ข่าว

'เทือก'โต้!'ปู'อย่าเอาการเมืองกลบทุกข์ชาวนา

'เทือก'โต้!'ปู'อย่าเอาการเมืองกลบทุกข์ชาวนา

08 ก.พ. 2557

'สุเทพ'แนะชาวนางัดใบประทวน ฟ้องศาลเอาผิด'ยิ่งลักษณ์-กิตติรัตน์-บุญทรง-ณัฐวุฒิ' หลังค้างค่าจำนำข้าว 6 เดือน พร้อมชู 5 ประเด็นปฏิรูปด่วน ในเวที'กปปส.'

 
                      8 ก.พ.57 เมื่อเวลา 12.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ขึ้นปราศรัยที่เวทีชุมนุมสีลมว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่ประชาชนได้ร่วมเดินขบวนครั้งพิเศษ เพื่อระดมทุนช่วยชาวนาเป็นการเฉพาะ โดยใช้เวลานานกว่า 9 ชั่วโมง คาดว่า น่าจะได้ประมาณ 5-6 ล้าน ส่วนในวันจันทร์ที่ 10 ก.พ.ตนก็จะไปเดินอีก ดังนั้น เป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 10 ล้านบาทนั้นจะสำเร็จอย่างแน่นอน  ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่า เงินจำนวน10 ล้านจะมอบให้ชาวนานำไปใช้จ่ายในเรื่องใดนั้น ตนขอเรียกว่าเงินที่รัฐบาลค้างจ่ายชาวนามีจำนวน 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งเงิน 10 ล้านบาทนั้นเป็นแค่เศษเงิน แต่เงินจำนวนนี้สามารถเป็นเงินทุนในการต่อสู้ เพื่อทวงหนี้คืนมาให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะชาวนาไม่มีทุนที่จะนำไปใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อมาเคลื่อนไหว ดังนั้น เงินที่เรารวบรวมได้จะให้ชาวนานำไปใช้จ่ายในการเคลื่อนไหว เช่น ค่ารถ ค่าอาหาร เป็นต้น 
 
                      "นอกจากนี้เงินจำนวนดังกล่าวจะเป็นค่าใช่จ่ายในการดำเนินคดีกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรมว.คลัง นายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ อดีตรมว.พาณิชย์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รักษาการรมช.พาณิชย์ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ยืนยันว่า ใครที่เกี่ยวข้องกับการโกงชาวนาต้องถูกยื่นฟ้องอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดก็อาจจะมีการยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะด้วย" นายสุเทพ กล่าว
 
                      นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ตนเป็นสามัญชนธรรมดารู้กฎหมายน้อยแต่เห็นว่า การที่รัฐบาลไปเอาข้าวมาแล้วไม่จ่ายเงินถือว่าผิดสัญญาอย่างแน่นนอน ดังนั้นเรื่องนี้สามารถยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อดำเนินคดีทางแพ่งได้เพราะชาวนามีหลักฐานคือ ใบประทวนซึ่งจะเป็นหลักฐานที่ดี อีกทั้ง ยังมีหลักฐานที่รัฐบาลระบุว่าจะมีการจ่ายเงินภายในกี่วัน เมื่อไม่มีการจ่ายเงินตามกำหนดก็ถือว่าผิดสัญญา นอกจากนี้ คิดว่าหากมีการฟ้องร้องดำเนินคดีจริง ก็อาจมีการห้ามครม.เกี่ยวข้องออกนอกประเทศ รวมถึงอาจมีการอายัดทรัพย์ในที่สุด 
 
                      "ขอฝากไปยังประชาชนที่ต้องการจะสู้คดีแต่ไม่รู้จะไปหาทนายที่ไหนให้มาแจ้งที่กปปส. ซึ่งเราจะมีการประกาศหาทนาย เพื่อมาสู้คดีในเรื่องนี้ แต่ผมไม่สามารถไปเยี่ยมชาวนา หรือส่งคนไปช่วยชาวนาได้ เพราะรัฐบาลจะนำมาอ้างว่า พวกเราไปยุยงให้ชาวนาออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้" นายสุเทพ กล่าว
 
                      นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.นยิ่งลักษณ์ ออกมาระบุว่า อย่านำประเด็นของชาวนามาเป็นเรื่องการเมือง เพราะชาวนาตัวจริงจะเดือดร้อนนั้น พูดอย่างนี้ หมายความว่าชาวนาที่มาชุมนุมอยู่ขณะนี้ไม่ใช่ชาวนาตัวจริง หรือชาวนาที่รัฐบาลอ้างว่าเป็นตัวจริงไม่เดือดร้อน ถ้าพูดว่าชาวนาตัวจริงไม่เดือดร้อน ตนขอฟ้องชาวนาทั้งประเทศว่า ขณะนี้มีชาวนาที่ถูกรัฐบาลนี้โกงเสียชีวิต เพราะฆ่าตัวตายและช็อคตายไปแล้วอย่างน้อย 4 ราย และยังมีชาวนาที่เสียชีวิตแล้วไม่เป็นข่าวอีกไม่รู้กี่คน น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงไม่รู้ว่าชาวนาที่ไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียนไม่มีเงินไปใช้หนี้มีความทุกข์มากแต่ไหน น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงอยู่แต่บนหอคอยงาช้างคอยฟังแต่คนประจบสอพลอมารายงานเท่านั้น 
 
                      "ผมขอให้เข้าใจด้วย อย่ามาบิดเบือน เพราะชาวนาที่ออกมาได้รับความเดือดร้อน ดังนั้นจึงไม่ควรไปใส่ร้ายเขา อย่าเอาเรื่องการเมืองไปกลบความทุกข์ของชาวนา" นายสุเทพ กล่าว
 
                      นายสุเทพ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนที่นายวราเทพ รัตนากร รักษาการรองนายกฯและรมช.เกษตรและสหกรณ์ ออกมาระบุว่า มีกระบวนการวางแผนไม่ให้ธนาคารปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาลนั้น เห็นว่าถ้าทำอย่างนั้นได้คงไม่ใช่คนธรรมดา เพราะรัฐบาลค้างเงินชาวนามา 6 เดือนแล้ว แต่กปปส.เพิ่งชุมนุมเพียงแต่ 3 เดือนเท่านั้น ส่วนที่นายณัฐวุฒิ ออกมาระบุว่า ถ้าหวังดีกับชาวนาให้ไปบอกธนาคารให้ไปปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาลดีกว่า เห็นว่า นายณัฐวุฒิคงเสียสติ เพราะเราไม่มีอำนาจอะไรที่จะไปบังคับธนาคารได้
 
 
 
 
ชู 5 ประเด็นปฏิรูปด่วน ในเวที "กปปส." เชื่อ รบ.ไร้ทางไปเร็วๆนี้
 
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.45 น.ที่ห้องประชุมชั้น5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จัดกิจกรรมสานพลังสู่การปฏิรูป เป็นครั้งแรก ซึ่งวันนี้ เป็นการนำเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ในกลุ่มสาขาแพทย์พยาบาล กลุ่มวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยมีตัวแทนแพทย์โรงพยาบาลมหิดล โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลสงขลานครรินทร์ รวมทั้งตัวแทนชมรมแพทย์ชนบท และกลุ่มต่างๆ ทางการแพทย์
 
                      ทั้งนี้ นายสุเทพ กล่าวเปิดงานว่า การเริ่มต้นวันนี้มีความหมายกับการปฏิรูปประเทศตามที่กปปส.ตั้งใจไว้ และสิ่งที่เคยประกาศบนเวทีเกี่ยวกับเจตนารมณ์ของการปฏิรูปประเทศเป็นเพียงการประมวลภาพ ความต้องการของประชาชนเพียงกว้างๆ 5 เรื่อง คือ 1.ปฏิรูปกระบวนการทางการเมือง 2.ปฏิรูปปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่น ให้ประชาชนตรวจสอบรัฐบาลได้ 3.ปฏิรูปการกระจายอำนาจการปกครอง 4.ปฏิรูปความเหลื่อมล้ำในสังคม และ5.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหลักคือใช้เวลาไม่มากจะต้องให้เสร็จภายใน 18 เดือน หากนานกว่านั้นรัฐบาลชั่วคราวอาจยึดติดอำนาจ คงได้เป่านกหวีดอีก ถ้าทำได้ประเทศจะไม่เสียหาย
 
                      เลขาธิการ กปปส. กล่าวต่อว่า พวกเราไม่ได้ต้องการช่วงชิงอำนาจรัฐบาล เพราะการตั้งรัฐบาลชั่วคราวตนก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ทำงานเสร็จก็กลับบ้านไม่ลงเลือกตั้งอีก และอาจเสนอว่าใครที่มาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลจะไม่ต้องลงเลือกตั้ง ให้เว้นวรรค1-2 สมัย รวมทั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติด้วยเพื่อความบริสุทธิ์ และเมื่อวางกฎเกณท์เสร็จก็จะพิมพ์เขียว ต่างคนกลับไปทำอาชีพตนเอง ทั้งนี้ ระบบส.ส.บัญชีรายชื่อ ก่อนหน้านี้ที่คิดว่าดี แต่ตอนนี้ก็คิดว่าไม่ใช่แล้ว เพราะมีทั้งเจ้าของบ่อน นักเลง มีคนดีน้อยมาก รวมทั้งพวกที่ร่วมลงหุ้นพรรคการเมืองก็มาอยู่ในบัญชีรายชื่อทั้งนั้น
 
                      นายสุเทพ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้เชื่อว่ารัฐบาลไม่มีทางไป ไม่มีทางอยู่ได้แล้ว จะเอาหน้าหรือหัวลง หรือวิธีไหนก็เร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เป็นเวทีเสวนาครั้งแรก และสัปดาห์หน้าตนจะส่งสารไปยังอาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆ ให้จัดเสวนาเพื่อระดมสมองทำพิมพ์เขียวลักษณะนี้ และอยากให้ส่งสัญญาณไปยังองค์กรเอกชน โดยเฉพาะ 7องค์กรธุรกิจที่เคยเคลื่อนไหวแต่ขณะกลับยังนิ่งเฉยอยู่ เนื่องจากอยากให้มาช่วยคิด เพราะมวลชนที่เคลื่อนไหวไม่ได้พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งขอเดาว่าการที่นิ่งเฉยเพราะยังไม่รู้ว่าข้างไหนจะชนะหรือแพ้ 
 
                      ด้านนพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีตคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ในฐานะผู้ดำเนินรายการ กล่าวว่า เวทีนี้มี 3 เงื่อนไขที่จะระดมความคิด คือ 1.การก้าวเข้าสู่รัฐฐาธิปัตย์ 2.การมีรัฐบาลเฉพาะกาล เพื่อเปลี่ยนผ่าน และ3.การมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมรัฐบาล ตนจะขอถามว่า 18 เดือน ต้องการปฏิรูปอะไรบ้าง เห็นด้วยกับ 5 ประเด็นของกปปส. หรือจะเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ และขอเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม เมื่อได้ข้อสรุปจะเสนอต่อ กปปส. 
 
                      ขณะที่ นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ กล่าวว่า 3-4 ปีที่ผ่านมา ที่ทำงานปฏิรูปไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการนายอานันท์ ปันยารชุน และสมัชชาปฏิรูป ของ น.พ.ประเวศ วะสี ที่ทำงาน 3 ปี ซึ่งดูแล้วมติสมัชชาปฏิรูปรวมกับสถาบันทางการศึกษา รวมทั้งทีมนักวิชาการที่ทำด้านพลังงาน คิดว่าเนื้อหาประมาณ 80% ที่เหลือ 20% เป็นการศึกษาต่อยอด การที่นพ.ประเวศทำมานั้นก็มีความสามารถมาก ถ้าประชาชนหยุดไปกลไกศาลรัฐธรรมนูญ หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือองค์กรอื่นๆ จะถูกแทรกแซงจากระบอบทักษิณเหมือนเดิม ขณะที่ พ.ญ.อรพรรณ เมธาดิลกกุล กรรมการปฏิรูประบบสาธารณสุข กล่าวว่า แนวทางการปฏิรูปต้องไม่ยึดติดกับแนวปฏิรูปเดิมๆ โดยต้องเอาคนเข้าร่วมให้มากที่สุด เพื่อให้มีความหลากหลายเข้าไว้และควรคิดว่าจะทำอย่างไรให้อำนาจของประชาชนเป็นรูปธรรมและประชาชนต้องมี อำนาจในการเสนอปัญหาด้วย 
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย น.พ.พลเดช ได้สรุปว่า จากการพูดคุยของบุคคลากรทางการแพทย์ ได้ความเห็นว่า การปฏิรูปต้องมีการดูแลป้องกันควบคุมความรุนแรงในระหว่างการปฏิรูป และกระบวนการปฏิรูปต้องเปิดรับคนทุกสีไม่ยืดติดตำราหรือพิมพ์เขียว แต่ให้นำมาเป็นแนวทาง จัดให้มีสภาประชาชน เพื่อนำไปสู่พัฒนาการมีส่วนรวมของประชาชน และทำงานควบคู่กับสภานิติบัญญัติ และต้องปฏิรูปองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), ปปช.เนื่องจากจัดตั้งมานานแล้วจึงต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม ส่วนด้านกฎหมาย ต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติพรรคการเมือง พระราชบัญญัติการเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญ บางส่วน ขณะที่การออกกฎหมายกระจายอำนาจต้องตรวจสอบความพร้อมแต่ละจังหวัดด้วยว่ามีความพร้อมหรือไม่