ข่าว

ผ่า3กระทรวงสายล่อฟ้า'ขรก.นกขมิ้น'

ผ่า3กระทรวงสายล่อฟ้า'ขรก.นกขมิ้น'

10 ก.พ. 2557

ผ่า3กระทรวงสายล่อฟ้า 'ขรก.นกขมิ้น' : วัฒนา ค้ำชูรายงาน

              การชุมนุมตามยุทธศาสตร์ "ชัตดาวน์" ของกลุ่ม กปปส.ที่นำมวลชนบุกกดดันปิดหน่วยราชการต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้การปฏิบัติงานของข้าราชการต้องหยุดชะงักงัน หลายหน่วยงานต้องระเห็จออกไปเช่าสถานที่เอกชนต่างๆ เพื่อทำงานบริการประชาชน โดยเฉพาะกระทรวงที่มีรัฐมนตรีสายล่อฟ้าที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ กปปส. พบว่าถูกปิดล้อมอย่างหนัก สภาพไม่ต่างจากคนพิการง่อยเปลี้ย ซึ่งการปิดล้อมที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายอาจสงสัยว่า ในสภาพหน่วยงานข้าราชการที่ถูกแช่แข็งอย่างต่อเนื่องนั้น บรรดาข้าราชการมีความเป็นอยู่อย่างไร ทำงานอย่างไร และใครคอยเป็นหัวเรือใหญ่ในการบัญชาการ ในสภาวะที่บรรดารัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเดินหายเข้ากลีบเมฆไปก่อนใคร

              หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น "กระทรวงมหาดไทย" ที่มีเจ้ากระทรวงชื่อ "จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ" มาถึงวันนี้กระทรวงคลอดหลอดถูกมวลชน กปปส.บุกยึดเป็นระยะเวลาเกือบ 4 เดือน เพราะถือเป็นกระทรวงเป้าหมายหลักที่ กปปส.ต้องการให้เกิดระบบปฏิรูปอย่างชัดเจน โดยแหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงมหาดไทยชี้แจงให้เห็นถึงสภาพการทำงานของข้าราชการในกระทรวงช่วงถูกปิดล้อมว่า หลังจากกระทรวงถูกปิดล้อมอย่างหนัก ทำให้ฝ่ายการเมือง และฝ่ายข้าราชการประจำได้ไปใช้พื้นที่ของกรมต่างๆ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยเป็นสถานที่ทำงาน โดยไปอยู่ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง แต่ต่อมาถูก กปปส.บุกปิดล้อมซ้ำอีก ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ จึงต้องให้ข้าราชการแต่ละกรมย้ายไปทำในสาขาที่ไกลจากกรุงเทพฯ เช่น คลอง 1 คลอง 6 และคลอง 9 ปทุมธานี เพื่อทำงานประจำ หรืองานรูทีน

              ส่วนงานนโยบายยังเป็นหน้าที่ของ "วิบูลย์ สงวนพงศ์" ปลัดกระทรวงมหาดไทย เบอร์หนึ่งฝ่ายข้าราชการประจำ โดยท่านปลัดจะไม่เข้ามาทำงานวัน แต่จะสั่งการทางโทรศัพท์กับคณะทำงาน หากจะประชุมร่วมกับอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้บริหารรัฐวิสาหกิจในสังกัด ก็จะสั่งการทางโทรศัพท์เพื่อออกหนังสือ แล้วส่งข้อความทางอีเมล และไลน์ ถึงผู้ใต้บังคับบัญชาให้เข้าร่วมประชุม นอกจากนี้สถานที่จัดประชุมที่ใช้จะสลับเปลี่ยนทุกครั้งไม่ซ้ำสถานที่เดิม

              "การปิดล้อมสถานที่ราชการ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย แม้จะมีผลกระทบ แต่ถือว่าเล็กน้อยมาก โดยเฉพาะภูมิภาคงานบริการยังสามารถติดต่อได้ตามอำเภอต่างๆ ในส่วนกลางแม้จะเป็นหน่วยงานที่สั่งการสามารถดำเนินการต่อไปได้ในงานที่ต้องทำที่เป็นงานประจำ หรืองานรูทีน ที่เป็นงานหลักของกระทรวงมหาดไทย เพราะปลัดกระทรวงจะคอยกำกับสั่งการประชุมหารือ ในบางเรื่องก็จะมีรองปลัดดูแลกลุ่มงานคลัสเตอร์ช่วยแบ่งเบาภาระ ส่วนฝ่ายการเมืองหลังยุบสภาก็ไม่มีอำนาจสั่งการ มีแต่ดูแลงานเก่า ส่วนนโยบายใหม่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะทุกอย่างมีระเบียบกฎหมายระบุเอาไว้ชัดเจนแล้ว"

