ข่าว

'สมชัย'อัด'สดศรี'เปิดกม.พูดใครก็เปิดได้

'สมชัย'อัด'สดศรี'เปิดกม.พูดใครก็เปิดได้

10 ก.พ. 2557

'สมชัย' เชื่อทางออกดีที่สุดจัดลต. 28 เขตไร้ผู้สมัคร ต้องส่งศาลรธน.ตีความ อัด 'สดศรี' เปิดกฎหมายพูดใครก็เปิดได้

 

                        10 ก.พ. 57  เมื่อเวลา 10.15 น. ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลออกมาปฏิเสธข้อเสนอของกกต.ในการออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขต 8 จังหวัดที่ไม่มีผู้สมัคร ว่า อยากให้รัฐบาลรอจดหมายอย่างเป็นทางการก่อน เพราะรัฐบาลยังไม่เห็นเหตุผลและรายละเอียดที่ กกต.จะเสนอไป การออกมาพูดในขณะนี้อาจเร็วเกินไป หากเห็นไม่ตรงกันทางออกที่ดีที่สุดคือการยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หากวินิจฉัยออกมาอย่างไรจะทำให้ทุกฝ่ายเกิดความมั่นใจ เช่น ระบุว่าออก พ.ร.ฎ.ได้รัฐบาลก็ดำเนินการได้ หรือถ้าให้ออกเป็นประกาศ กกต.ทาง กกต.ก็ต้องดำเนินการ

                        นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่า กกต.สร้างกลลวงให้รัฐบาลออก พ.ร.ฎ. เพื่อให้กระทำผิดกฎหมายนั้น ยืนยันว่า กกต.ไม่ใช่ฝ่ายการเมือง ไม่ใช่นักการเมือง สิ่งที่ กกต.ดำเนินการเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย การที่พรรคเพื่อไทยออกมาพูดคงร้อนรนเกินไป เพราะ กกต.ทำจดหมายถึงรัฐบาลไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ดังนั้น กกต.จะรอคำตอบจากฝ่ายรัฐบาล

                        นายสมชัย กล่าวอีกว่า ทางออกที่จะทำให้การเลือกตั้งเกิดความสำเร็จได้นั้น ฝ่ายการเมืองที่เป็นคู่ขัดแย้งต้องหันหน้ามาเจรจาพูดคุยกัน หากไม่ยอมมาเจรจาหาทางออกให้กับสังคมร่วมกัน ต่อให้มีการเลือกตั้งกี่ครั้งก็ไม่มีทางสำเร็จและได้ ส.ส.ครบ 95% โดยการเจรจาจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ยังไม่สายจนเกินไป หากทุกฝ่ายไม่มาพูดคุยกันเนื่องจากไม่มีคนกลาง ขอให้ส่งสัญญาณมา กกต.พร้อมเป็นคนกลางในการเจรจาอีกครั้ง โดยไม่กังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับที่กกต.เชิญทุกฝ่ายมาเจรจาเพราะขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งครั้งก่อนฝ่ายที่ทำให้การเจรจาไม่สำเร็จคือรัฐบาล ในครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเจรจาแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่เปิดประตู ดังนั้นถ้ารัฐบาลมองว่าการเจรจาเป็นทางออกขอให้ส่งสัญญาณมา

                        "สิ่งสำคัญที่สุดคือรัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการเจรจา มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาใหญ่ หลายคนบอกว่าอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้จะไม่ได้เป็นปัญหาการเมืองอีกแล้ว แต่จะเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ถ้าหากรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดปัญหานี้ก็ต้องให้มีการเจรจา”นายสมชัยกล่าวและว่า ในขณะที่ กกต.ดำเนินการจัดการปัญหาการเลือกตั้ง กระบวนการแก้ไขความขัดแย้งต้องเดินหน้า ระหว่างรัฐบาลและผู้ชุมนุม กปปส. ไม่ใช่ปล่อยให้เดินหน้าไปทั้งๆ ที่มีความขัดแย้งอยู่ ขอเตือนว่าหากความขัดแย้งเกิดการขยายตัวกระบวนการคัดค้านการเลือกตั้งขยายตัว เมื่อไปถึงการเลือกตั้ง ส.ว.จะนำไปสู่ทางตันมากขึ้น ดังนั้นรัฐบาลและผู้ชุมนุมควรหันหน้ามาพูดคุยกันโดยเร็วที่สุด เพราะการเจรจาไม่ได้จบเพียงครั้งเดียว อยากให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงประเทศชาติ และควรเจรจาให้ได้ข้อยุติก่อนการเลือกตั้ง ส.ว. ในวันที่ 30 มี.ค."

