
'สาธิต เซกัล'ปัดขอลี้ภัยในสถานทูตอินเดีย
09 ก.พ. 2557
เครือข่ายนักธุรกิจ ยื่นจม.วอนทูตอินเดีย คุ้มครอง "สาธิต เซกัล" หลังถูก"ศรส."สั่งเนรเทศ เจ้าตัวปัดขอลี้ภัยในสถานทูต
วันที่ 9 ก.พ.57 เมื่อเวลา 12.00 น. นางชุมศิลป์ โสตถิปรีดาวงศ์ นักธุรกิจสีลม นายวิวัฒน์ชัย กุลมาตย์ ที่ปรึกษาภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น นำชาวสีลม กลุ่มนักธุรกิจย่านสีลม และผู้ชุมนุม กปปส. พร้อมรถกระบะติดเครื่องขยายเสียง มารวมตัวกันกันที่หน้าสถานทูต เพื่อแสดงพลังมวลชนให้กำลังใจ กรณีที่นายสาธิต เซกัล นายกสมาคมนักธุรกิจอินเดีย-ไทย 1 ใน แกนนำ กปปส. ถูกศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) มีคำสั่งให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)เนรเทศออกจากประเทศไทย พร้อมกับยื่นจดหมายถึงเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เพื่อขอให้คุ้มครองนายสาธิต ให้ได้อยู่ในประเทศไทยต่อไป
โดยระหว่างการรวมตัวหน้าสถานทูต นางชุมศิลป์ นายวิวัฒน์ชัย และแนวร่วม ได้ผลัดเปลี่ยนกันกล่าวโจมตีรัฐบาล , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส. และการกระทำของศรส.ดังกล่าว ที่มีคำสั่งเนรเทศนายสาธิต ทั้งที่ไม่มีความผิด และไม่มีการไต่สวนหาข้อเท็จจริงเสียก่อน ซึ่งขณะที่นายสาธิต อยู่ในประเทศไทย ไม่ได้ทำความเสียหาบใดๆ กับประเทศ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาล และพรรคเพื่อไทย กลับไปตรวจสอบการชุมนุมของกลุ่ม นปช.และคนเสื้อแดงที่ผ่านมาด้วย เพื่อให้มีคำสั่งเนรเทศกลุ่มคนต่างด้าวที่แฝงในกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย
ขณะที่เมื่อเวลา 12.30 น.เศษ ทางสถานทูต ได้ส่งผู้แทนออกมารับจดหมายจากนางชุมศิลป์ที่บริเวณประตูรั้วหน้าสถานทูต โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล และนครบาลทองหล่อ เฝ้ารักษาความปลอดภัย ดูแลความสงบเรียบร้อย ขณะที่วันนี้บริเวณโดยรอบสถานทูต มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายดูแลความเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกการจราจร ด้านหน้าสถานทูต ประมาณ 30 นายและภายหลังกลุ่มยื่นจดหมายแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนเดินทางกลับไปเยี่ยมประชาชนที่ย่านเยาวราช และให้กำลังใจผู้ชุมนุมเวทีต่างๆ ต่อไป
ภายหลัง นางชุมศิลป์ ตัวแทนนักธุรกิจย่านสีลม กล่าวว่า แม้นายสาธิต จะมีเชื้อชาติและสัญชาติอินเดีย แต่เป็นบุคคลที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยเป็นอย่างมาก ส่วนการเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง ก็เป็นไปตามกรอบที่กฏหมายกำหนด วิจารณ์การทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมืองไทยอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งคำสั่ง ศรส. ดังกล่าวที่ให้เนรเทศนายสาธิตนั้นมีบทลงโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ และเป็นการคุมคามอย่างแท้จริง โดยไม่มีการไต่สวนก่อนที่จะมีคำสั่งเนรเทศ จึงขอให้เอกอัครราชฑูตอินเดียประจำประเทศไทย เข้าช่วยเหลือและให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของนายสาธิต ในฐานะที่เป็นประชาชนชาวอินเดีย เพื่อให้ได้ใช้สิทธิในการโต้แย้ง และอาศัยอยู่ในแผ่นดินไทย ประกอบธุรกิจตามเดิมได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ซึ่งดูแลความเรียบร้อยอยู่ด้ายหน้าสถานฑูต ยืนยันว่าเอกอัครราชฑูต รวมทั้งนายสาธิต ไม่ได้อยู่ภายในสถานฑูต แต่อย่างใด
'สาธิต เซกัล'ปัดขอลี้ภัยในสถานทูตอินเดีย
นายสาธิต เซกัล ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับเนชั่นทีวี ปฏิเสธกระแสข่าวขอลี้ภัยในสถานทูตอินเดีย ยืนยันตนเองบริสุทธิ์ และพร้อมยุติการขึ้นเวทีปราศรัยหาก ศรส.ไม่สบายใจ เผยยังไม่ได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการหลัง ศรส.มีคำสั่งเนรเทศออกนอกประเทศ
'ถาวร'ยก'พรบ.เนรเทศ'ขึ้นสู้ศรส.
นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.กล่าวว่า หากไปดู พ.ร.ก.บริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ไม่มีมาตราใด ให้อำนาจในการเนรเทศบุคคล หากจะมีการพิจารณาเนรเทศ ต้องอ้างอิง พ.ร.บ.เนรเทศ พ.ศ.2499 ซึ่งมาตรา 8 ระบุให้ผู้ที่ถูกออกคำสั่งสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรีได้ ดังนั้นหากไม่มีการพิจารณาอุทธรณ์ก็ย่อมจะมีความผิดทางอาญาได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะต้องให้มีการดำเนินตามกฎหมาย เช่น ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
เราดูกฎหมายแล้ว เห็นว่าอุทธรณ์ได้ ส่วน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรรมการ ศรส. จะคิดอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง ซึ่งหากจะเนรเทศไม่ใช่จะทำกันง่ายๆ กับใครก็ได้ แต่ต้องพิจารณา พ.ร.บ.เนรเทศ ที่ให้ อำนาจคณะกรรมการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบ ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าคณะกรรมการของกระทรวงมหาด คิดเห็นอย่างไร
นายถาวร กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้ร่างคำร้อง ที่เตรียมยื่นให้ศาลแพ่ง พิจารณาเพิ่มเติมด้วย เกี่ยวกับคำสั่งเรื่องคุ้มครองชั่วคราว ในคดีที่ตนยื่นฟ้อง นายกรัฐมนตรี , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส.และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะ รอง ผอ.ศรส. เพราะขณะนี้เราเห็นว่าฝ่ายรัฐ กระทำการเกินกว่าคำสั่งศาลแพ่งและเป็นการละเมิดสิทธิ โดยเบื้องต้นคิดว่าอาจจะยื่นคำร้องเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ ( 10 ก.พ.) วันเดียวกับที่ศาลให้จำเลยทั้งสามยื่นคำให้การ
นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.กล่าวว่า หากไปดู พ.ร.ก.บริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ไม่มีมาตราใด ให้อำนาจในการเนรเทศบุคคล หากจะมีการพิจารณาเนรเทศ ต้องอ้างอิง พ.ร.บ.เนรเทศ พ.ศ.2499 ซึ่งมาตรา 8 ระบุให้ผู้ที่ถูกออกคำสั่งสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรีได้ ดังนั้นหากไม่มีการพิจารณาอุทธรณ์ก็ย่อมจะมีความผิดทางอาญาได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะต้องให้มีการดำเนินตามกฎหมาย เช่น ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
เราดูกฎหมายแล้ว เห็นว่าอุทธรณ์ได้ ส่วน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรรมการ ศรส. จะคิดอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง ซึ่งหากจะเนรเทศไม่ใช่จะทำกันง่ายๆ กับใครก็ได้ แต่ต้องพิจารณา พ.ร.บ.เนรเทศ ที่ให้ อำนาจคณะกรรมการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบ ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าคณะกรรมการของกระทรวงมหาด คิดเห็นอย่างไร
นายถาวร กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้ร่างคำร้อง ที่เตรียมยื่นให้ศาลแพ่ง พิจารณาเพิ่มเติมด้วย เกี่ยวกับคำสั่งเรื่องคุ้มครองชั่วคราว ในคดีที่ตนยื่นฟ้อง นายกรัฐมนตรี , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส.และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะ รอง ผอ.ศรส. เพราะขณะนี้เราเห็นว่าฝ่ายรัฐ กระทำการเกินกว่าคำสั่งศาลแพ่งและเป็นการละเมิดสิทธิ โดยเบื้องต้นคิดว่าอาจจะยื่นคำร้องเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ ( 10 ก.พ.) วันเดียวกับที่ศาลให้จำเลยทั้งสามยื่นคำให้การ