              เช่นเดียวกันกับ "กระทรวงการต่างประเทศ" ของ "สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล" ถูกปิดล้อมเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว โดยรูปแบบการปฏิบัติงานของข้าราชการไม่ต่างจากกระทรวงมหาดไทย โดยคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงจะทำงานอยู่ที่บ้าน โดยจะติดต่อประสานงานระหว่างกันผ่านระบบโปรแกรมที่ใช้ภายในกระทรวง และยังลิงค์ระบบไปยังสำนักงานหนังสือเดินทางภายในประเทศ สถานเอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ส่วนการติดต่อประสานงานกับต่างประเทศยังผ่านช่องทางการทูตเป็นปกติ

              ขณะเดียวกันในส่วนงานด้านบริหารงานยังเป็นหน้าที่ของ "สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" ปลัดกระทรวงการต่างประเทศควบคุมดูแลและบัญชาการ โดยมีอธิบดีกรมต่างๆ เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนงานให้สัมฤทธิผล 

              ส่วนงานด้านกงสุล ซึ่งถือเป็นหน่วยงานดูแลช่วยเหลือประชาชน ทางกระทรวงยืนยันว่า สามารถดำเนินงานได้ไปเป็นปกติ แต่อาจจะล่าช้าบ้าง เนื่องจากถูกจำกัดด้วยสถานที่ ประกอบกับการเชื่อมต่อระบบที่ไม่เต็มร้อย โดยประชาชนที่ต้องการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางสามารถทำได้ที่สำนักงานบางนา ปิ่นเกล้า และสำนักงานในต่างจังหวัด ยกเว้น สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต ขณะที่การรับเรื่องอื่นๆ ประชาชนสามารถเข้ายื่นคำร้องได้ที่บางนาเท่านั้น ซึ่งตรงจุดนี้จะมีข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับงานด้านกงสุลส่วนใหญ่มาปฏิบัติงานอยู่ที่สำนักงานบางนา  ขณะที่งานดูแลคนไทยในต่างประเทศ การจัดการเลือกตั้ง และการให้วีซ่าคนต่างชาติยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน

              มาถึง "กระทรวงแรงงาน” หนึ่งในหน่วยงานที่ถูกกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ปิดล้อมอย่างหนักตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ ต้องนับว่า กระทรวงนี้เป็นสายล่อฟ้าขนานแท้ เพราะมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เจ้ากระทรวงคู่ปรับตัวฉกาจของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. จากการปิดล้อม 22 วัน ทำให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องระเห็จไปทำงานในสถานที่อื่นๆ แทน โดยสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน (สป.รง.) ได้เช่าโรงแรมใน กทม.เพื่อให้ข้าราชการสามารถปฏิบัติงานด้านเอกสารได้อย่างคล่องตัว ขณะที่ข้าราชการบางส่วนให้ทำงานที่บ้าน ส่วนงานบริการให้หน่วยงานในสังกัดตามเขตพื้นที่ต่างๆ ใน กทม. เช่น ศูนย์บริการย่อยในห้างสรรพสินค้าบริการประชาชนให้มากขึ้น เนื่องจากศูนย์บริการประชาชนของ สป.รง.ในกระทรวงแรงงานปิดทำการ

              ขณะที่กรมการจัดหางาน (กกจ.) ได้แยกเป็นงานบริหารจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศพบว่า ทางกรมได้เช่าโรงแรมให้ข้าราชการทำงาน ส่วนงานอบรมแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศพบว่า กรมขอใช้สถานที่ภาคเอกชน ขณะเดียวกันในส่วนของงานออกใบอนุญาตทำงานให้แก่ชาวต่างชาติที่ไม่ใช่แรงงาน 3 สัญชาติ พม่า กัมพูชา และลาว กรมได้เช่าพื้นที่อาคารของมหาวิทยาลัยรัฐในกรุงเทพฯ เพื่อให้ข้าราชการทำงานออกใบอนุญาตดังกล่าว

              ส่วนสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทำงานที่บ้าน โดยติดต่อสื่อสาร และส่งงานผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนงานบริการนั้น สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพเขตพื้นที่ 12 แห่งส่วนใหญ่เปิดให้บริการปกติ มีเพียง 2 แห่ง ที่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ คือ เขตพื้นที่ 3 ที่ตั้งอยู่ภายในกระทรวงแรงงาน และเขตพื้นที่ 4 ซึ่งตั้งในพื้นที่เขตบางรักและปทุมวัน

              สำหรับผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ทั้งปลัดกระทรวงแรงงาน รองปลัด และผู้บริหารกรมต่างๆ จะเดินสายทำงานตามโรงแรมในกรุงเทพมหานครที่เช่าไว้เป็นสถานที่ทำงาน โดยบางวันบรรดาผู้บริหารดังกล่าวจะออกไปตรวจเยี่ยมการทำงานของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่หน่วยงานในสังกัดตามสถานที่ต่างๆ ที่บรรดาข้าราชการเหล่านั้นไปเช่าสถานที่เอกชนทำงาน


................

(หมายเหตุ : ผ่า3กระทรวงสายล่อฟ้า 'ขรก.นกขมิ้น' : วัฒนา ค้ำชูรายงาน)