
เพชรบุรีดีจัง...เมืองยิ้ม
10 ก.พ. 2557
เพชรบุรีดีจัง...เมืองยิ้ม
�
� � � � � การทำสุขภาวะไม่ใช่แค่ทางกาย แต่ต้องมาจากจิตใจและสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่ดี ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทำให้เมืองของตนเองน่าอยู่ และที่นี่ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ตัวอย่างสำหรับเรื่องนี้
�
� � � � � สสส. ชู "เพชรบุรี ดีจัง" ต้นแบบเมืองสื่อสร้างสรรค์ โชว์ชุมชนติดยิ้ม วัดยิ้ม ถนนยิ้ม ทั้งเมืองเรืองแสง ปลุกเมืองเพชรบุรีมีชีวิตชีวาเจิดจ้าด้วยศิลปะ วัฒนธรรม ชี้ช่วยลดปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงของเด็กและเยาวชน
�
� � � � � นายจำลอง บัวสุวรรณ ผู้ประสานงานโครงการเพชรบุรี...ดีจัง กล่าวว่า เครือข่ายเพชรบุรี...ดีจัง ได้ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รณรงค์ให้ จ.เพชรบุรี เป็นต้นแบบการเปิดพื้นที่สร้างารรค์ด้วยการนำสื่อศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจัดกิจกรรมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ ผ่านซุ้มกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมรูปแบบต่างๆ และการแสดงศิลปะพื้นบ้าน โดยปีนี้ใช้ชื่องานว่า "เพชรบุรี...ดีจัง ทั้งเมืองเรืองแสง" สื่อสารให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาของเมืองเพชรบุรี ที่เจิดจรัสด้วยศิลปวัฒนธรรม และชุมชนได้ร่วมกันปลุกเมืองเพชรบุรีที่เงียบเหงาให้เปล่งประกายสร้างความสุขและรอยยิ้มแก่ผู้ร่วมงาน
�
� � � � � ขณะที่เริ่มทำชุมชนก็ยังไม่เข้าใจว่าโครงการจะออกมาเป็นอย่างไร แต่เมื่อเริ่มสร้างการมีส่วนร่วมมากขึ้น ประชาชนก็เริ่มค่อยๆ เข้าใจ และก่อนที่จะมีโครงการนี้ขึ้นมา ปัญหาที่พบคือเด็กไม่กล้าเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็ไม่เข้ามาคุยกับเด็ก ขับรถมอเตอร์ไซค์ผ่านกันก็ไม่เคยทักทายกัน แต่พอมีพื้นที่สร้างสรรค์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็เริ่มที่จะสื่อสารกันมากขึ้น เช่น การที่เด็กปรึกษาผู้ใหญ่ในการจัดงาน ก็ปรึกษากันว่าจะจัดงานอย่างไรบ้าง เพื่อให้ประชาชนมาเที่ยวงานและประทับใจกลับไป ทำให้สื่อสารพูดคุยกันมากขึ้น
�
� � � � � นอกจากนั้นยังได้วัฒนธรรมทางสังคมกลับมาด้วย เช่น ที่บ้านป้าหนอม ซึ่งการรำไทยทรงดำของป้าหนอม แต่ก่อนที่ยังไม่ได้จัดกิจกรรม ป้าหนอมแค่ถูกจ้างไปเล่นงานตามปกติ แต่พอมีกิจกรรมนี้ เด็กๆ ให้ความร่วมมือดีมาก หลังเลิกเรียนก็จะไปที่ศาลากิจกรรม นั่งทำการบ้าน หรือซ้อมการแสดง โดยมีป้าหนอมเป็นผู้ฝึกฝน
�
� � � � � การทำสุขภาวะไม่ใช่แค่ทางกาย แต่ต้องมาจากจิตใจและสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่ดี ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทำให้เมืองของตนเองน่าอยู่ และที่นี่ถือเป็นพื้นที่ตัวอย่างสำหรับเรื่องนี้
�
� � � � � ด้าน รศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักณรงค์สื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า งานเพชรบุรี ดีจัง ปีแรกจัดในพื้นที่วัด 3 วัด ซึ่งตอนจัดเยาวชนและคนในพื้นที่เป็นผู้จัดกันเอง สร้างความตื่นเต้นให้คนในจังหวัดเป็นอย่างมาก และมีเสียงตอบรับที่ดี
�
� � � � � หลังจากปีแรกตั้งใจแค่ให้เป็นเหมือนมหกรรมถนนเด็กเดินแค่คืนเดียว ปรากฏว่า มีชาวบ้านเสนออยากให้จัดต่อเป็นประจำทุกๆ เดือน จึงนำมาสู่การจัดงานในปีที่ 2 ซึ่งจากที่เคยจัดในวัด 3 วัด ก็กลายมาเป็นจัดบนถนนมีเวทีหลายจุด ทำให้ชาวบ้านที่อยู่บนถนนช่วยกันคิดว่าจะเอาอะไรมาโชว์ หัวใจสำคัญคือคนในพื้นที่ได้นำความเป็นคนเมืองเพชรออกมาแสดงที่หน้าบ้านของตน
�
