ข่าว

แกะรอยจากกล้องวงจรปิดล่าทีมลอบฆ่า'ขวัญชัย'

แกะรอยจากกล้องวงจรปิดล่าทีมลอบฆ่า'ขวัญชัย'

10 ก.พ. 2557

แกะรอย...จากกล้องวงจรปิด ล่าทีมลอบสังหาร'ขวัญชัย' : ทีมข่าวอาชญากรรม


               ระยะเวลาเพียง 16 วัน เท่านั้น หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิง นายขวัญชัย สาราคำ หรือ นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ภาคอีสาน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ภายในบ้านพัก เลขที่ 449 หมู่ 11 บ้านหนองลีหู ถนนอุดรธานี-สามพร้าว ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี ตำรวจก็สามารถคลี่คลายคดีดังกล่าวได้ โดยจับกุมอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ประจำ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หนึ่งในทีมสังหาร และอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมบุคคลในเครื่องแบบอีก 6 คน ซึ่งอยู่ในทีมก่อเหตุ

               เบาะแสสำคัญนำไปสู่การจับกุม คือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในละแวกที่เกิดเหตุ รวมถึงตลอดสองข้างทางซึ่งคาดว่าเป็นเส้นทางการหลบหนี โดยหลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.อนุชัย เล็กบำรุง ผบช.ภ.4 มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รองผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.1 บก.สส.ภ.4 จัดกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน คลี่คลายคดีดังกล่าวให้ได้โดยเร็ว

               ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้ตรวจสอบบ้านพักหลังเกิดเหตุ และริมถนนห่างออกไปประมาณ 100 เมตร ซึ่งคาดว่าเป็นจุดซุ่มยิง พบปลอกกระสุนปืนสงครามกว่า 40 ปลอก โดยเบื้องต้นตำรวจว่าน่าจะมาจากปมการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายขวัญชัย ที่อาจสร้างความไม่พอใจให้แก่บุคคลบางกลุ่ม และเมื่อวิเคราะห์ถึงพฤติการณ์การก่อเหตุของคนร้ายที่ลงมืออย่างอุกอาจในเวลากลางวัน โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เป็นไปได้อย่างสูงที่ทีมมือปืนชุดนี้น่าจะเป็นบุคคลในเครื่องแบบที่เชี่ยวชาญการใช้อาวุธ

               ข้อสันนิษฐานดังกล่าวสอดคล้องกับภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในละแวกที่เกิดเหตุ รวมถึงกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ในตัวเมืองอุดรธานี ซึ่งปรากฏภาพรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง บริเวณท้ายกระบะคลุมด้วยพลาสติก ซึ่งคาดว่ามีมือปืนหลบซ่อนอยู่ ขับออกมาจากละแวกบ้านของนายขวัญชัย

               "เมื่อนำภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในหลายๆ จุด มาปะติดปะต่อกัน ทำให้ทราบว่าหลังก่อเหตุคนร้ายขับรถกระบะมุ่งหน้าไปยัง อ.หนองหาน และแวะซื้อของที่ร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งกล้องวงจรปิดในละแวกนั้นบันทึกภาพป้ายทะเบียนของรถกระบะคันนี้ได้ ระบุ จ.ร้อยเอ็ด แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นทะเบียนปลอม จึงพยายามไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามรายทางต่อ กระทั่งพบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดบริเวณด่านตรวจสอบยาเสพติดของ สภ.ภูพาน จ.สกลนคร ปรากฏภาพรถกระบะคันนี้เปลี่ยนป้ายทะเบียนเป็นตรากงจักร" แหล่งข่าวระดับสูงใน บช.ภ.4 ให้ข้อมูล

               หลังพบเบาะแสดังกล่าวทำให้ตำรวจมั่นใจว่า การลอบสังหารนายขวัญชัยครั้งนี้ มีบุคคลในเครื่องแบบเกี่ยวข้อง และน่าจะเตรียมการมาอย่างดี โดยก่อนลงมือต้องมีการซุ่มดูความเคลื่อนไหวของนายขวัญชัยมาระยะหนึ่ง จึงตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังเกี่ยวกับการใช้บริการสถานที่พักต่างๆ ในละแวกถนนเลี่ยงเมืองตะวันออก พบว่า ก่อนเกิดเหตุไม่นานมีชายฉกรรจ์ 2-3 คน เข้าไปพักที่ "เดอะบายพาสรีสอร์ท" ใกล้ทางแยกเข้าอาณาจักรของคนเสื้อแดง โดยชายชุดนี้มีท่าทีพิรุธ เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องพักและมีการใช้กล้องส่องทางไกลสอดส่องเข้าไปในที่ตั้งของชมรมคนรักอุดร เมื่อออกไปนอกสถานที่พักจะเปลี่ยนป้ายทะเบียนจากตรากงจักร เป็นป้ายทะเบียน จ.ร้อยเอ็ด

