
พิหารฟื้นจากความตกต่ำได้เพราะเลือกพรรคดี
พิหารฟื้นจากความตกต่ำได้เพราะเลือกพรรคดี : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook :Ruarob Joe Muangman
การได้มาซึ่งตัวแทนของประชาชนนั้น บางทีก็เหมือนกับการเสี่ยงดวงเหมือนกัน ยี่สิบวินาทีในคูหาที่เราเป็นเจ้าของความฝันอยากได้พรรคการเมืองดีๆ มาพัฒนาภาพรวมและท้องถิ่นของเราอาจกลายเป็นการสูญเปล่าหากพรรคที่เข้ามาบริหารหลักเลือกตั้งไม่เอาไหน กระนั้นก็ตาม ในโลกประชาธิปไตยสไตล์โลกาภิวัตน์นั้น การเลือกตั้งก็เป็นสิ่งสำคัญ ตัวแทนที่มาให้เลือกก็ต้องเพิ่มความตระหนักในผู้เลือก คู่แข่งและภายนอกที่มองอยู่ให้มากขึ้น นโยบายดีๆ ที่เป็นไปได้เพราะตั้งใจทำจริง จึงอาจเป็นของพรรคชนะเลือกตั้งและเปลี่ยนท้องถิ่นนั้นไปสู่ความเจริญได้จริง อย่างกรณี แคว้นพิหาร ของ อินเดีย
แคว้นนี้ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนกำเนิดศาสนาพุทธ เพราะพระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่นี่ จุดนี้เป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของพิหาร แต่การท่องเที่ยวไม่ได้เจริญถึงขนาดมีนักท่องเที่ยวปีละ 1.1 ล้านคนแบบนี้ในปีเริ่มต้นศตวรรษใหม่ เนื่องจากเวลานั้นรัฐพิหารถือเป็นแคว้นที่ล้มเหลวที่สุดในกระบวนแคว้นล้าหลังของอินเดีย คนยากจนขนาดหนักวันๆ แทบไม่มีตังค์ติดกะเป๋ามี 54 เปอร์เซ็นต์ อัตราการรู้หนังสือแค่ 17 เปอร์เซ็นต์ และมีเด็กได้รับวัคซีนแค่ 18 เปอร์เซ็นต์ แต่มาวันนี้เปลี่ยนเป็น 33, 33 และ 70 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ทั้งนี้เพราะพรรคที่เข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารแคว้นตั้งแต่ปี 2548 นั้น เอาจริงกับปัญหาหลายอย่าง ได้คิดแต่จะรักษาอำนาจอย่างเดียว
เริ่มจากการกวาดล้างคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง มีคนผิดติดคุกอย่างรวดเร็ว ข้าราชการคนไหนทำงานให้ประชาชนล่าช้ามีสิทธิถูกฟ้องแพ่ง ตั้งศาลเร่งด่วนขึ้นมาตัดสินคดีอย่างรวดเร็ว เพราะความยุติธรรมที่มาช้าก็คือความอยุติธรรม ในเมื่อคอร์รัปชั่นลด การเดินเครื่องในการใช้เงินหลวงก็ราบรื่น มีการเร่งสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานหลายอย่างรองรับความเจริญ เช่น ถนน 55,000 กม. สะพาน 12,000 แห่ง สร้างกลไกให้ประชาชนที่ยากจนพึ่งตนเองและขายของได้แบบโอท็อป โดยใช้โครงการเงินแบบกองทุนหมู่บ้านที่ประชาชนในหมู่บ้านเลือกตั้งกันเองขึ้นมาดูแลการใช้เงิน
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รัฐเต็มใจให้คำแนะนำเต็มที่ แคว้นพิหารลงทุนมากด้านการศึกษาและสาธารณสุข จนยกระดับชีวิตประชาชนได้ รายได้นั้นมาจากการท่องเที่ยวเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ได้จากประชาชนที่ค้าขายผลผลิตได้ และชนชั้นสูงที่แต่ก่อนไม่สนใจร่วมมืออะไรก็ถูกชักจูงให้ช่วยพัฒนาบ้านเกิด เพราะในสังคมที่จะก้าวหน้าได้นั้น ชนทุกระดับต้องร่วมมือกัน บีบความแตกต่างทางเศรษฐกิจและสังคมที่ถ่างกว้างเข้าหากันให้ได้
แคว้นพิหารยังต้องสู้อีกนานมากกว่าจะก้าวทันแคว้นอื่น แต่ยังใจชื้นที่มวลมหาประชาพุทธล้วนพากันเยี่ยมเยือนแคว้นนี้อย่างไม่ขาดสาย ไทยเราเป็นประเทศแถวหน้าที่นำเงินตราเข้าแคว้น เงินจำนนนี้ถูกผันไปยังกิจการด้านอื่นด้วยอย่างไรก็ตาม แคว้นพิหารก็เหมือนแคว้นอื่นในเขตตอนกลาของอินเดียที่กำลังเผชิญภัยที่นานาชาติเห็นเป็นเรื่องเล็ก แต่กัดกร่อนความมั่นคงของแคว้นและประเทศเป็นอันมาก นั่นคือ ภัยจากการก่อการร้ายลัทธิเหมา ซึ่งถ้ามีโอกาส ผมจะเล่าให้ฟังวันหลังครับ



