ข่าว

'บิ๊กตู่'วอนสังคมยึดศาลตัดสินลต.2ก.พ.

'บิ๊กตู่'วอนสังคมยึดศาลตัดสินลต.2ก.พ.

07 ก.พ. 2557

'ประยุทธ์' วอนสังคมรับคำตัดสินศาลเลือกตั้ง 2 ก.พ.โมฆะหรือไม่ ชี้แก้ปัญหาต้องไม่ใช้ความรุนแรง เผย 'ทบ.' ส่ง 'กรมพระธรรมนูญ' บี้ 'ตร.' สางคดีหมิ่นสถาบัน

 

                      7 ก.พ.57 พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงข่าวภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานการประชุม โดยในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวชื่นชมผู้บังคับหน่วยและกำลังพลทุกคนว่า ได้ทำหน้าที่และทำงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี ทำให้กองทัพบกยังคงเป็นที่เชื่อมั่นศรัทธาของสังคม จึงขอให้ดำรงความมุ่งมั่นดังกล่าวไว้ พร้อมกำชับให้ดูแลกำลังพลให้มีความปลอดภัยในการปฏิบัติงานในทุกภารกิจ โดยเฉพาะในขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทุกหน่วยจะต้องติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งช่วยกันสร้างความเข้าใจในเรื่อง การมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง ต้องแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี กองทัพบกจะยังคงทำหน้าที่ดูแล สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนทุกฝ่าย รวมถึงการป้องปรามและหยุดยั้งการใช้ความรุนแรง มิให้มีการปลุกเร้าให้เกิดความเกลียดชังกัน สิ่งสำคัญในขณะนี้คือ การสร้างบรรยากาศของความรักความสามัคคีและลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจในทุกมิติ โดยให้ทุกหน่วยเข้าไปช่วยสนับสนุนให้เกิดบรรยากาศดังกล่าว

                      รองโฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า ผู้บัญชาการทหารบกมอบให้หน่วยทหารในทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมเข้าช่วยคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งให้มีการจัดทำบันทึกเหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายและเป็นข้อมูลเผยแพร่ให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง เพื่อป้องปรามไม่ให้มีการใช้ความรุนแรงต่อกันของทุกฝ่าย นอกจากนี้ในที่ประชุมทางกรมกิจการพลเรือน ได้สรุปผลการสนับสนุนคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ในภาพรวม ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทหารทุกหน่วยปฏิบัติงานตามนโยบายที่ได้กำหนดไว้ คือไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหน่วยเลือกตั้ง และไม่ได้ใช้สถานที่ของทหารเป็นจุดเลือกตั้ง

                      อย่างไรก็ตาม หากมีการเลือกตั้งใครต่อไป กองทัพบกก็จะยึดแนวทางในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่หากมีการร้องขอก็จะมีการประสานงานและพิจารณาต่อไป นอกจากนี้ผู้บัญชาการทหารบกยังได้มีการพูดถึงเรื่องการเคารพกฎหมายอำนาจศาล ตลอดจนคำวินิจฉัยของกระบวนการยุติธรรม เพราะจะทำให้สังคมมีหลักยึด ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ และผู้บังคับหน่วยไปศึกษารายละเอียดเรื่องคำวินิจฉัยของศาล และเรียกร้องให้สังคมเคารพ

                      เมื่อถามว่า รวมทั้งกรณีที่มีการยื่นเรื่องให้ศาลตีความเกี่ยวกับการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาให้เป็นโมฆะด้วยหรือไม่ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งทางผู้บัญชาการทหารบกสั่งให้ผู้บังคับหน่วยติดตามว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะโมฆะหรือไม่ เพราะทุกอย่างจะต้องยึดกฎหมาย และหากผลคำตัดสินของศาลออกมาเป็นเช่นไร ไม่ใช่กองทัพเพียงอย่างเดียว คนไทยทุกคนก็จะต้องยึดคำตัดสินนั้น ส่วนเหตุการณ์ปะทะกันที่หลักสี่นั้น ทางผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยที่รับผิดชอบ และอยู่ในเหตุการณ์ปะทะกันไปจำลองเหตุการณ์และบันทึกเป็นข้อมูลว่ามีอะไรเกิดขึ้นตามที่ทหารได้เห็น ใครอยู่ในที่เกิดเหตุ ใครมีพฤติกรรมเช่นไร ซึ่งอาจจะมีรูปภาพเป็นข้อมูลเพื่อให้หน่วยอื่นๆ ได้เรียนรู้และศึกษา โดยผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการทุกพื้นที่มีเหตุการณ์รุนแรง

                      ส่วนเรื่องการปรับกำลังทหารหลักจากกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.มีการยุบเวทีไปนั้น ก็จะมีการปรับกำลังใช้ตามความเหมาะสมของเหตุการณ์โดยมีการใช้พื้นที่เสี่ยงสำหรับบริเวณที่มีการปรับลดกำลังลงไปก็จะมีการพิจารณาให้มีการจัดชุดลาดตระเวน พร้อมทั้งจุดตรวจประจำจุด ซึ่งก็จะต้องหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของส่วนอื่นด้วย นอกจากนี้ยังได้ชื่นชนทหารที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในการสนับสนุน ศรส.ที่มีความตั้งใจทำงานในสภาวะที่มีความกดดัน ที่ทำให้เกิดความสูญเสียน้อย และไม่ได้ยินคำติจากสังคม ผู้บัญชาการทหารขอบใจผู้บังคับบัญชา ซึ่งมองว่าการปฏิบัติงานดังกล่าวจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับกองทัพบก ก็อยากให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ทำต่อไป เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าทหารสามารถดูแลชาติบ้านเมืองได้

