นว่าตำรวจที่อยู่ประจำการที่นั่นมีการฝึกซ้อมการจับกุมและควบคุมตัวที่ "พิเศษ" ไปกว่าการจับกุมปกติ โดยมีการนำอุปกรณ์พิเศษที่ใช้ในการควบคุมฝูงชน โดยเฉพาะ "ปืนยิงแห" มาฝึกซ้อมใช้งานด้วย ซึ่งมีรายงานว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งซื้ออุปกรณ์ "ปืนยิงแห" เพิ่มเติมอีกประมาณ 500-600 ชุด รวมทั้ง "กระสุนยาง" จำนวนมากที่ใช้ในการปราบจลาจลด้วย และหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) อย่าง "หน่วยอรินทราช 26" ก็มีความเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ
ขณะที่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ได้นำคณะเดินทางไปตรวจความพร้อมสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพราะกฎหมายห้ามใช้โรงพักเป็นสถานที่ควบคุมตัว
พื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ประกอบด้วยสถานที่ซักถาม สอบสวน สถานที่ควบคุมตัว ห้องปฐมพยาบาล ห้องพนักงานสอบสวน และอื่นๆ ที่จำเป็น
มีข่าวว่าเวทีที่อยู่ในคิวเข้าสลาย คือ "เวทีแจ้งวัฒนะ" เพราะมีผู้ชุมนุมน้อยที่สุด และยังเป็นอุปสรรคการทำงานของส่วนราชการหลายแห่ง รวมทั้งกลุ่มที่ไปปิดกระทรวงมหาดไทย งานนี้ถือเป็น "ศึกศักดิ์ศรี" และเป็นผลงานของ ศรส. ที่นำโดยคู่หูคู่ใหม่ "เฉลิม-ธาริต" อีกด้วย
แต่ไม่รู้ว่ายุทธการของ ศรส.เที่ยวนี้จะเป็นการสยบม็อบ กปปส. หรือช่วยเรียกแขกกันแน่ !
...............................
(หมายเหตุ : นับหนึ่งรวบ'สนธิญาณ' จับตาสลายเวที'แจ้งวัฒนะ-มท.')



