ข่าว

ข้าราชการ

ข้าราชการ

09 ก.พ. 2557

ข้าราชการ : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

 
                 หลายคนคงเคยดูคลิปที่ตัดจากละครเรื่องไหนสักเรื่อง ที่พระเอกดังอย่าง "ป๋อ-ณัฐวุฒิ สะกิดใจ" รับบทเป็นข้าราชการหนุ่มไฟแรง กับประโยคซ้ำๆ ที่เขากล่าวว่า "หน้าที่ของข้าราชการคือ รับใช้ประชาชน" เป็นการกล่าวประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า (ลองคลิกดูที่ http://www.youtube.com/watch?v=sxFqPGje2Do\) ครั้งแรกที่มีคนส่งคลิปนี้มาให้ดู ยอมรับว่า ช่วงแรกๆ ที่เปิดดู อดอึดอัดกับประโยคเดิมๆ ที่พูดซ้ำๆ ไม่ได้ แต่จะด้วยความสามารถด้านการแสดงของคุณป๋อหรือเปล่าก็ไม่ทราบ พอดูไปได้อีกระยะ แม้จะเป็นประโยคเดิม แต่ความหนักแน่นและน้ำเสียง รวมถึงท่าทางที่เด็ดเดี่ยว ความอึดอัดในช่วงแรกก็กลายเป็นอาการจุกที่ลำคอในช่วงปลาย
 
                 "หน้าที่ของข้าราชการ คือ รับใช้ประชาชน" เป็นการกล่าวย้ำถึง "หน้าที่" ของข้าราชการที่เป็นการมองจากด้านใน มองตัวเองอย่างตระหนักถึงหน้าที่ที่มีต่อคนภายนอก หากแต่เพียงลองทำกลับข้าง แล้วคนที่อยู่ด้านนอกลองมองเข้าไปถึงด้านในของคนที่เป็น "ข้าราชการ" บ้าง เราอาจจะมีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจพวกเขามากกว่าเดิม โดยเฉพาะข้าราชการที่ซื่อสัตย์ ทุ่มเท และทำหน้าที่ "รับใช้ประชาชน" อย่างแท้จริง
 
                 ที่เขียนถึงเรื่องนี้ เพราะสัปดาห์ที่แล้ว มีข้าราชการหนุ่มท่านหนึ่งส่งอีเมลมาขอคำแนะนำด้านการลงทุน ด้วยเงินจำนวน 2,000 บาทต่อเดือน ที่เป็นเงินที่เหลือจากรายได้หักค่าใช้จ่าย (ซึ่งรวมถึงภาระหนี้)  เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมและน่าชื่นใจที่ข้าราชการท่านนี้สนใจที่จะวางแผนบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลของตัวเองอย่างจริงจัง แม้ว่า อาชีพ "ข้าราชการ" จะเป็นอาชีพที่เงินเดือนน้อย และส่วนใหญ่เราจะเห็นว่า คนรับราชการส่วนใหญ่ก็ชักหน้าไม่ถึงหลัง ต้องมีภาระกู้ยืมจากสถาบันการเงิน จากสหกรณ์และเผลอๆ ก็ต้องกู้ยืมนอกระบบกันทั้งนั้น
 
                 เงิน 2,000 บาทที่เหลือในแต่ละเดือนของข้าราชการท่านนี้ จึงมี "คุณค่า" อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกของคนที่สนใจบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล
 
                 จริงๆ แล้ว "ข้าราชการ" ก็สามารถที่จะบริหารจัดการการเงินของตัวเองได้เหมือนพนักงานบริษัทเอกชนหรือมนุษย์เงินเดือนทั่วไป หลักคิดก็อยู่ภายใต้หลักเดียวกัน นั่นคือ "ออมก่อน ใช้ทีหลัง"โดยพนักงานบริษัทเอกชนที่ไม่ได้อยู่ในระดับบริหาร เงินเดือนอาจจะยังไม่มาก ก็เริ่มต้นด้วยการออมภาคสมัครใจ (ตนเอง) อาจจะเปิดบัญชีไว้อีกหนึ่งบัญชี เพื่อที่จะตัดเงินเดือนอย่างน้อย 10% ทุกเดือนมาพักไว้ที่บัญชีนี้ พร้อมๆ กับการออมภาคสมัครใจ (อีกเหมือนกัน) หากว่าบริษัทที่ทำงานอยู่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็ควรกระโดดเข้าใส่อย่างไม่ต้องลังเลใจ เพราะกลไกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น นอกจากจะ "หักจากเงินเดือน" ของพนักงานในแต่ละเดือนแล้ว บริษัทยังต้องจ่ายสมทบในอัตราเดียวกับที่หักจากพนักงานอีกด้วย เหมือนกับได้โบนัสจากนายจ้างทุกเดือนนั่นแหละ
 
                 สำหรับพนักงานทั่วไป แค่ออมภาคสมัครใจทั้งสองส่วนนี้ แล้วอย่าไปยุ่งกับเงินที่ออมหรือที่นำไปลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้มุ่งมั่นว่า นี่แหละคือเป้าหมายในวัยเกษียณของเรา 
 
