ข่าว

'พงศ์เทพ'ยัน'รบ.'ไร้อำนาจออกพรฎ.ลต.ใหม่

'พงศ์เทพ'ยัน'รบ.'ไร้อำนาจออกพรฎ.ลต.ใหม่

08 ก.พ. 2557

'พงศ์เทพ' ยัน 'รัฐบาล' ไม่มีอำนาจออกพรฎ.เลือกตั้งใหม่ 28 เขต โยนเป็นหน้าที่ 'กกต.'

 

                         8 ก.พ.57 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ทำจดหมายอย่างเป็นทางการถึงรัฐบาลเพื่อขอหารือการออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งฉบับใหม่ เพื่อใช้จัดการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้ง 28 เขตในภาคใต้ ซึ่งไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. ว่า ตนยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว แต่คิดว่าคงจะถูกส่งมาถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แล้ว จากนั้น ฝ่ายกฎหมายที่ให้คำปรึกษาแก่รัฐบาล อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นต้น ก็ต้องนำมาพิจารณาในแง่ของกฎหมายถึงข้อเสนอของกกต.

                         นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า สำหรับตนขอย้ำว่า กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นให้ได้ โดยมีรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน จึงยังตอบไม่ได้ในประเด็นที่เสนอมาเพราะต้องมาพิจารณาก่อน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 ระบุไว้ชัดเจนว่าเมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรและกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปหรือการเลือกตั้งซ่อม กกต.ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นให้ได้ ซึ่งหลายครั้งต้องเลือกตั้ง 2-3 ครั้ง และบางเขตอาจเลือกถึง 3 ครั้งเพราะมีกรณีของการให้ใบเหลือง-ใบแดง นอกจากนี้ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เคยมีกรณีที่ต้องจัดการเลือกตั้งถึง 5-6 ครั้ง โดยไม่ต้องตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่แต่อย่างใด

                         เมื่อถามว่าแสดงว่ารัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งฉบับใหม่ใช่หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เรื่องนี้มีรัฐธรรมนูญระบุไว้ เมื่อแนวทางเป็นเช่นไร ก็ควรให้เป็นอย่างนั้น

                         เมื่อถามย้ำว่าเหตุที่ไม่สามารถตกลงกับกกต.ได้เป็นเพราะต่างฝ่ายเกรงว่าจะขัดกฎหมาย นายพงศ์เทพ กล่าวย้ำว่า รัฐธรรมนูญกำหนดไว้อยู่แล้วเกี่ยวกับหน้าที่ของแต่ละฝ่าย และขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีหน้าที่ แต่ถ้ากกต.ทำหนังสือมา เราก็รับฟัง ไม่ใช่ไม่รับฟัง โดยเราต้องมาดูเหตุและผลประกอบกัน

                         ต่อข้อถามว่ารัฐบาลไม่เชื่อมั่นกับการทำหน้าที่ของกกต.ใช่หรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวย้อนว่า สื่อมวลชนก็เห็นอยู่แล้ว อย่าให้ตนพูดเรื่องนี้เลย

 

'โภคิน' ย้ำเป็นหน้าที่ 'กกต.' ออกพรฎ.เลือกตั้งใหม่ 28 เขต

 

                         เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยทีมกฎหมายของพรรค อาทิ นายชูศักดิ์ ศิรินิล และนายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ของพรรคถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมทำหนังสือให้รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขตที่ยังไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยนายโภคินกล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดเกิดจากกกต.เองที่ไม่แก้ไขปัญหาให้ลุล่วงตั้งแต่แรก และเมื่อเลยระยะเวลาการรับสมัครกกต.กลับไม่ใช้อำนาจหาสถานที่และขยายวันสมัครรับเลือกตั้งใหม่เมื่อเลยระยะเวลาการรับสมัครแล้ว นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านการเลือกตั้ง ได้หารือกับตัวแทนรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย โดยตัวแทนรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยขอให้กกต.ใช้อำนาจของตนขยายวันรับสมัครและหาสถานที่ที่เป็นไปได้ แต่กกต.ไม่ทำ

                         ทั้งนี้การดำเนินการเพื่อให้การเลือกตั้งใน 28 เขตที่เหลืออยู่เดินหน้าต่อไปนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของกกต.ตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการที่ผู้ร้องไม่สามารถยื่นใบสมัครต่อผอ.การเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่กำหนดจากเหตุที่มีผู้ชุมนุมประท้วงขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้ง จึงเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของกกต.ตามรัฐธรรมนูญที่จะต้องควบคุมและดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งส.ส.ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

                         “ยืนยันว่าเมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปแล้ว นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีไม่มีอำนาจหน้าที่ใดๆ เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่จะทูลเกล้าฯ เสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเลือกตั้งใหม่ขึ้น ทั้ง ๆ ที่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเลือกตั้งปัจจุบันยังมีผลใช้บังคับอยู่โดยสมบูรณ์ ซึ่งถ้าหากฝ่าฝืนกระทำไปโดยรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อำนาจอาจสุ่มเสี่ยงที่จะกระทำผิดกฎหมายและไม่บังควรอย่างยิ่ง” นายโภคิน กล่าว

                         นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ทางกฎหมายรัฐบาลสามารถออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งได้ใน 3 กรณีคือ 1.เมื่อสภาผู้แทนราษฎรครบวาระ 4 ปี จึงต้องกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป 2.เมื่อมีการยุบสภาฯ ต้องอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 108 และ 3.เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วมีตำแหน่งที่ว่างลงจากการถูกใบเหลืองใบแดง ซึ่งกรณีปัญหา 28 เขตเลือกตั้งนั้นไม่เข้าเงื่อนไขข้อกำหนดตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่สามารถกระทำตามข้อเสนอของกกต.ได้เพราะคณะรัฐมนตรีไม่มีอำนาจและกฎหมายรองรับ แต่ควรเป็นหน้าที่ของกกต.ในการดำเนินการดูแลและจัดการเลือกตั้งให้สมบูรณ์

                         ขณะที่นายคณิน กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งนี้ เหตุใดกกต.จึงไม่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ทำให้การเลือกตั้งมีปัญหา แต่กลับมาสร้างเงื่อนไขกับรัฐบาลทั้งๆ ที่รู้ว่า หากรัฐบาลดำเนินการอาจมีความสุ่มเสี่ยงและจะมีผู้ไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้พระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งและการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ซึ่งจะส่งผลเสียตามมาอีกมาก