ข่าว

ชีวิตล้มครืน'ชาวนาพิษณุโลก'จำนำข้าวฆ่าทั้งเป็น

ชีวิตล้มครืน'ชาวนาพิษณุโลก'จำนำข้าวฆ่าทั้งเป็น

08 ก.พ. 2557

ชีวิตล้มครืน'ชาวนาพิษณุโลก'จำนำข้าวฆ่าทั้งเป็น : รายงาน

               จ.พิษณุโลก ถือเป็นพื้นที่ปลูกข้าว โดยตลอดทั้งปีมีทั้งนาปรัง และนาปีร่วม 1 ล้านไร่ หลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตชลประทานเรียกได้ว่า ทำนากันทั้งปี ปีละ 3 รอบ เช่น อ.พรหมพิราม อ.เมือง อ.บางระกำ ที่อยู่ในเขตชลประทานนเรศวร ขณะที่บางพื้นที่แม้จะทำนาได้ปีละ 2 รอบ หน้าฝนน้ำท่วม อย่าง อ.บางระกำ ข้าวก็ยังเป็นพืชเศรษฐกิจตัวหลัก แต่วันนี้ด้วยพิษจากโครงการจำนำข้าวส่งผลให้ชาวนาในพิษณุโลกต้องกอดเข่าน้ำตาตกในกันถ้วนหน้า

              นางศิรประภา กุคง ชาวนา อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 178/1 หมู่ 10 ต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เป็นตัวอย่างหนึ่งของครอบครัวชาวนาที่ยึดการทำนาเป็นอาชีพหลักตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ และเป็นครอบครัวใหญ่ ที่พี่น้อง 6 ครอบครัว ต่างยึดอาชีพทำนาเหมือนกันหมดในพื้นที่รวม 400 ไร่ และกำลังประสบปัญหาอย่างหนักเหมือนชาวนาส่วนใหญ่ใน จ.พิษณุโลก จากวงจรเงินโครงการรับจำนำข้าวสะดุด จ่ายล่าช้า ทั้งติด ทั้งกู้ กว่าเงินจำนำข้าวจะได้ กำไรที่คาดหวังว่าจะได้คงไปลงเป็นค่าดอกเบี้ยหมด

              นางศิรประภา บอกว่า ครอบครัวมีอาชีพทำนาและทำนาตลอดทั้งปี โดยฤดูนาปีที่ผ่านมาเก็บเกี่ยวข้าวไปในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2556 และเข้าร่วมโครงการจำนำข้าว แต่ปัจจุบันยังไม่ได้เงิน เมื่อยังไม่เห็นหนทาง จึงเริ่มทำนาปรังกันต่อทันที โดยครอบครัวทำนารรวมกัน 6 ครอบครัว ในบรรดาพี่น้องช่วยกันทำนาและส่วนใหญ่เป็นนาที่เช่า รวมถึงชาวนาส่วนใหญ่ด้วย

              "หากเช็กการขึ้นทะเบียนเกษตรกรจะรู้ว่า คนที่นี่ยึดอาชีพชาวนากว่า 90% ค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง จึงตกอยู่ที่ค่าเช่านาไร่ละ 1,000 บาท หรือปีละ 3,000 บาท และปีนี้ต้องเสียค่าดอกเบี้ยอีก 3% เพราะเงินรับจำนำข้าวยังไม่ได้ต้องติดค่าเช่าไปก่อน ถ้าทำนาดีๆ คุ้มค่าใช้จ่าย ได้ผลผลิตสูงไร่ละ 1 ตัน ก็จะเหลือกำไรประมาณ 2,500 บาท แต่ชาวนาส่วนใหญ่จะมีค่าใช้จ่ายสูง และได้ผลผลิตต่อไร่ไม่มาก ไร่ละ 70-80 ถัง เฉลี่ยได้กำไรต่อไร่ต่อ 1 ฤดูการผลิตประมาณ 1,500 บาท" นางศิรประภา กล่าว

              นางศิรประภา เล่าต่อว่า ที่รัฐบาลกำหนดจำนำข้าวตันละ 15,000 บาทนั้น ชาวนาไม่ได้ถึงขนาดนั้น ข้าวนาปีรอบที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะได้ราคาอยู่ที่ตันละ 9,000-9,500 บาท ส่วนหน้าฝนไม่ต้องพูดถึง ยิ่งนาน้ำท่วมแล้วถ้าเกี่ยวสดได้ตันละ 3,000-3,500 บาท ขาดทุนเห็นๆ ชาวนาแทบไม่ได้อะไร คนที่ได้คือโรงสี รอบปีที่ผ่านมายิ่งลำบากมาก เงินรับจำนำข้าวออกล่าช้า วงจรชีวิตชาวนามันสะดุดไปหมด ต้องเป็นหนี้ ต้องกู้ยืม ต้องเสียดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างต้องติดไว้หมด เงินค่าลดเกี่ยวข้าว เงินค่าปุ๋ย เงินค่าพันธุ์ข้าวปลูก ต้องค้างไว้ ค่าใช้จ่ายในครอบครัวต้องหากู้ยืมมา เสียดอกเบี้ยหมดทุกอย่าง

              "หลายคน ธ.ก.ส.ส่งจดหมายมาทวงหนี้แล้ว วงเงินสินเชื่อเกษตรกร 50,000 บาทใช้เต็ม หลายครอบครัวเงินจะใช้จ่ายในครอบครัวยังแทบไม่มี หากเป็นอย่างนี้ชาวนาไม่รอดแน่ มีแต่หนี้และภาระที่เพิ่มขึ้น ควรแก้ไขยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวออกไป และทำโครงการให้โรงสีรับซื้อข้าวเป็นเงินสดจากชาวนา โดยมีหลักประกันรับซื้อข้าวขั้นต่ำตันละ 8,000 บาทขึ้นไป รัฐบาลประกาศราคากลางออกมา เพราะต้นทุนชาวนาขยับสูงมาก และจำนำข้าวก็มีปัญหา เงินไม่ได้เข้าชาวนาโดยตรงทั้งหมด ต้องผ่านหลายกลไกหลายขั้นตอน" นายศิรประภา กล่าว

.................................................

(หมายเหตุ : ชีวิตล้มครืน'ชาวนาพิษณุโลก'จำนำข้าวฆ่าทั้งเป็น   : รายงาน)