ส่วนข้าราชการนั้น นอกจากจะออมภาคสมัครใจด้วยตัดเงินเดือนเพื่อออมไว้ในบัญชีที่แยกต่างหากจากเงินเดือนแล้ว ก็ยังสามารถลงทุนผ่านกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)ได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับข้าราชการที่อยากจะลงทุนด้วยตัวเอง ไม่อยากให้ใครบริหารจัดการแทน แต่ไม่รู้ว่าจะลงทุนอะไรดี งานนี้ไม่มีอะไรยากเย็น เพราะ กบข.เขาออกแบบรูปแบบการลงทุนที่เหมาะกับข้าราชการไว้แล้ว เราอยากจะลงทุนเอง เราก็แค่ "เลือก" และก็ "ลอก" ก่อนจะ "ลุย"
 
                 เมื่อก่อน กบข.มีแผนการลงทุนหลักเพียงแผนเดียวเท่านั้น ข้าราชการที่เข้าระบบออมกับ กบข. ไม่มีทางเลือก ข้าราชการทุกคนทั้งประเทศที่เป็นสมาชิก กบข.ต่างต้องลงทุนบนแผนลงทุนเดียวกันหมด จนกระทั่งคุณโสภาวดี เลิศมนัสชัย ซึ่งกลายเป็นอดีตเลขาธิการ กบข. เพราะเพิ่งจะหมดวาระไปเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา เป็นผู้บุกเบิกและปรับเปลี่ยนแนวทางการเลือกลงทุนของสมาชิก ให้มีความหลากหลาย และสามารถตอบสนองกับเป้าหมายในอนาคตของแต่ละคนที่แตกต่างกัน
 
                 ฝากถึง "ข้าราชการ" ที่ติดตาม "วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน" และอยากจะหาแผนการลงทุนลองเลือกและลองลุยดู
 
                 แผนที่ 1 "แผนผสมหุ้นทวี" เป็นแผนการลงทุนที่มีสัดส่วนของตราสารทุน (ซึ่งก็คือ หุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์) มากกว่าแผนการลงทุนหลัก โดยเป็นแผนการลงทุนที่มุ่งแสวงหาผลตอบแทนในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่า อาจมีความผันผวนของราคาในแต่ละช่วงสูง (ในระยะสั้นมีโอกาสขาดทุนได้) แต่ก็เพื่อแลกกับโอกาสในการทำกำไรที่สูงในระยะยาวด้วย
 
แผนการลงทุนนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ยังมีระยะเวลาในการลงทุนค่อนข้างยาว หรือผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องการลงทุนพอสมควร เป็นผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูงกว่าผู้ที่เลือกลงทุนในแผนอื่นๆ โดยในพอร์ตการลงทุน 100% จะแบ่งเป็นลงทุนในหุ้น 35% ตราสารหนี้ 57.5% และอสังหาริมทรัพย์อีก 7.5% ตอนที่ กบข.คลอดแผนผสมหุ้นทวี ออกมาใหม่ๆ ลองสอบถามดูแล้วพบว่า มีข้าราชการตำรวจที่เลือกแผนนี้มากที่สุด ไม่รู้ว่า เพราะชินกับความเสี่ยง หรือเพราะชีวิตต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าข้าราชการสาขาอื่นๆ
 
                 แผนที่สอง เป็น แผนหลัก ซึ่งมีนโยบายการลงทุนเช่นเดียวกับที่ กบข. ใช้ในการบริหารเงินของสมาชิกก่อนหน้าที่จะมีการจัดทำแผนการลงทุนให้สมาชิกเลือกและตัดสินใจเอง โดย "แผนหลัก" จะลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้นในสัดส่วน 22% เน้นหนักไปที่ตราสารหนี้ 70.5% และอสังหาริมทรัพย์ 7.5% ผู้ที่เลือกลงทุนในแผนนี้สามารถคาดหวังผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อในระยะยาวภายใต้กรอบความเสี่ยงที่พอเหมาะโดยเหมาะสำหรับสมาชิกที่มีระยะเวลาในการลงทุนที่นานพอสมควร ซึ่งสามารถยอมรับความเสี่ยงระดับปานกลางและคาดหวังผลตอบแทนในระยะยาวที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ
 
                 จริงๆ แล้ว แผนการลงทุนที่ กบข. ออกแบบมาสำหรับการลงทุนของข้าราชการ ยังมีอีก 3 รูปแบบที่มีความเสี่ยงแตกต่างกัน ผลตอบแทนก็แตกต่างกัน น่าเสียดายที่ "เล่าไม่หมด" ในสัปดาห์นี้ เพราะฉะนั้น ต้องขออนุญาตยกยอดอีก 3 แผนที่เหลือไปนำเสนอในสัปดาห์หน้า
 
                 หรือถ้าอดทนรอไม่ไหว จะลองคลิกหาข้อมูลเรื่องแผนลงทุนของ กบข. จากเว็บไซต์ล่วงหน้าก็ไม่ผิดกติกา ถ้าสนใจแล้ว ลองศึกษาแล้ว และลงมือทำจริงๆ ก็ยิ่งไม่ผิดกติกา ห่วงก็แต่สนใจและศึกษา แต่ไม่ยอมลงมือทำอย่างจริงจังเท่านั้นแหละ !
 
 
 
......................
 
(ข้าราชการ : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])