
ชาวนาบุกก.ยุติธรรมร้องรบ.ฉ้อโกงจำนำข้าว
10 ก.พ. 2557
กลุ่มชาวนา เคลื่อนขบวนออกจาก ก.พาณิชย์ เดินทางไป ก.ยุติธรรม เพื่อร้องเรียนกรณีรัฐบาลฉ้อโกงจำนำข้าว
วันที่ 10 ก.พ.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเกษตรกรชาวนา ที่ปักหลักชุมนุมอยู่ที่หน้ากระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ ได้ทยอยเคลื่อนขบวนออกจากกระทรวงพาณิชย์ เดินทางไปยังกระทรวงยุติธรรมแล้ว เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียน กรณีรัฐบาลฉ้อโกงชาวนา ไม่จ่ายเงินจำนำข้าว จากนั้นจะเคลื่อนขบวนต่อไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แสดงความรับผิดชอบเกี่ยวกับเงินที่ยังค้างชำระค่าข้าว หรือมิฉะนั้น
นายกรัฐมนตรีก็ควรลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารจัดการต่อไป
คุมเข้ม สำนักงานปลัดกลาโหม รับม็อบชาวนา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีข่าวว่ากลุ่มชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากการจ่ายเงินล่าช้าในโครงการรับจำนำข้าวจะเคลื่อนมายังหน้าสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อเรียกร้องและทวงถามความคืบหน้าในการดำเนินการของรัฐบาลนั้น ทางสำนักปลัดกระทรวกลาโหมได้มีการเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยใช้การสนธิกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 กองร้อย และเจ้าหน้าที่ทหาร 3 กองร้อย และยังมีชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อสำรวจและเฝ้าระวังบริเวณโดยรอบทั้งหมด นอกจากนี้มีการวางแนวรั้วลวดหนามบริเวณรอบอาคาร พร้อมวางเครื่องขยายเสียงตามจุดต่างๆ เพื่อใช้ในการเจรจากับผู้ชุมนุม
ส่วนบริเวณโดยรอบก็มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม อาทิ มีการนำแผงเหล็กมาปิดถนนตั้งแต่ปากทางเส้นที่จะผ่านด้านหน้าอาคารชาเลนเจอร์ โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเมืองทองธานีคนหนึ่งกล่าวยอมรับว่านำแผงเหล็กเพื่อป้องกันม็อบ ส่วนอาคารอิมแพคอารีนา เจ้าหน้าที่ได้นำสังกะสีสีเขียวมาตีโอบล้อมเรียงติดๆ กันปิดด้านหน้าอิมแพคฯฝั่งที่ติดกับถนนด้านข้างซึ่งเป็นอีกจุดที่ผ่านมาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อป้องกันมวลชนบุกรุก ส่วนอาคาร Exhibition center ก็นำแผงเหล็กมากั้นไว้พร้อมกับป้ายข้อความ "พื้นที่ส่วนบุคคล สงวนสิทธิ์ห้ามกิจกรรมใดๆ หากฝ่าฝืน ดำเนินการตามกฎหมาย"
ชาวนานำรถไถเข้าไฟแนนซ์หาเงินทุนทำนารอบใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานชาวนาที่ตำบลบ้านดารา อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เริ่มไถที่นาเพื่อจัดเตรียมดิน ทำนาปรังรอบใหม่ พร้อมต้องทำใจนำรถไถนา รถเกี่ยวข้าว บางรายนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เข้าสถาบันการเงิน หรือไฟแนนซ์เพื่อรับเงินก้อนมาลงทุนทำนารอบใหม่ หลังยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว
นางสมคิด แป้นปาน ชาวนาหมู่ 1 ตำบลบ้านดารา กล่าวว่า ทำนาเป็นอาชีพหลักของคนอำเภอพิชัยเพราะอยู่ในพื้นที่ชลประทาน เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของจังหวัดอุตรดิตถ์ ช่วงทำนาปรังปีนี้ ประสบปัญหาไม่มีเงินทุนในการทำนา เพราะชาวนายังไม่ได้รับเงินจำนำข้าวจากรัฐบาล ครั้นจะรอคงไม่ไหว เพราะไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ จึงตัดสินใจนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ไปฝากไว้กับไฟแนนซ์ที่อยู่ในตัวอำเภอพิชัย ได้เงินมา 1 แสนบาท เป็นทุนทำนาและใช้จ่ายในครอบครัว โดยแบ่งส่ง 3 งวดต่อปี หรือ 4 เดือนส่งครั้งดอกร้อยละ 4 บาท หรือหากได้เงินจำนำข้าวจากรัฐบาล 1.5 แสนบาท ตนจะเอาไปจ่ายค่างวดรถกับไฟแนนซ์
"ชาวนาส่วนใหญ่ทำวิธีเดียวกัน เพราะไม่อยากไปกู้เงินนอกระบบ กลัวอันตรายหากส่งไม่ทันและดอกเบี้ยนสูง ส่วน ธ.ก.ส.ไม่สามารถกู้เพิ่มเติมได้เพราะเงินที่กู้มายังไม่ได้ส่งคืน จะนำใบประทวนไปค้ำเพื่อยื่นกู้เงินเพิ่มจาก ธ.ก.ส.เงินที่ได้ก็ไม่เพียงพอเพราะคิดในอัตราร้อยละ 2 บาท อย่างใบประทวนของดิฉัน 1.5 แสนบาท จะได้รับเงินกู้ประมาณ 25,000 บาท ส่วนการทำนารอบใหม่นี้จะยอมขายให้โรงสีเพื่อเอาเงินสด เพื่อนำมาใช้หนี้แม้ไม่ทั้งหมด ก็ได้บางส่วน" นางสมคิดกล่าว
นายอำพร ดำสร ชาวนา หมู่ 1 ตำบลบ้านดารา อำเภอพิชัย กล่าวว่า ทำนากว่า 50 ไร่ คาดหวังได้เงินเมื่อนำข้าวจำนำตามโครงการของรัฐบาลได้เงินประมาณ 5-6 แสนบาท จึงตัดสินใจกู้เงินจากธนาคารมาซื้อรถไถ่นา รถเกี่ยวข้าว เพราะไม่ต้องจ้างคนอื่น มาถึงตอนนี้เงินจำนำข้าวยังไม่ได้ ใกล้ถึงเวลาส่งค่างวดรถกับธนาคารแล้ว เมื่อหวังจากเงินจำนำข้าวไม่ได้ ต้องหันหน้าไปเพิ่งเจ้าของร้านค้า ลงบัญชีไว้ ขอซื้อพันธุ์ข้าว ปุ๋ย สารเคมีต่างๆ ในเงินเชื่อก่อน ร้านค้าคิดร้อยละ 3 บาท หลังเก็บเกี่ยวข้าวและขายได้เงินมา ค่อยเอามาจ่ายทั้งต้นและดอก
"เวลาเดียวกันนำรถไถ่นา ตะเวนออกรับจ้างไถ่นา ให้เพื่อนบ้านในราคาไร่ละ 250 บาท หักน้ำมันและค่าแรง คงพอมีรายได้จุนเจือครอบครัว วันละ 300 บาท หากขายข้าวในราคาเงินสดตันละ 6-7 พันบาท คงจะพออยู่ได้ แม้จะได้ไม่มากเหมือนการเข้าโครงการ" นายอำพร กล่าว



