ข่าว

'เด็จพี่'ยื่น'DSI'สอมปม'แทน'ซื้อที่ดิน

'เด็จพี่'ยื่น'DSI'สอมปม'แทน'ซื้อที่ดิน

10 ก.พ. 2557

'พร้อมพงศ์' ยื่น 'ดีเอสไอ' ตรวจสอบที่มาเงินซื้อที่ดิน จ.นครศรีธรรมราช ของ 'แทน เทือกสุบรรณ'

 

                        10 ก.พ. 57  ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ว่า เมื่อเวลา 10.00 น.  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เพื่อให้ตรวจสอบการซื้อขายที่ดินใน จ.นครศรีธรรมราช มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท ระหว่างนายแทน เทือกสุบรรณ กับพวก 5 คน ในฐานะผู้ร่วมซื้อ กับบริษัท เอ็นเอสที พร็อพเพอร์ตี้กรุ๊ป จำกัด โดยนายสมนึก เกตุชาติ ในฐานะผู้ขาย ในระหว่างที่ดีเอสไอสั่งอายัดบัญชีแกนนำกปปส. และดำเนินการตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยง โดยนายธาริต กล่าวว่า กรณีนายแทนมีความเกี่ยวข้องกับกปปส. 2 ส่วน คือ 1. เป็นบุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. และ 2. เคยเข้าร่วมในการชุมนุมกับกลุ่มกปปส.หลายครั้ง ถือว่ามีความเกี่ยวข้องโดยตรง ดีเอสไอจะรับคำร้องดังกล่าวและมอบหมายให้ของดีเอสไอ ตำรวจ และอัยการสูงสุดทำการตรวจสอบบัญชีและธุรกรรมการเงินอย่างตรงไปตรงมา

                        ด้านนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ตนขอตั้งขอสังเกตว่า ในวันที่ 29 ม.ค. 57 ซึ่งนายแทนกับพวกทำสัญญาซื้อขายที่ดิน เป็นเวลาที่นายสุเทพสั่งการให้กปปส.ทำการปิดสำนักงานที่ดิน จ.นครศรีธรรมราช แต่กลับมีการลักลอบทำนิติกรรมซื้อขาย โอนที่ดินแปลงดังกล่าว พร้อมจ่ายแคชเชียร์เช็คค่าที่ดิน ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่านายหน้า และค่าทนายความได้โดยสะดวก จึงขอให้ดีเอสไอตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินและการทำธุรกรรมการเงิน ซึ่งอาจเกี่ยวโยงกับเงินบริจาคของกปปส. หรืออาจได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

 

 

จี้ 'กกต.' รับรองว่าที่ส.ส.เขตที่ไม่มีคนร้องเรียนก่อน

 

                        นายอำนวย คลังผา อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งที่ยังไม่สมบูรณ์นั้น กกต.มีหน้าที่ต้องจัดการให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว จะเสนอให้รัฐบาลออกกติกาใหม่หรือออกพ.ร.ฎ.ใหม่คงไม่ได้ อย่าแสดงท่าทีเหมือนต้องการยืดเยื้อไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ สำหรับการเลือกตั้งส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อที่ยังนับคะแนนไม่ได้นั้น กกต.ต้องพยายามจัดการเลือกตั้งให้ได้ครบทุกเขตเพื่อที่จะได้นับคะแนนในส่วนนี้ ขณะที่การเลือกตั้งส.ส.ระบบเขตเลือกตั้งที่นับคะแนนได้โดยไม่มีผู้ร้องเรียนนั้น กกต.ต้องรับรองให้เป็นส.ส.ไปก่อน เพราะถ้ายังไม่ได้ส.ส.ตามเงื่อนไข 95% เพื่อเปิดสภาฯ เลือกนายกฯ กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งไปเรื่อยๆ

 

 

ผู้อยากสมัครส.ส. 28 เขตภาคใต้เพื่อไทยขู่ฟ้องกกต. ไม่ยอมรับสมัคร

 

                        กลุ่ม 29 เพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก พร้อมด้วยนายชุมสาย ศรียาภัย ว่าที่ผู้สมัครส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคเพื่อไทย และนายทนายเสือธนพล สุขปาน ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ชุมพร พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายยศวริศกล่าวว่า การที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ออกมาระบุว่า ไม่มีผู้สมัครส.ส.ใน 28 เขตเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้นั้นไม่เป็นความจริง พวกตนเป็นผู้ที่ต้องการสมัครและเดินทางไปยังสถานที่รับสมัครทุกวันแต่ไม่สามารถสมัครได้เพราะถูกขัดขวางจากกลุ่มกปปส. และได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว กกต.กลางแทนที่จะแก้ไขปัญหาแต่กลับนิ่งเฉย ไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่า กกต.เขตกับกลุ่มกปปส.ที่มาปิดล้อมฟื้นที่รับสมัครนั้นเป็นพวกเดียวกันหรือไม่ เพราะบางคนสามีเป็นกกต. แต่ภรรยาห้อยนกหวีด อย่างไรก็ตาม พวกตนถือเป็นผู้ที่สมัครไม่ได้ แต่ไม่ใช่ไม่มีผู้สมัคร กกต.สามารถประกาศรับรองให้พวกตนเป็นผู้สมัครได้โดยไม่จำเป็นต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขต หากกกต.ไม่ทำการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ขัดขวางการรับสมัครรับเลือกตั้ง พวกตนก็จะแจ้งความดำเนินคดีกับกกต.เขตและกกต.กลาง

                         ด้านนายทนายเสือธนพล กล่าวว่า การที่กกต.ระบุว่าจะต้องออกเป็นพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขตที่ไม่สามารถเปิดรับสมัครได้นั้น ตนเชื่อว่ากกต.มีความรู้แต่ทำตัวเหมือนคนทำงานไม่เป็นหรือแกล้งโง่ เพราะกกต.มีอำนาจที่จะขยายเวลารับสมัครหรือเปิดรับสมัครใหม่ได้อยู่แล้วโดยไม่ผิดกฎหมายและไม่ต้องออกเป็นพ.ร.ฎ.ใหม่ ทั้งนี้ ขอให้กกต. บังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ ดูบรรทัดฐานของกกต.ชุดที่ผ่านๆ มาด้วย หากทำไม่ได้หรือไม่เต็มใจทำก็ขอให้ลาออกไปทั้ง 5 คน ดีกว่าจะมาสร้างปัญหาให้กับประเทศชาติ

                        ขณะที่นายชุมสาย กล่าวว่า ปัญหาการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นขบวนการสมคบคิดกัน ดังนั้น พวกตนจะไปร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบข้าราชการที่หน่วยงานถูกปิดใน 8 จังหวัดภาคใต้ว่า ย่อหย่อนเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน และกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือไม่ ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคุ้มครองสิทธิ์ของพวกตนด้วย และขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินให้การเยียวยาพวกตนด้วย อย่างไรก็ตาม จะทำหนังสือถึง องค์การสหประชาชาติและสถานทูตต่างๆ ให้รับรู้วิกฤติประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกด้วย

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวนั้น นายยศวริศได้จุดตะเกียงพร้อมกับระบุว่า เป็นการจุดตะเกียงเพื่อส่องทางให้กับกกต.ในการดำเนินการรับสมัครพวกตน และยังนำมาลัยดอกไม้และดอกไม้จันทน์มาประกอบการแถลงข่าวด้วย โดยนายยศวริศ กล่าวว่า หากดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยจะมอบมาลัยดอกไม้ให้เป็นการขอบคุณ แต่หากไม่ดำเนินการจะมอบดอกไม้จันทน์เพื่อเป็นการไว้อาลัยแทน