
รัฐเห็นแย้งกกต.ให้ออกพ.ร.ฎ.ใหม่
รัฐเห็นแย้งกกต.ให้ออกพ.ร.ฎ.ใหม่ เลือกตั้ง28เขตที่ไม่มีผู้สมัคร 'ประพันธ์'เชื่อสุดท้ายส่งศาลรธน.ตีความ ขณะที่ชาวสีลมมอบเงินให้ 'สุเทพ'ไปช่วยชาวนาอื้อ
7ก.พ.2557 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอให้รัฐบาลออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ 28 เขตที่มีไม่ผู้สมัครว่า ตั้งแต่มี กกต.ชุดแรกขึ้นตามรัฐธรรมนูญปี 2540 จนถึงปัจจุบัน เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง กกต.ก็จะจัดการเลือกตั้งจนกว่าจะได้ ส.ส. หรือ ส.ว. ครบตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ว่าจะต้องจัดการเลือกตั้งกี่ครั้งก็ตาม ความหมายก็คือ เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเกิดขึ้น กกต.ก็ต้องมีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งจนกว่าจะสำเร็จ หาก กกต.ส่งความเห็นมา ทางรัฐบาลก็จะเรียกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือต่อไป
"ตราบใดที่ยังไม่สามารถประกาศผลเลือกตั้งออกมาได้ครบตามจำนวน กกต.ก็ต้องจัดการเลือกตั้งต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ" นายพงศ์เทพ กล่าวตอบข้อถามที่ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะแตกต่างเพราะใน 28 เขต ไม่มีผู้สมัครเลย
"ประพันธ์"เชื่อสุดท้ายกกต.ส่งศาลรธน.ตีความ
นายประพันธ์ นัยโกวิทย์ อดีตกกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า กรณีที่กกต.มีมติให้รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดให้มีวันเลือกตั้งใหม่ ใน 28 เขต จังหวัดทางภาคใต้ที่ไม่มีผู้สมัคร ยังเป็นปัญหาทางข้อกฎหมาย ซึ่งกกต.ก็ต้องส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ไปพิจารณาดูว่าจะออกเห็นตามกกต.ในการออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่หรือไม่ แต่เห็นว่าฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลก็ได้ออกมาระบุชัดเจนแล้วว่า ไม่สามารถออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ได้ เนื่องจากพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ยังมีผลบังคับใช้อยู่ และอาจบอกว่าเป็นอำนาจของกกต.ที่จะออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง ในเมื่อหากออกมาเป็นเช่นนี้ กกต.ก็ต้องยื่นเรื่องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 214 กรณีที่มีความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า ว่าอำนาจในการจัดเลือกตั้งใหม่เป็นของกกต. หรือ รัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหา 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัครเลือกตั้ง เพราะอย่างไรปัญหาเรื่อง 28 เขตนี้ต้องได้ข้อยุติก่อนที่จะไปจัดเลือกตั้งทดแทนอื่นๆ
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า ในการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ก็ควรระบุให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาด้วยว่า กระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมา กรณีไหนที่ดูแล้วเป็นปัญหาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ภายหลังวันที่ 2 ก.พ. หรือเรื่องการนับคะแนนที่อาจมีความไม่โปร่งใส ก็ต้องให้ศาลชี้ชัดมาเลยว่า ตรงนี้จะเป็นปัญหาและอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ รวมทั้งการแก้ไขปัญหา 28 เขตต้องออกเป็นพ.ร.ฎ.หรือประกาศ กกต. ซึ่งจะได้รู้ว่าสุดท้ายแล้วเป็นอำนาจของใคร
"ในการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณานั้น น่าจะทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นต่างๆ ได้ข้อยุติ เพราะขณะนี้ทั้ง กกต.และรัฐบาล ต่างฝ่ายต่างยันกันในเรื่องความรับผิดชอบ ส่วนในข้อกฎหมายที่เป็นปัญหาในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ต้องได้รับการแก้ไขให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะแม้ว่ากรณีนี้จะเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ถือว่ากฎหมายมีจุดอ่อน ไม่สามารถหาทางออกในการแก้ไขปัญหาเลือกตั้งได้ โดยเชื่อว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญน่าจะเป็นแนวทางที่ดี" อดีตกกต.กล่าว
นายประพันธ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีมูลเหตุที่จะร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้หรือไม่ อาทิ วันเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะ กกต.จะให้ทั้ง 28 เขตออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ จะเกิดความไม่เท่าเทียมกันของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไม่สามารถใช้สิทธิได้ และประชาชน 1 หมื่นกว่าหน่วยที่ไม่ได้ลงคะแนน แต่มีการยื่นขอลงคะแนนไปแล้ว ขณะนี้ผลคะแนนเลือกตั้งเป็นที่รู้กันโดยทั่วจึงเกรงว่าจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ตนจึงอยากให้ใช้เหตุนี้เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปเลย ถ้าได้ข้อยุติเชื่อว่าสามารถทำให้สถานการณ์บ้านเมืองคลี่คลายลงได้ โดยเฉพาะแนวทางการเจรจาระหว่างรัฐบาล และกปปส. ถ้ามีคนกลางพูดคุยก็จะสามารถดำเนินการต่อไปได้
ชาวสีลมมอบเงินให้"สุเทพ"ไปช่วยชาวนาอื้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเดินหาเงินสนับสนุนการเคลื่อนไหวของชาวนาของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ในถนนสีสมยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาทักทาย ถ่ายรูปและมอบเงินบริจาคเป็นจำนวนมาก เมื่อขบวนถึงหน้าซอยสีลม16 มีพนักงานของห้างร้าน ประชาชนหน้าโรงแรมนารายณ์มายืนรอถือธนบัตรเย็บเป็นทางยาวหลายเมตรเพื่อบริจาค กระทั่งนายสุเทพถึงหน้าซอยสีลม 12 มีพนักงานหญิงบริษัทรายหนึ่ง โน้มคอนายสุเทพลงเพื่อหอมแก้มโดยนายสุเทพยิ้มตอบรับ และเมื่อขบวนผ่านแยกนราธิวาสตัดสีลม หน้าอาคารไอทีเอฟ อาคารปาโซ่ทาวเวอร์ มีพนักงานบริษัทห้างร้านต่างๆ บนถนนสีลมลงมายืนรอนายสุเทพตลอดสองข้างทางจนถึงใต้สถานนีรถไฟฟ้าบีทีเอสศาลาแดง พร้อมนำธนบัตรใบละ 1,000 , 500 , 100 , 50 ,20 บาท เย็บร้อยติดกันเป็นทางยาว โดยบางช่วงมีการเย็บลักษณะธงราว และมีประชาชนบางคนมอบเงินสด 50,000บาท รวมทั้งนำเงินใส่ซองเอกสารสีน้ำตาลเขียนหน้าซองว่า "ช่วยชาวนารากฐานวิถีชีวิตไทย" ให้นายสุเทพ รวมทั้งประชาชนบางส่วนก็ถือป้ายทวงค่าจำนำข้าวของชาวนาจากรัฐบาลด้วย นอกจากนี้มีพนักงานบริษัทบางรายได้ออกมาเต้นตามจังหวะเพลงของรถกระบะติดตั้งเครื่องขยายเสียงทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน จนเดินถึงเวทีสวนลุม
เตรียมมอบเงินบริจาคให้ชาวนาทวงงเงินรบ.