                        นายสมชัย กล่าวอีกว่า ในวันที่ 11 ก.พ.จะเชิญประธาน กกต.จังหวัด และ กกต.จังหวัด 7 จังหวัดที่คาดว่าน่าจะมีความพร้อมจัดการเลือกตั้งได้มาพูดคุย ขณะเดียวกันจะเชิญอีก 11 จังหวัดทางภาคใต้มาหารือด้วยเช่นกัน ทั้งนี้หากได้ข้อยุติว่าสามารถจัดการเลือกตั้งได้ กกต.ก็จะดำเนินการทันที อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นควรจะดำเนินการก่อนวันที่ 4 มี.ค.หรือหลังจากวันที่ 30 มี.ค.ไปแล้ว เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นช่วงที่จัดการเลือกตั้ง ส.ว. ดังนั้นระหว่างวันที่ 4-30 มี.ค.แม้จะยังไม่เป็นมติของ กกต.คิดว่าคงไม่มีการจัดการลงคะแนน ส.ส.ในหน่วยที่มีปัญหาอย่างแน่นอน

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์ ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นักวิชาการภาคประชาชนได้มายื่นหนังสือแจ้งเหตุความประพฤติไม่สุจริตและเที่ยงธรรมต่อการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา แก่นายสมชัย โดยนายสมชัยบอกว่าจะให้ฝ่ายกฎหมายไปดำเนินการและอาจจะเรียก ม.ล.วัลย์วิภา มาให้ปากคำภายหลัง

 

 

อัด 'สดศรี' เปิดกฎหมายพูดใครก็เปิดได้

 

                        นายสมชัย กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 17 ก.พ.จะเชิญนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน นายวราเทพ รัตนากร รมต.สำนักนายกฯ นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ นายโภคิน พลกุล กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย มาพูดคุยว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเสร็จตามเงื่อนไขที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ โจทย์ที่จะคุยคือ ภายใน 30 วันทำอย่างไรให้ได้ ส.ส. 95% และ ภายใน 180 วัน จะทำอย่างไรให้ได้ ส.ส.ครบทั้งหมด โดยจะพูดถึงแนวทางปฏิบัติว่าจะทำได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 125 คน ที่จะประกาศชื่อไม่ได้ถ้าไม่ได้คะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้ง 9.3 หมื่นหน่วย และถ้าหน่วยเลือกตั้งใดถูกขัดขวาง คัดค้านจากประชาชนจะมีวิธีการอย่างไร ทุกท่านต้องช่วยตอบมา เราพร้อมจะทำตามทันที

                        เมื่อถามว่า นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ ระบุว่า กกต.จะต้องประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. นายสมชัย กล่าวว่า ตรงนี้เป็นโจทย์หนึ่ง เพราะคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ายังไม่ได้นำมานับรวมเนื่องจากมีปัญหาอยู่ ดังนั้นเมื่อยังประกาศผลไม่ได้ต้องทำอย่างไร อีกทั้งถ้าจัดการเลือกตั้งแล้วยังมีการขัดขวางการเลือกตั้งอยู่ทำให้ไม่สามารถได้คะแนนครบจากทุกหน่วยจะทำอย่างไร ทุกคนคงต้องมาช่วยกันตอบ เพราะตนอยากได้ให้ความเห็นจากทุกฝ่าย คือ การเปิดกฎหมายแล้วพูดใครๆ ก็เปิดได้ ซึ่งขณะนี้ได้ทำหนังสือเชิญทุกคนมา โดยตนจะนั่งฟังตั้งแต่ต้นจนจบ จากนั้นจะสรุปเป็นความเห็นที่ประชุม ซึ่งให้ทำเป็นข้อๆ และนำความเห็นทั้งหมดนำเสนอต่อ กกต.ทั้ง 5 คน

 

 

กลับถิ่นใช้สนง.กกต.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะทำงานวันแรก

 

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทยอยเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายในสำนักงานกกต. ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ภายหลังนายสมชัย ได้หารือกับพระพุทธะอิสระ เเกนนำกปปส.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้เข้าตรวจสอบภายในสำนักงานร่วมกัน โดยก่อนเข้าปฏิบัติงานภายในอาคารบีศูนย์ราชการของเจ้าหน้าที่ทุกคนนั้นต้องลงรายชื่อพร้อมตรวจกระเป๋า ผู้เข้า-ออก อย่างเข้มงวด ตามข้อตกลงของพระพุทธะอิสระ ที่ได้กำหนดระเบียบร่วมกัน ในการอนุญาตให้เข้าสำนักงานได้ ซึ่งพบว่าในช่วงเช้านอกจากเจ้าหน้าที่แล้ว มีเพียงนายสมชัย และนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.เดินทางเข้าทำงานในสำนักงานที่ศูนย์ราชการ ขณะที่วันนี้ (10 ก.พ.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่มีประชุมอย่างเป็นทางการ แต่จะมีการเชิญกกต. หารือในวันที่ 11 ก.พ.นี้ ใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย ระยอง เพชรบุรี ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดภาคใต้ที่มีปัญหาไม่มีผู้สมัคร อย่างไรก็ตามบรรยากาศโดยรอบอาคารเฉลิมพระเกียรติ ศูนย์ราชการ ยังคงมีกลุ่มผู้ชุมนุม ปิดล้อม ตามจุดทางแยก พร้อมมีการตั้งบังเกอร์ตรวจเข้มรถเข้า - ออกทุกคัน ร่วมกับเจ้าหน้าที่อาคาร เพื่อความปลอดภัย