
'หนี้'...ทุกข์กระดูกสันหลังชาติ
'หนี้'...ทุกข์กระดูกสันหลังชาติ : รายงาน
หลังจากอดทนรอคอยเงินรับจำนำข้าวที่รัฐบาลผัดผ่อนมาหลายเดือนไม่ไหว ทำให้ชาวนาหลายกลุ่มรวมกันปิดถนนสายหลักทั้ง ถนนเอเชีย และถนนพระราม 2 ล่าสุด ชาวนาภาคกลางและภาคตะวันตกกว่า 20 จังหวัด กว่า 500 คน ยกระดับการเรียกร้องมาปักหลักชุมนุมค้างคืนกันที่กระทรวงพาณิชย์ จ.นนทบุรี ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ผ่านมา 2 วัน ชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวในหลายจังหวัด ต่างกำลังทยอยเดินทางมาร่วมกันสมทบกับชาวนาที่กระทรวงพาณิชย์ โดยมีกลุ่ม กปปส. จ.นนทบุรี มาร่วมให้กำลังใจนำเสบียงอาหาร น้ำดื่ม ของใช้ประจำวัน สบู่ ยาสีฟัน ทิชชู ฯลฯ มาบริจาคให้กลุ่มชาวนาที่มาปักหลักที่นี่กันอย่างคับคั่ง รวมถึงตั้งกล่องรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือกันอย่างเนืองแน่น โดยสิ่งของเครื่องใช้และเสบียงดังกล่าวนั้น สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์แห่งนี้ได้หลายสัปดาห์
ชาวนาจากภาคตะวันตกและภาคกลางที่มาปักหลักที่นี่ พวกเขายืนยันว่า จะกลับก็ต่อเมื่อรัฐบาลจ่ายเงินค่ารับจำนำข้าวที่ค้างอยู่เท่านั้น เพราะต้องนำเงินก้อนนี้ไปใช้หนี้และเป็นทุนในการทำนาต่อ "วรรณา สังคีรี" อายุ 47 ปี ชาวนาจากเพชรบุรี ยอมรับว่า มีที่นาเป็นของตัวเองเพียง 10 ไร่ แต่ต้องเช่าที่นาของคนอื่นกว่า 100 ไร่ เพื่อทำนาปีและนาปรัง ตั้งแต่มีโครงการรับจำนำข้าวมา นำข้าวเข้าโครงการมา 4 งวดแล้ว เมื่อส่งใบประทวนมาแล้วเพียง 3 วันก็ได้รับเงินแล้ว แต่เริ่มมีปัญหาตั้งแต่งวดที่ 4 เงินจ่ายไม่ตรงเวลา ต้องชุมนุมเรียกร้องเงินที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี จึงได้เงินมา แต่งวดที่ 5 ยังไม่ได้เงินเลยผ่านมา 4 เดือนแล้ว ขณะที่ค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงหนี้สินก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว จึงต้องออกมาร่วมชุมนุมในครั้งนี้
"รัฐบาลบอกรอหน่อยไม่ได้เหรอ อยากจะถามว่าค่าน้ำค่าไฟมันรอได้เหรอ เงินเราทำไมไม่ให้เรา นี่เดือนกุมภาพันธ์ จะต้องทำนารอบใหม่ จึงต้องเชื่อค่าปุ๋ยมาแล้ว 120 กระสอบ กระสอบละ 750 บาท ค่ารถบรรทุกข้าวอีกกิโลกรัมละ 120 บาท ไหนจะหนี้ ธ.ก.ส.อีก 5 แสน หนี้กองทุนหมู่บ้านอีก ทุกวันนี้จ่ายได้เพียงแต่ดอก แล้วยังมีค่าน้ำค่าไฟอีก รวมๆ แล้วมีหนี้เป็นล้านบาท ถ้าได้เงินรับจำนำข้าวมาก็จะต้องไปจ่ายค่าเครื่องตัดข้าว 5 หมื่นกว่าบาท แต่ถ้าไม่ได้เงิน พูดแล้วอยากร้องไห้ คงต้องเอารถกระบะไปขาย ชาวนารอไม่ได้แล้ว หนี้เยอะ ค่าน้ำค่าไฟ ภาษีที่ดินที่เราเช่าก็ต้องจ่ายเอง อยากขอให้ได้เงินอย่างเดียว ก็จะอยู่จนได้คำตอบ" วรรณา บอกด้วยน้ำเสียงเศร้า
ไม่ต่างจาก "ประนอม เสาพรหม" ชาวนาจากราชบุรี วัย 60 ปี มีที่นาอยู่ 20ไร่ และเป็นหนี้ ธ.ก.ส.อยู่หลายแสน ยอมรับว่า อยากให้รัฐบาลคืนเงินเร็วๆ จะได้เงินไปลงทุนทำนาต่อ เกิดมาเป็นชาวนาให้ไปทำอาชีพอื่นคงไม่ได้
ขณะที่ "ปานจิต เถียรทวี" ชาวนาจากนครปฐม วัย 54 ปี มาปักหลักค้างคืนที่กระทรวงพาณิชย์ 1 คืนแล้ว โชว์ใบประทวนมูลค่าเกือบ 2 แสนบาท และบอกติดตลกว่า อยากจะเอาไปต้มยำกินอยู่แล้ว เพราะไม่มีอะไรจะกินแล้ว อยากให้รัฐบาลเอาเงินของเราคืนมา
"อายุ 54 จะติดคุก จะตายไม่กลัวแล้ว อยากได้เงินคืนก่อน เอาไปให้ลูกหลานทำศพ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจออะไรเลวร้ายกว่านี้อีกแล้ว" ปานจิต กล่าวทิ้งท้าย
ส่วน "บรรลือศักดิ์ คลองประดิษฐ์" ผู้นำชุมชนบ้านท่าเกวียน ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม หนึ่งในชาวนาที่ยังไม่รับเงินจำนำข้าว 3.5 แสนบาท บอกว่า เฉพาะชาวนา อ.สามพราน ยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว 6 พันล้านบาท พวกเราจึงมาเรียกร้องให้รัฐบาลคืนเงินให้พวกเขา นอกจากนี้ บัตรเครดิตชาวนาที่บอกว่ามีวงเงินให้ใช้ 2 หมื่นบาท จริงๆ ในบัตรมีเงินแค่ 5 พันบาทเท่านั้น จริงๆ แล้วควรยุบโครงการจำนำข้าว เปลี่ยนมาเป็นประกันราคาข้าวดีกว่า
ด้าน "วลัชณัฏฐ์ ประภานันยศอนันต์" หรือ "หยอง ลูกหยี" ผู้ร่วมสนับสนุน กปปส. มาให้กำลังใจชาวนาที่ปักหลักอยู่ภายในกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจมาให้กำลังใจ ชาวนาน่าสงสาร แม้ว่าชาวนาจะได้เงินรับจำนำข้าวแล้ว แต่พวกเขาก็ต้องนำเงินไปใช้หนี้ พวกเราขอย้ำว่าไม่ได้ให้ชาวนามาร่วมกับ กปปส. แค่มาให้กำลังใจในฐานะลูกชาวนา พ่อแม่ผมก็เป็นชาวนา !!
บรรยากาศภายในกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีกลุ่มชาวนาปักหลักอยู่ ได้มีข้าราชการ ประชาชน และกลุ่มสนับสนุน กปปส. นำเงินและสิ่งของมาร่วมบริจาค เพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนการเคลื่อนไหวของชาวนาตลอดทั้งวัน !!
.................................................
(หมายเหตุ : 'หนี้'...ทุกข์กระดูกสันหลังชาติ : รายงาน)