เมื่อเวลา 18.30 น. ที่เวทีกปปส.สีลม แยกศาลาแดง นายสุเทพ พร้อมนายวิทยา แก้วภราดัย นายอิสระ สมชัน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายชุมพล จุลใส แกนนำกปปส. ได้เดินทางมาถึงเวทีแยกศาลาแดงแล้ว ภายหลังหลังนำมวลชนเดินรณรงค์เชิญชวนรับบริจาคเงิน เพื่อนำไปมอบให้กับชาวนาใช้เป็นทุนต่อสู้เรียกร้องค่าจำนำข้าว นายสุเทพ ขึ้นเวทีปราศรัยว่า วันนี้ขอขอบคุณทุกคนที่ได้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือชาวนา โดยใช้เวลาเดินกว่า 9 ชั่วโมง ส่วนในวันที่ 10 ก.พ.นี้ ก็จะเดินรับบริจาคอีกครั้ง โดยเงินทุกบาททุกสตางค์จะมอบให้กับชาวนา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียกร้องค่าจำนำข้าวกับรัฐบาลต่อไป
"ถาวร"เล็งยื่นกสม.-วุฒิฯสอบศรส.เนรเทศ“สาธิต เซกัล”
นายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส.สีลม แถลงข่าวถึงกรณีที่ศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) จะมีคำสั่งให้มีการเนรเทศนายสาธิต เซกัล แกนนำ กปปส. ว่า ตนในฐานะทีมกฎหมายของ กปปส. มองว่าดำเนินการเนรเทศนายสาธิตในครั้งนี้เป็นการกลั่นแกล้งที่ขัดต่อหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชน จึงอยากให้มีความเป็นธรรม เพราะการที่นายสาธิตแสดงความเห็นทางการเมืองนั้นก็แสดงความเห็นในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่จะต้องตอบแทนแผ่นดินที่อยู่อาศัย ซึ่งการต่อสู้ก็เป็นการแสดงความคิดเห็นในเวทีสาธารณะและไม่ได้เป็นปฏิปักษ์แก่ประเทศแต่อย่างใด เพียงแต่ไปกระทบกระเทือนกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีจึงมีการข่มขู่ คุกคาม โดยมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาดำเนินการ
นายถาวร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กระบวนการที่จะมีการเนรเทศนั้นจะต้องผ่านกรรมการที่กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตั้งขึ้น โดยจะต้องเปิดโอกาสให้นายสาธิตได้ชี้แจงข้อกล่าวหาในการเนรเทศ แต่ ศรส.กลับออกมาข่มขู่คุกคามเป็นรายวัน ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่เข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย และไม่ให้รัฐบาลสามารถดำเนินการอะไรได้ตามอำเภอใจ ตนจึงได้ยื่นหนังสือ จำนวน 2 ฉบับ 1.ทำถึงประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ2.ประธานอนุกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิทางการเมือง วุฒิสภา ที่มีนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา เป็นประธาน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว
"ขอให้เรียกตัวแทน ศรส. ดีเอสไอ รมว.มหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาซักถาม เพราะผมมองว่าการคุกคามในครั้งนี้กระทบต่อการที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกสหประชาชาติ ภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนหรือฮิวแมนไรท์ ตรงนี้จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและการลงทุนในอนาคต รวมถึงบุคคลที่จะเข้ามาพักพิงในประเทศไทย 1-5 ปี"นายถาวร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามกฎหมายเนรเทศนั้นนายสาธิตสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรีได้ ภายใน 7 วัน หลังจากรับทราบคำสคำสั่ง แต่ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ยอมอุทธรณ์ให้ทางกปปส.จะดำเนินการอย่างไร นายถาวร กล่าวว่า ตนจะไปยื่น ป.ป.ช.ให้เอาผิดนายกรัฐมนตรี ในคดีอาญา และอาจผิด มาตรา 157 ด้วย เพราะใน มาตรา 5 และมาตรา 8 ในพ.ร.บ.เนรเทศ พ.ศ.2499 ก็ได้ระบุชัดเจนว่า ผู้ถูกกเนรเทศสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 7 วัน ส่วนที่นายธาริต เพ็งดิษฐ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะกรรมการ ศรส. ออกมาระบุว่านายสาธิตไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้นั้น ตนขอเตือนนายธาริต ว่าอย่ายึดติดอำนาจระบอบทักษิณ ซึ่งถ้าหากยังดันทุรัง ก็อาจจะถูกดำเนินคดี



