
'เพื่อนบ้าน'ทางเลือกของธุรกิจอีเวนท์
เล่าสู่กันฟัง : ตลาดเพื่อนบ้าน อีกทางเลือกของธุรกิจอีเวนท์ : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์
ยุคพ.ศ.นี้ มีธุรกิจที่เฟื่องฟูคู่กับการสื่อสารในทุกรูปแบบอยู่ชนิดหนึ่ง ซึ่งเรียกทับศัพท์เป็นภาษาอังกฤษว่า ธุรกิจการจัดอีเวนท์ ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอ ให้คำแนะนำ วางกลยุทธ์และยุทธวิธีในการดำเนินการจัดงาน เพื่อสร้างสีสันเรียกร้องความสนใจ สร้างความเข้าใจ และนำไปสู่การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ทำให้หลากหลายวงการที่ต้องการเผยแพร่ความคิด เรื่องราว ข่าวสาร สินค้า/บริการหรือรณรงค์ในเรื่องใดๆ ก็ตามมักจะต้องนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินโครงการอยู่เสมอ
อันที่จริงคนไทยเราคุ้นเคยกับอีเวนท์กันมาช้านาน เพียงแต่เราอาจไม่ได้เรียกว่าอีเวนท์ เช่นสมัยก่อนเวลาที่คนจะขายของในตลาดถ้าจะเรียกร้องความสนใจจากผู้คนก็อาจมีการแสดงหน้าร้าน เช่น การแสดงมายากล พอมีคนมามุงดูมากๆ แล้วก็ค่อยขายสินค้า เวลาจะไปขายยาในต่างจังหวัดก็มีรถเร่ออกไปฉายหนัง หรือที่บรรดานักการเมืองต่างจังหวัดนิยมก็อาจมีการจัดชกมวยเรียกความสนใจก่อนจะมาปราศัยให้เราเห็นหน้าค่าตากันชนิดตัวเป็นๆ
จากนั้นการจัดอีเวนท์ก็มีวิวัฒนาการโดยลำดับ มีการนำเทคโนโลยี เครื่องไม้เครื่องมือ ความแปลกใหม่อลังการและแตกต่างของการนำเสนอมาแข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการจัดก็เพิ่มสูงขึ้นมากด้วย และบางทีก็เพิ่มขึ้น เพราะค่านิยมว่ายิ่งใช้เงินเยอะยิ่งได้ชื่อ จนบางครั้งที่ผู้จัดงานมือใหม่มักจะเผลอตัวทุ่มเทค่าใช้จ่ายไปกับอีเวนท์เพื่อความมันความสนุกสนานชั่วขณะ จนลืมไปว่าอีเวนท์เป็นเพียงน้ำจิ้มชูรสให้อาหารอร่อย หรือถ้าเก่งหน่อยก็ให้คนพูดถึงกันหรือที่เรียกกันว่า ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ หากแต่เป้าประสงค์ของการดำเนินงานคือการสื่อสารเรื่องราวข่าวสารของสินค้า ความคิด คะแนนนิยม ฯลฯ ที่จะส่งไปยังกลุ่มเป้าหมายคือคนส่วนใหญ่ ในประเทศ ไม่ใช่แค่คนที่มาร่วมงานกลุ่มเล็กๆ
ย้อนไปตลอดกว่า 5 ปีที่ผ่ามานี้ ว่ากันว่าตลาดการจัดอีเวนท์มีอัตราการเติบโตทุกปี แต่การแข่งขันก็รุนแรงมากขึ้นด้วย เพราะเมื่อมีความต้องการในตลาดก็ก่อให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ทั่วหัวระแหง จนถึงวันนี้ได้ข่าวว่ามีธุรกิจอีเวนท์ในบ้านเราถึงประมาณ 4,000 ราย ทั้งรูปแบบที่จดทะเบียนเพื่อประกอบธุรกิจโดยตรงอย่างเป็นทางการ และที่ไม่จดทะเบียนแต่แฝงอยู่ในบริษัทด้านการตลาด ดังนั้น ยุทธศาสตร์การแข่งขันจึงถูกนำมาใช้ในหลายกระบวนท่า เช่น ลด แลก แจก แถม เพราะตลาดรวมของงานอีเวนท์ที่มีอยู่ปีละนับหมื่นล้านบาท เป็นเม็ดเงินที่น่าสนใจไม่น้อย
สำหรับคนที่อยู่ในวงการธุรกิจย่อมรู้ดีว่า การแข่งขันด้วยวิธีตัดราคา ไม่ทำให้องค์กรอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะผู้ที่สายป่านสั้นทุนน้อยย่อมล้มหายตายจากไปเป็นรายแรกๆ ดังนั้น ถ้าไม่อยากสู้ยิบตาชนิดเจ็บตัวมากในตลาดสีเลือด ก็น่าจะออกไปลองหาตลาดใหม่ๆ เช่น เออีซี ตลาดใหม่ใกล้บ้าน ไม่ว่าจะเป็น กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ซึ่งมีข้อตกลงด้านลดภาษีภายใต้กรอบการค้าเสรี และมีวัฒนธรรมคล้ายคลึงบ้านเรา ภาษาก็พอจะสื่อสารกันได้ไม่ยาก แถมยังเป็นตลาดใหม่ที่สามารถไปสร้างหรือกระตุ้นความต้องการขึ้นมาได้ ก็เป็นอีกทางออกที่อยากนำเสนอไว้นะครับ
-------------------------
(เล่าสู่กันฟัง : ตลาดเพื่อนบ้าน อีกทางเลือกของธุรกิจอีเวนท์ : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)



