
'ถาวร'จี้'ปปช.-ศาลรธน.'ฟัน'ปู-ยุบพท.'
'ถาวร' จี้ 'ป.ป.ช.-ศาลรธน.' เร่งดำเนินคดี 'ยิ่งลักษณ์-ยุบพรรคเพื่อไทย' ปัด 'พุทธะอิสระ' ขัดขวางเลือกตั้ง ยืนยันลากยาวชุมนุมยืดเยื้อถึงสงกรานต์
7 ก.พ.57 นายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส. กล่าวถึงแนวทางการเคลื่อนไหวของ กปปส. ว่า จะมีการเร่งเรื่องคดีกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเฉพาะคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีถูกร้อง และศาลรัฐธรรมนูญควรเร่งวินิจฉัยคำร้องที่เกี่ยวกับรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องยุบพรรคเพื่อไทยทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ส่วนการกดดันด้านการเมืองก็จะมีกลุ่มมวลชนอื่นเข้าร่วม อาทิ กลุ่มชาวนา ก็พร้อมให้ความช่วยเหลือหากกลุ่มดังกล่าวร้องขอมา
นายถาวร กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการปิดสถานที่ราชการนั้นยอมรับว่าไม่ได้ผล เพราะรัฐบาลยังหน้าด้านอยู่ต่อ ดังนั้นจึงต้องมีการทบทวน แต่คงไม่ถึงขั้นยกเลิก เพราะถือเป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ และจะทำให้ข้าราชการมีเวลามาร่วมชุมนุมกับ กปปส.ได้ ส่วนมาตรการอื่นก็มีการคิดขึ้นเรื่อยๆ แต่จะนำมาใช้ในเวลาที่เหมาะสม โดยยืนยันว่าเราสามารถชุมนุมยืดเยื้อได้จนถึงช่วงสงกรานต์
"คนที่เป็นรัฐบาลรักษาการควรจะมีความรับผิดชอบ เพราะยิ่งอยู่ในตำแหน่งนานเท่าใดก็จะทำให้ประเทศและประชาชนเสียโอกาสมากยิ่งขึ้น ส่วนการสิ้นสภาพรัฐบาลรักษาการนั้นอยู่ที่การตีความ เพราะตามกฏหมายระบุว่ารัฐบาลรักษาการอยู่ในตำแหน่ง และจัดการเลือกตั้งจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ แต่ขณะนี้ได้จัดการเลือกตั้งไปแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังพยายามให้กกต.จัดการเลือกตั้งให้ครบ จึงถือว่ารัฐบาลนี้หน้าด้าน" นายถาวร กล่าว
นายถาวร กล่าวถึงเรื่องการรักษาความปลอดภัยในเวทีชุมนุมต่างๆ ว่า ขณะนี้ถือว่าความปลอดภัยของเวทีสีลมมีความเสี่ยงสุด เพราะสุ่มเสี่ยงในการยิงระเบิด จึงต้องมีหน่วยเดินเท้าเดินตรวจและเฝ้าระวังรอบพื้นที่ชุมนุม ในระยะที่สามารถยิงระเบิดแบบหวังผลได้ อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าควรมีการจัดการเรื่องการดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุม โดยให้ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ลุมพินี บางรัก และทุ่งมหาเมฆ จัดการจราจรร่วมกัน และให้มีการตั้งด่านตรวจทั้งของผู้ชุมนุมและของตำรวจ ให้สามารถประสานงานกันได้ โดยต้องมีระยะห่างประมาณ 300 เมตร
นายถาวร กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับหลวงปู่พุทธะอิสระ ในข้อหาขัดขาวงการจัดการเลือกตั้งนั้น เรื่องนี้สามารถพิสูจน์ได้ว่าหลวงปู่ ไม่ได้ขัดขวางการเลือกตั้ง เพราะข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้ยุติการมอบหีบบัตรลงคะแนน ซึ่งเป็นสิ่งที่หลวงปู่ไม่สามารถควบคุมได้ เรื่องนี้จึงเป็นการกลั่นแกล้งโดยรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม กำลังตรวจสอบว่าเป็นการยื่นคำร้องเท็จหรือไม่ หากเป็นการยื่นคำร้องเท็จทางกปปส. ก็จะดำเนินการกับผู้ยื่นคำร้องคือตำรวจ และศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) โดยยื่นเรื่องถึงคณะกรรมาธิการกฏหมายและความยุติธรรมในการใช้อำนาจรัฐ ของวุฒิสภา และยื่นเรื่องไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส่วนกรณีการออกหมายจับ 19 แกนนำ กปปส.ได้ร้องไปในคดีขอเพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้ว หาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินถูกเพิกถอนก็จะทำให้หมายจับถูกเพิกถอนไปด้วย