               ขณะที่สถานที่พักอีก 2 แห่งคือ "สวนไผ่รีสอร์ท" ต.หนองนาคำ และ "เรือนทิวารีสอร์ท" ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี ก็พบความผิดปกติเช่นกัน โดยมีบุคคลต่างถิ่นเข้าพักและเก็บตัวเงียบอยู่เฉพาะภายในห้องพัก และมีการเรียกสาวบริการ มาหาที่ห้องพัก

               "มั่นใจว่าชายฉกรรจ์ชุดนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ จึงพยายามตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังไป 1 สัปดาห์ก่อนวันเกิดเหตุ ซึ่งกล้องวงจรปิดบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยใช้รถกระบะโตโยต้าวีโก้ 2 คัน โดยคันแรกเป็นสีบรอนซ์ทอง อีกคันสีบรอนซ์เงิน ขับป้วนเปี้ยนอยู่ในละแวกบ้านพักของนายขวัญชัย" แหล่งข่าวรายเดิม เปิดเผย

               นอกจากนี้ ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ซึ่งติดตั้งไว้ที่บริเวณใกล้ตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่ง ปรากฏภาพผู้ต้องสงสัยเข้าไปใช้บริการกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม โดยมีหญิงบริการยืนรออยู่ ตำรวจจึงได้ประสานขอความร่วมมือไปยังธนาคารเพื่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการเอทีเอ็มรายนี้ ทำให้ทราบว่าเป็นทหารชั้นประทวน และยังได้ติดตามหญิงบริการรายนั้นมาให้ข้อมูลทำให้ทราบหมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลการใช้บริการเฟซบุ๊กของกลุ่มผู้ต้องสงสัย

               การตรวจสอบดังกล่าวทำให้ทราบว่า หนึ่งในคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุยิงถล่มบ้านพักของนายขวัญชัย คือนายมะดือนัง มะแซ อายุ 39 ปี เป็นอาสาสมัครรักษาดินแดนใน จ.นราธิวาส จึงประสานไปยังตำรวจชุดสืบสวนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปควบคุมตัวนายมะดือนัง ก่อนจะนำขึ้นเครื่องบินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาสอบสวนที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ์ ถนนอุดรธานี-สกลนคร ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี

               โดยนายมะดือนังรับสารภาพว่า เป็นหนึ่งในทีมลอบสังหารนายขวัญชัยจริง โดยได้ร่วมกับกลุ่มทหารที่เคยไปปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนมีความคุ้นเคยกัน  ก่อนเกิดเหตุเดินทางมาจากภาคใต้เข้าพักที่รีสอร์ทใกล้บ้านนายขวัญชัยหลายวัน เพื่อดูความเคลื่อนไหว ก่อนสบโอกาสลงมือก่อเหตุในวันที่ 22 มกราคม 2557 ซึ่งปืนอาก้าที่ใช้ก่อเหตุกลุ่มทหารจัดซื้อมาในราคากระบอกละ 5,000 บาท

               "ทีมสังหารที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวมีอีก 6-7 คน เป็นทหารยศร้อยตรี 1 คน ยศจ่า 2 คน และยศสิบเอก 3 คน สังกัดหน่วยงานทหารทางภาคตะวันตก โดยมีนายทหารระดับพันโท คนสนิทของพลเอกรายหนึ่ง เป็นผู้สั่งการ" แหล่งข่าวระดับสูงในชุดสืบสวน เปิดเผย

               ทั้งนี้ แนวทางการสืบสวนของตำรวจทราบว่า นายทหารยศร้อยตรีคนดังกล่าว ได้เข้ามาในพื้นที่เพื่อวางแผนสั่งการทีมสังหาร และเดินทางออกนอกพื้นที่ไปก่อนล่วงหน้าเพียง 1 วัน และหลังจากนั้นทีมสังหารก็ลงมือก่อเหตุกราดยิงใส่บ้านพักของนายขวัญชัย และหลบหนีออกนอกพื้นที่ โดยใช้รถกระบะ 2 คัน เป็นพาหนะ

...........................
              (หมายเหตุ : แกะรอย...จากกล้องวงจรปิด ล่าทีมลอบสังหาร'ขวัญชัย' : ทีมข่าวอาชญากรรม)