ข่าว

คาดประท้วงเลือกตั้งอิหร่านยอดตายสูงถึง150คน

คาดประท้วงเลือกตั้งอิหร่านยอดตายสูงถึง150คน

21 มิ.ย. 2552

จลาจลล่าสุดในอิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 คน ขณะที่บางกระแสระบุอาจสูงถึง 150 คน โอบามาวอนหยุดใช้ความรุนแรงกับประชาชน อดีตประธานาธิบดีที่ทรงอิทธิพลถูกมองว่าอยู่เบื้องหลังการประท้วงรุนแรงในอิหร่าน

สถานการณ์ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่านยังคงตึงเครียดในวันนี้ท่ามกลางความวิตกว่าจะยังมีการชุมนุมครั้งใหม่ หลังผู้สนับสนุนของนายมีร์ ฮอสเซน มูซาวี อดีตนายกรัฐมนตรีที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ยังคงออกมาชุมนุมตามท้องถนนอีกเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 7 นับจากเริ่มชุมนุมเมื่อวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายนและงดการชุมนุมหนึ่งวันเมื่อวันศุกร์

การชุมนุมเมื่อวานกลายเป็นจลาจลเหมือนวันอื่นๆ โดยเกิดการปะทะกับตำรวจที่ใช้ทั้งแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำสลายฝูงชนที่บริเวณจตุรัสใจกลางเมือง ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตำรวจยังใช้ทั้งปืนที่มีกระสุนจริงและกระบองสลายกลุ่มผู้ประท้วงด้วย โดยมีเฮลิคอปเตอร์หลายลำบินวนเพื่อสังเกตการณ์ แหล่งข่าวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตจากจลาจลครั้งล่าสุดนี้ 19 คนขณะที่บางกระแสข่าวบอกว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจสูงถึง 150 คน

ด้านนายมูซาวี ออกแถลงการณ์ตอบโต้ถ้อยแถลงของอยาตอลเลาะห์ โดยระบุในเวบไซต์ของเขาบอกว่า ข้อเรียกร้องที่ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเป็นสิทธิที่ไม่อาจโต้แย้งได้ และเขาจะยืนหยัดร่วมกับประชาชนเพื่อปกป้องสิทธินี้ นอกจากนี้เขาเรียกร้องให้ชาวอิหร่านอย่าปล่อยให้จอมโกหกหลอกลวงทั้งหลายทำลายหลักการของระบอบรัฐอิสลาม

ขณะที่เวบไซต์ของสถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่าน รายงานอ้างอ้างรองผู้บัญชาการตำรวจว่า มีตำรวจได้รับบาดเจ็บราว 400 นายนับจากฝ่ายค้านเริ่มชุมนุมประท้วงเมื่อหนึ่งสัปดาห์ที่แล้ว และได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนมากมายว่าการชุมนุมประท้วงได้ส่งผลกระทบต่อการ
ดำเนินชีวิตประจำวันของพวกเขาและต้องการให้ตำรวจจัดการกับผู้ประท้วง

ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐ เตือนเมื่อวานนี้ให้อิหร่านหยุดใช้ความรุนแรงและการกระทำที่ไม่ยุติธรรมต่อประชาชน และขอให้เคารพลักสิทธิสากลในการชุมนุมและแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี รวมทั้งประกาศว่าสหรัฐยืนเคียงข้างทุกคนที่ต้องการใช้สิทธิเสรีภาพของตน ครั้งนี้นับเป็นคำแถลงครั้งที่สองเขาในรอบหลายวัน

อดีตประธานาธิบดีที่ทรงอิทธิพลถูกมองว่าอยู่เบื้องหลัง

อดีตประธานาธิบดีอยาตอลล่าห์ ฮาเชมี่ รัฟซันจานี่ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดคนหนึ่งของอิหร่าน และยังอยู่ในฝ่ายศาสนา อาจจะมีบทบาทสำคัญอย่างลับ ๆ อยู่เบื้องหลังวิกฤติการประท้วงทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเขาไม่ได้แสดงความเห็นใด ๆ นับตั้งแต่
เกิดการประเผชิญกันระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดีเนจ๊าด ผู้มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง กับบรรดาผู้มีแนวคิดหัวปฏิรูป ที่กล่าวหาเขาว่า ปล้นชัยชนะด้วยการโกงการเลือกตั้ง

แต่สถานีโทรทัศน์ของอิหร่าน ได้แสดงภาพของบุตรสาวของแฟเซห์ ฮาเชมี บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีรัฟซันจานี่ ที่แสดงความไม่พอใจประธานาธิบดีอาห์มาดีเนจ๊าดอย่างเปิดเผยและยังไม่ไปเข้าร่วมในพิธีที่อยาตอลล่าห์ อาลี คาเมนี่ ผู้นำสูงสุด เรียกร้องให้ทุกฝ่ายแสดง
ความสามัคคีของคนในชาติและอยู่เคียงข้างประธานาธิบดี

อยาตอลลาห์ คาเมนี่ ได้ยกย่องอดีตประธานาธิบดีรัฟซันจานี่ วัย 75 ปี เมื่อวันศุกร์ว่า เป็นหนึ่งในสถาปนิกแห่งการปฏิวัติและนักการเมืองที่ทรงประสิทธิภาพในรอบหลายปี แต่เขาทราบดีว่าเขาและอดีตประธานาธิบดีมีความเห็นที่ขัดแย้งกันในหลายเรื่อง ขณะเดียวกัน ก็เตือนไปยังนายมีร์ ฮอสเซน มูซาวี และผู้สนับสนุนให้ยุติการประท้วง มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับผลที่ตามมา
 
ขณะที่มุมมองที่แท้จริง หรือแม้แต่ที่อยู่ของเขาในขณะนี้ ก็ยังคงคลุมเครือ การสนับสนุนใด ๆ ของเขาต่อฝ่ายที่ต่อต้านประธานาธิบดีอาห์มาดีเนจ๊าด จะทำให้อดีตประธานาธิบดีรัฟซันจานีต้องเกิดความขัดแย้งทางอ้อมกับบรรดาฝ่ายศาสนาที่ทรงอิทธิพลสูงสุดในระบอบการปกครอง
ของอิหร่าน
  
ความเห็นของผู้นำสูงสุดเมื่อวันศุกร์ ได้แสดงให้เห็นว่า สนับสนุนประธานาธิบดีอาห์มาดีเนจ๊าดที่กล่าวอดีตประธานาธิบดีรัฟซันจานีและสมาชิกในครอบครัวอย่างเปิดเผยว่า คอรัปชั่น ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อาจหมายถึงอำนาจที่ถูกบั่นทอนของรัฟซันจานี