
ฉากภาพที่กกต.ฝันเห็นเกมส่งรบ.ขึ้นเขียง
ฉากภาพที่กกต.ฝันเห็น เกมส่งรัฐบาลขึ้นเขียง
แม้ทั้งฟากฝั่งรัฐบาล และ กปปส. จะยังคงเดินหน้าตามแนวของตนเอง แต่ขัดกับสถานการณ์โดยรวมของประเทศที่กำลังหยุดนิ่ง เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า การเลือกตั้งที่ยังค้างคาอยู่จะจบลงเช่นไร หลังจาก กกต.และรัฐบาลต่างเล่นบทโยนกันไปมา ไม่ยอมรับหน้าเสื่อเป็นผู้จัดการเลือกตั้งใหม่ในเขตที่มีปัญหา
ประการแรกคือ วันเลือกตั้งล่วงหน้าที่ยังจัดไม่ได้และต้องเลื่อนออกมา เบื้องต้นกำหนดไว้วันที่ 23 กุมภาพันธ์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครให้ความมั่นใจได้ว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ตราบใดที่ กปปส.ยังชุมนุมอยู่ และตราบที่ยังไม่สามารถทำได้ก็หมายถึงการประกาศผลการเลือกตั้งจะยังไม่เกิดขึ้น และจะยังไม่มี ส.ส.แม้แต่คนเดียว
ประการที่สอง หน่วยเลือกตั้งอีกกว่าหมื่นหน่วยที่ยังจัดการเลือกตั้งไม่ได้เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กกต.ยังไม่เห็นทางว่าจะจัดต่อไปอย่างไร แม้ว่าในวันนี้เชื่อว่าจะจัดการเลือกตั้งได้แล้วใน 7 จังหวัด แต่เป็นเพียง 641 หน่วยเลือกตั้งเท่านั้น และที่สำคัญคือ หน่วยที่ยังจัดไม่ได้ทั้งหมดอยู่ในเขตภาคใต้ และ กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่ของผู้สนับสนุนหลักของ กปปส.ทั้งสิ้น ซึ่งเชื่อได้ว่า ตราบใดที่การชุมนุมยังไม่เลิก การเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเหล่านั้นยังเกิดขึ้นไม่ได้
ประการที่สาม ดูเหมือนจะเป็นปัญหาที่ยังหาทางออกไม่ได้คือ อีก 28 เขตที่เลือกตั้งไม่ได้ เพราะไม่มีผู้สมัคร ซึ่งต้องยอมรับกันว่า เขตดังกล่าวเป็นปัญหาทางกฎหมายอย่างยิ่ง เพราะยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และไม่มีใครนึกด้วยซ้ำไปว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จนกระทั่งไม่มีบทบัญญัติเช่นว่า
ทางหนึ่งบอกว่า กกต.สามารถเปิดรับสมัครได้เองเลย เพราะถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่ต่อเนื่องมาจากการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ หรือเรียกง่ายๆ ว่า ยังเป็น "กรรม" เดียวกัน และอ้างไปถึงการตีความกฎหมายว่า ต้องตีความกฎหมายให้ปฏิบัติได้ไม่ให้เกิดทางตัน โดยนำกฎหมายที่ใกล้เคียงมาเทียบใช้ และนี่คือแนวคิดของรัฐบาล ที่ต้องการให้ กกต.เดินหน้าไปต่อ โดยไม่ต้องออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งฉบับใหม่
ต่างจาก กกต. ที่ตีความกฎหมายอย่างเคร่งครัดว่า ไม่สามารถทำได้ในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น เพราะกฎหมายไม่ได้เปิดช่องเอาไว้แม้แต่น้อย และต้องให้รัฐบาลเสนอพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งฉบับใหม่เท่านั้น จึงจะเปิดรับสมัครใหม่ใน 28 เขตได้
กกต.รู้ว่ารัฐบาลมีจุดยืนอย่างไร แต่ยังเสนอให้รัฐบาลไป แม้ฉากหน้าจะบอกว่าเป็นหนทางเดียวที่ทำได้ แต่เจตนาเบื้องหลังมีมากกว่านั้น เพราะใครก็รู้ว่า รอยร้าวและความเห็นระหว่าง กกต.กับรัฐบาลต่างกันขนาดไหน ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะหมากที่ กกต.วางเอาไว้นั่นเอง
ภาพที่ กกต.เห็นข้างหน้านั้น หาใช่รัฐบาลไม่ หากแต่เป็นศาลรัฐธรรมนูญที่จะเป็นคนขีดเส้นและทำให้ความต้องการของ กกต.เป็นจริง หากแต่เส้นทางที่จะไปถึงศาลรัฐธรรมนูญนั้น จำต้องผ่านรัฐบาลเสียก่อน
กกต.เคยผิดพลาดมาแล้ว เมื่อครั้งที่ขอให้รัฐบาลเลื่อนเลือกตั้ง โดยชิงยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะหารือกับรัฐบาล สุดท้ายทำให้ศาลไม่สามารถตัดสินให้เป็นแบบที่เขาอยากให้เป็น
ดังนั้นครั้งนี้ กกต.จึงต้องเสนอให้รัฐบาลออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ใน 28 เขต โดยรู้ว่าจะไม่ได้รับความเห็นชอบ จากนั้นจะอ้างเรื่องความขัดแย้งแห่งอำนาจของสององค์กรตามรัฐธรรมนูญมาตรา 214 ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
เพื่อเข้าสู่เกมที่ต้องการจริงๆ
สิ่งที่บางคนที่อยู่ใกล้ๆ กับ กกต.คาดการณ์ว่าจะได้เห็นคือ การที่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า การรับสมัครใหม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งฉบับใหม่ แต่หากออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งฉบับใหม่แล้ว ย่อมหมายถึง 28 เขตนั้นจะมีวันเลือกตั้งใหม่อีกวัน ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
นั่นหมายความว่า ศาลอาจจะบอกมาด้วยว่า เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติก็ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ โดยที่เลือกจะไม่บอกว่า การเลือกตั้งครั้งที่เพิ่งผ่านมาเป็นโมฆะ
นี่คือฉากทัศน์ที่มีบางคนข้างหลัง กกต.อยากเห็น เพราะมองว่าเป็นทางออกสำหรับภาวะทางตันเช่นนี้ เพราะแม้ปล่อยไปการเลือกตั้งก็ไม่จบ และคาดว่าจะใช้ช่วงเวลาก่อนจะออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งฉบับใหม่หาทางเจรจากับสองฝ่าย เพื่อให้เกิดการยอมรับ
ขณะที่รัฐบาลและเพื่อไทยเอง แม้จะไม่ชอบ แต่ไม่ถึงกับเกลียดทางเลือกนี้นัก อย่างที่เคยบอกไว้นานว่าหากอยากให้ออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งฉบับใหม่ก็ขอให้มีอะไรรองรับ เช่น คำวินิจฉัยของศาล เพราะหากให้นายกฯ เสนอ พ.ร.ฎ.เองโดยที่ไม่มีอะไรรองรับก็เหมือนกับเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับการผิดกฎหมาย
ส่วนการเลือกตั้ง "เพื่อไทย" เชื่อว่า ต่อให้เลือกตั้งอีกกี่ครั้งพวกเขายังจะกลับเข้าสู่อำนาจ ดังนั้นถ้าจบด้วยการเลือกตั้งอย่างไรเขายอมรับได้ ยกเว้นว่า จะถูกอำนาจขององค์กรอิสระเข้าจัดการ ในช่วงที่รอเลือกตั้งใหม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นค่อยกลับมาใช้มวลชนในมือรุกกลับยังทำได้
หากเป็นโมเดลเช่นว่านี้ เกือบทุกฝ่ายคงอยู่ในสถานะที่รับได้ แต่คำถามมีอยู่ที่ว่า การตัดสินดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจจริงหรือไม่ หรือสุดท้ายเป็นการตัดสินนอกอำนาจเหมือนเช่นที่ผ่านมาหลายๆครั้งโดยใช้ข้ออ้างเรื่องการแก้ปัญหาประเทศ
.......................................
(หมายเหตุ : ฉากภาพที่กกต.ฝันเห็น เกมส่งรัฐบาลขึ้นเขียง)