� � � � � พอเข้าสู่ปีที่ 3 ถือได้ว่าปีนี้ท้องถิ่นจังหวัดจัดกันเองเกือบทั้งหมด จะเห็นได้ว่าจากการจัดงานนี้ทำให้ระหว่างปีชุมชนต่างก็เอาความคิดที่ว่าเมืองนี้ดีจังไปทำต่อ ไปเป็นกิจกรรมประจำได้ จึงเกิดหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนร่วมมือมากมาย เช่น อาศรมศิลป์ ก็เข้ามาช่วยในเรื่องของการออกแบบว่าจะทำอย่างไรให้เป็นเมืองสุขภาวะ รวมไปถึงจังหวัดก็ให้งบประมาณสนับสนุนในการจัด จากที่มีกิจกรรมเพียงคืนเดียว กลายเป็นมหกรรมใหญ่ของชุมชน�
�
� � � � � งานนี้เป็นเหมือนประตูให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับชุมชนรู้สึกดีกับชุมชนของตนเอง และจะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี ซึ่งจะกลายเป็นฐานที่ดีต่อสิ่งที่เราเรียกว่า สุขภาวะ
�
� � � � � อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ช่องว่างระหว่างเด็ก และผู้ใหญ่ลดน้อยลงไป จากที่ไม่เคยพูดคุยกัน การมีกิจกรรมนี้ทำให้เด็กๆ ต้องไปถามไปฟังจากผู้ใหญ่ในชุมชน เพื่อให้เข้าใจถึงเรื่องราวต่างๆ และความสำคัญของชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กๆ ที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มลูกหว้า ซึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กยากจนพ่อแม่ต้องทำงานหนัก อาจารย์จำลองได้นำเด็กๆ มาทำพวงมโหตร ให้ไปขายในงานเขาวัง พวกเขาก็เริ่มสนุกเพราะเริ่มมีรายได้ จึงก่อให้เกิดการขยายตัวไปจนถึง 36 กลุ่ม มาเป็นจุดเด่นของเพชรบุรีดีจัง ที่ดำเนินการโดยเยาวชนทั้งสิ้น
�
� � � � � ด.ญ.สุนารี ชายา นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียน ตชด.บ้านโป่งลึก เผ่าปากะญอ อ.แก่งกระจาน ผู้ร่วมแสดงรำพื้นบ้าน หรือรำตะน่า กล่าวว่า รู้สึกชอบงานนี้และตื่นเต้นมาก เพราะมีคนสนใจการรำ การทอผ้า และการเป่าแคน งานนี้เป็นงานที่ช่วยให้กล้าแสดงออกมากขึ้น ทำให้เกิดพื้นที่ที่จะได้โชว์ให้คนเห็นว่าการอยู่ การกิน และวัฒนธรรมของเผ่าปากะญอก็มีดีไม่แพ้ใครเหมือนกัน�
�
� � � � � ด.ญ.ฐิติชญา ชัยชาติ ผู้ประสานงานฝ่ายเวทีตะวันออก สมาชิกกลุ่มลูกหว้า กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นเพราะมีการเตรียมตัวมาก่อนหน้านี้เป็นเดือนๆ ซึ่งถือเป็นการฝึกตนเองไปในตัวเพื่อที่จะได้ทำงานใหญ่ในครั้งนี้ได้อย่างเต็มที่ และเมื่อได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วในวันนี้ปรากฏว่ามีผู้มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก รู้สึกดีใจที่ประสานงานได้ผล ส่งผลให้มีกำลังใจที่จะทำงานในครั้งต่อๆ ไปอีกด้วย�
�
� � � � � การที่ได้มาเป็นสมาชิกกลุ่มลูกหว้านั้น รู้สึกภูมิใจอย่างมากเพราะนอกจากจะได้เป็นผู้เผยแพร่วัฒนธรรมแล้ว ยังได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนๆ ทั้งในเรื่องของวิชาที่เรียนมาจากโรงเรียน และวิชาช่างสิบหมู่ที่มีการเรียนการสอนกันในทุกวันเสาร์และจะนำมาโชว์ในงานทุกๆ ปี ซึ่งหากใครยังไม่เคยมาร่วมงาน ก็อยากขอเชิญชวนให้มารู้จักเพชรบุรี ดีจัง ด้วยกัน จะมีสอนวัฒนธรรมทุกๆ อำเภอ ให้ทุกคนรู้ว่ายังมีพวกเขาเป็นผู้เผยแพร่อยู่
�
� � � � � ด้าน ด.ญ.ณัฏฐณิชา กลิ่นทิพย์ ผู้ประสานงานฝั่งตะวันตกสร้างสรรค์ สมาชิกกลุ่มลูกหว้า กล่าวว่า รู้สึกมีความสุขที่ได้ช่วยสร้างสังคมให้มีคุณค่า และได้เป็นผู้มีส่วนช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมของเมืองเพชรบุรี ไม่ว่าจะผ่านตัวงานหรือทางอินเทอร์เน็ต การที่ได้มาทำกิจกรรมเช่นนี้นับเป็นประสบการณ์ที่ดีมากเพราะความรู้ต่างๆ ที่ได้เป็นความรู้และประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากในโรงเรียน และคิดว่าความรู้และประสบการณ์ต่างๆ เหล่านี้จะติดตัวตลอดไป สุดท้ายอยากฝากให้ประชาชนที่ยังไม่เคยมาเที่ยวในงานเพชรบุรี ดีจัง ลองมาเที่ยวชมดูสักครั้งไม่งั้นคุณอาจจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง



