ข่าว

ผบ.ทบ.กำชับกำลังพลรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ผบ.ทบ.กำชับกำลังพลรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

21 มิ.ย. 2552

ผบ.ทบ. กำชับ ผู้บังคับหน่วย กำลังพล เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท สั่งห้ามเริ่มก่อน แต่ถ้าถูกรุกราน ให้ตอบโต้กลับ ด้าน กห.จวก “นัม ฮง” พร้อมสู้รบกับไทย เป็นการสร้างภาพให้ ปชช.เห็นผลงาน เมินตอบโต้ ไทยไม่ชอบขู่ประเทศที

 พล.ท.วิบูลศักดิ์ หนีพาล แม่ทีพภาคที่ 2 กล่าวถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนภายหลังที่ทางกัมพูชาแสดงท่าทีไม่พอใจไทยในการทำหนังสือคัดค้านทำหนังสือคัดค้ายยูเนสโก ในการขึ้นประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกว่า เหตุการณ์ตามแนวชายแดนยังปกติดี ซึ่งวันนี้ เขาก็เพิ่งนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปเยี่ยมกำลังพลในพื้นที่ ไปดูว่า เขาเป็นอย่างไรบ้าง มีปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งทุกอย่างก็ปกติดี ทหารฝ่ายไทยและของกัมพูชาก็อยู่ในจุดเดิมไม่มีการเคลื่อนกำลังแต่อย่างไร

 ทั้งนี้ เขาได้มีการพูดคุยกับกัมพูชาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นนโยบายของรัฐบาล ในส่วนของกองทัพเราทำหน้าที่ดำรงรักษาอธิปไตยดินแดนของไทย ซึ่งเขาก็เข้าใจและพูดคุยกันดี สถานการณ์ไม่ได้ตึงเครียดจนถึงขั้นต้องใช้กำลังกัน

 เมื่อถามว่า นายฮอ นัม ฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชา ออกมาระบุว่า ได้สืบทราบมาว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยได้จัดวางกำลังเตรียมพร้อมและทางเขาเองก็พร้อมที่จะสู้ พล.ท.วิบูลศักดิ์ กล่าวพร้อมหัวเราะว่า กำลังของเขาเตรียมพร้อมมาตลอดอยู่แล้ว ไม่ใช่มาพร้อมตอนที่เกิดเหตุการณ์นี้ แต่ดูแล้วก็ไม่มีอะไร ทหารที่อยู่ในพื้นที่ทั้งของไทยและของกัมพูชาเรา คุยกันได้

 เมื่อถามว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้สอบถามถึงสถานการณ์อย่างไรบ้าง พล.ท.วิบูลศักดิ์ กล่าวว่า ท่านโทรมาทุกวัน เพื่อติดตามสอบถามสถานการณ์ตามแนวชายแดนและได้สั่งกำชับว่า ทุกอย่างให้เป็นไปตามนโยบาย และให้กำลังพล ผู้บังคับหน่วยทุกคนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ ตั้งอยู่ความไม่ประมาท โดยเน้นย้ำไม่ให้เราเป็นฝ่ายรุกรานใครก่อนเด็ดขาด แต่ถ้าหากว่าฝ่ายตรงข้ามเริ่มก่อน เราก็มีสิทธิ์ที่จะตอบโต้กลับเพื่อป้องกันตัว

 “โดยส่วนตัวผมไม่เริ่มก่อนอยู่แล้ว ไม่คิดจะทำใครก่อน แต่ถ้าใครมารุกรานเราก่อน ผมก็ไม่ยอมเช่นกัน ต้องมีการตอบโต้กลับ” แม่ทัพภาคที่2 กล่าว

 ด้านพล.ต.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนี้ว่า การดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนของรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกด้านความมั่นคงเดินทางไปพูดคุยทำความเข้าใจกับ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา คงจะคุยกันได้ เพราะรัฐบาลไทยไม่ได้ทำอะไร เป็นเรื่องระหว่างไทยกับยูเนสโก ไม่ได้ขัดแย้งกับกัมพูชา ในส่วนของทหารเองก็มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์กระทบกระทั่งกัน

 เมื่อถามว่า ท่าทีล่าสุดของ พล.อ.เตีย บันห์ ดูเหมือนจะไม่เข้าใจ พล.ต.จิตตสักก์ กล่าวว่า นายสุเทพไปพูดคุยก็จะเข้าใจดี

 เมื่อถามว่า นายฮอ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชา ออกมาระบุว่า การดำเนินการของรัฐบาลไทยถือเป็นความผิดพลาดร้ายแรง และจะทำให้เกิดความขัดแย้งถึงขั้นสู้รบ และเราก็พร้อมสู้ไม่ว่าจะเป็นทางสันติหรือทางทหาร พล.ต.จิตตสักก์ กล่าวว่า เขาก็ต้องพูดแบบนี้เพราะเป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติ เขาต้องทำให้ประชาชนเห็น เพราะถ้าไม่ดำเนินการใด ๆ เลย ประชาชนก็จะมองไปในทางที่ไม่ดี ถือเป็นหลักการที่ต้องปฎิบัติ ต้องออกมาพูดให้เกิดภาพที่ดีต่อสายตาประชาชนของเขา เพื่อต้องการให้เห็นว่าเขาออกมารักษาผลประโยชน์ของประเทศจึงแสดงออกต่อสาธารณชนไปแบบนั้น

 เมื่อถามว่า กัมพูชามักจะมีการพูดขุ่มขู่ไทยโดยตลอด ก่อนหน้านี้ก็ให้ถอนทหารออกภายใน 24 ชั่วโมง และครั้งนี้ก็ประกาศพร้อมจะสู้รบอีก ทำไมเราไม่มีการดำเนินการใด ๆ ในลักษณะการตอบโต้ พล.ต.จิตตสักก์ กล่าวว่า การออกมาพูดข่มขู่ประเทศที่มีกำลังน้อยกว่า ประเทศของเรา เขาไม่ทำกัน และไม่อยากจะทำ เพราะมันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศว่า เราเป็นประเทศที่ใหญ่กว่า แต่ไปข่มขู่ประเทศที่มีกำลังน้อยกว่า ส่วนประเทศที่เล็กกว่าจะข่มขู่เราอย่างไรก็ปล่อยเขาไป

 เมื่อถามว่า ในส่วนของทหารได้มีการพูดคุยกับทางกัมพูชาบ้างหรือไม่ พล.ต.จิตตสักก์ กล่าวว่า ในระดับของเจ้าหน้าที่เขามีคณะกรรมการที่จะดำเนินการใสส่วนนี้อยู่แล้ว เขามีการพูดคุยติดต่อกันตลอด