                      เมื่อถามถึงกรณีที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะที่ปรึกษา ศรส. เตรียมที่จะเอาผิดกับอดีตผู้บังคับบัญชาของกองทัพที่ไปตั้งโต๊ะหารือเพื่อหาทางออกให้กับประเทศไทยว่า พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวผู้บัญชาการทหารบกได้ชี้แจงไปแล้วว่าเป็นความห่วงใยของผู้ใหญ่ก็อยากจะช่วยหาทางออก ซึ่งการหารือดังกล่าวไม่ได้มีอิทธิพล หรืออำนาจให้ใครดำเนินการ เนื่องจากทั้งหมดก็เกษียณไปแล้ว

                      เมื่อถามว่า ในคลิปมีการพูดถึงผู้บัญชาการทหารบกอยู่ด้วยนั้น พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า เป็นการพูดคุยกันในวงไม่เกี่ยวข้องกับผู้บัญชาการทหารบก

                      พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 7 , 15 , 23 ก.พ.2557 และ 3 มี.ค.2557 กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) จะมีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์เพื่อทำการฝึกเป็นจำนวนจาก จ.สระบุรี ไปยัง จ.ลพบุรี โดยจะมีการเคลื่อนย้ายรถถังวันละประมาณ 20-30 คัน จึงแจ้งมาเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนไม่ให้แตกตื่น และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นำไปบิดเบือนสร้างประเด็นทางการเมืองของกลุ่มผู้ไม่หวังดี

 

'ทบ.' ส่ง 'กรมพระธรรมนูญ' บี้ 'ตำรวจ' สางคดี 'หมิ่นสถาบัน'

 

                      พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ผู้บัญชาการทหารบก มีความเป็นห่วงในเรื่องการรับและเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ ที่อาจสร้างความสับสนและประชาชนอาจตกเป็นเครื่องมือของผู้ที่ไม่หวังดี โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ได้สั่งการให้ทุกกองทัพภาคติดตามตรวจสอบการกระทำหรือการแสดงความคิดเห็นที่เข้าข่ายล่วงละเมิด เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายอย่างรอบคอบ โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการทางสังคม ปฏิเสธพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม อีกทั้งกองทัพเป็นส่วนราชการที่มีหน้าที่ปกป้องและเทิดทูนสถาบันโดยตรง การดำเนินการเรื่องนี้ขอให้ประชาชนได้มั่นใจว่า กองทัพบกจะติดตามและดำเนินการอย่างถึงที่สุด

                      “กองทัพบกจะติดตามและดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อหยุดการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน โดยจะมีการส่งข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ และให้กรมพระธรรมนูญประสานงานกับตำรวจ พร้อมติดตามความก้าวหน้าของคดี ทุกเรื่องที่กองทัพบกส่งเรื่องไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย โดยจะทำควบคู่กับการใช้มาตรการทางสังคมในการกดดันกับบุคคลที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและทำความเข้าใจกับสังคมว่าประเทศไทยจะต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น ทั้งนี้กองทัพบกได้เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งมีบางเรื่องสามารถเอาผิดและดำเนินการไปบ้างแล้ว ส่วนบางเรื่องก็อยู่ระหว่างการไต่สวนของกระบวนการยุติธรรม บางคดีก็อยู่ในขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษ” พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ ระบุ

 

'กห.' จวก 'สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล' ทำร้ายจิตใจคนไทย หนุน 'ทบ.' เอาผิดทางกม.

 

                      พ.อ.ปภาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ตามที่กองทัพบกได้ออกมาแถลงข่าวถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ และคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นในสังคมออนไลน์ โดยมีบางข้อความมิบังควร หมิ่นเหม่ และล่วงละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย ตามพ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 มาตรา 8 บัญญัติสรุปได้ว่ากระทรวงกลาโหมมีอำนาจหน้าที่พิทักษ์รักษาเอกราช และความมั่นคง รวมทั้งปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์มิให้ผู้ใดมาล่วงละเมิด ทำให้เสื่อมเสียพระบรมเดชานุภาพ เพราะฉะนั้นการกระทำดังกล่าวมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจของกำลังพลทุกนาย รวมทั้งประชาชนผู้มีความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ โดยที่ผ่านมาพระมหากษัตริย์ทรงมีคุโณปการต่อประเทศชาติ และพสกนิกรไทยมาอย่างยาวนาน

                      “การแสดงความคิดเห็นตามปกติโดยส่วนตัวหรือทางวิชาการอย่างบริสุทธิ์ เป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนภายใต้กรอบของกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ แต่กรณีการแสดงความคิดเห็นที่มิบังควร และหมิ่นเหม่ดังกล่าวนั้นทางกระทรวงกลาโหมกำลังพลทุกนาย และประชาชนผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ไม่สบายใจและมีความกังวลเป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมากระทรวงกลาโหมและกองทัพไทยไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามเว็บไซด์ที่เข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ต่อกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งได้ประสานกรมพระธรรมนูญตรวจสอบรายละเอียดด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อความที่ล่วงละเมิด เพื่อสนับสนุนแนวทางการดำเนินการทางด้านกฎหมายให้กับกองทัพบก อย่างไรก็ตามขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนได้ร่วมกันปกป้อง และพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้คงอยู่กับประเทศไทยสืบต่อไป” พ.อ.ปภาธิป กล่าว