
'พท.'จี้กกต.จัดลต.ให้สำเร็จ!
'พท.' ออกแถลงการณ์หลังหารือพรรคร่วมรัฐบาล จี้ 'กกต.' ทำหน้าที่ตัวเอง เดินหน้าจัดเลือกตั้งให้สำเร็จ ตะเพิด 'ปชป.' ปรับปรุงพรรคก่อนย่อยยับ
7 ก.พ. 57 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และรมช.เกษตรฯ ร่วมกันอ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย หลังการหารือร่วมกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงค่ำของวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยนายภูมิธรรมกล่าวว่า การหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลประกอบด้วย นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนา และนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล เป็นต้น ซึ่งได้ประเมินสถานการณ์ทางการเมืองร่วมกัน
โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ดังนี้ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ได้อยู่ภาวะปกติ พรรคเพื่อไทยเห็นว่าผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของประชาชนผู้รักและหวงแหนในระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ แม้ว่าการเลือกตั้งทั่วไป 2 ก.พ. 57 เกิดขึ้นอย่างค่อนข้างยากลำบาก เพราะถูกขัดขวางอย่างมากจากกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ด้วยวิธีการต่างๆ อาทิ การขโมยหีบบัตรเลือกตั้ง การล้อมและปิดสถานที่กระจายหีบบัตรเลือกตั้ง การสร้างสถานการณ์ความรุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ การข่มขู่คุกคามเพื่อหวังให้ประชาชนไม่กล้าไปลงคะแนน รวมทั้งเป็นการจัดการเลือกตั้งที่ขาดการประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนรับรู้ได้น้อยมาก
นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ค่อยเอื้อต่อการมาใช้สิทธิของประชานคนไทยทั่วประเทศดังกล่าว กลับปรากฏว่ามีประชาชนมากถึงกว่า 20 กว่าล้านเสียงออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ถือเป็นการสะท้อนผลการทำประชามติของประชาชนชาวไทย ที่เลือกหนทางการหาทางออกให้แก่ประเทศโดยกระบวนการประชาธิปไตยและวิธีสันติ ซึ่งนั่นเป็นความหวังและอนาคตที่ดีของประเทศไทย และจากสถิติการมาใช้สิทธิของประชาชนที่เผยแพร่โดยสื่อมวลชนต่างๆ พบว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (2544 - 2554) ประชาชนออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั่วไป มีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 71.36% และหากพิจารณาจากสถิติในรอบ 10 ปีมานี้พบว่า มีประชาชน 25 - 30% ที่ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิเป็นปกติ ดังนั้นสถิติผู้มาใช้สิทธิประมาณ 45 - 47% ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นตัวเลขการออกมาใช้สิทธิของประชาชนที่น่าพึงพอใจ เพราะประชาชน 2 ใน 3 ได้ฝ่าอุปสรรคนานาประการเข้ามาใช้สิทธิในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
ด้านนายจารุพงศ์ กล่าวว่า เพื่อให้ประเทศมีทางออกโดยสันติ และเพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่สะดุดหยุดลง กกต.จะเป็นองค์กรที่มีความสำคัญยิ่งในการช่วยหาทางออกให้ประเทศ
พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้กกต.เร่งทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเร่งดำเนินการผลักดันการจัดการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ยังไม่แล้วเสร็จให้ลุล่วงเรียบร้อยโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยันความตั้งใจที่จะสนับสนุนและเคารพเจตนารมณ์ของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเมื่อ 2 ก.พ. ถึง 20 กว่าล้านเสียง ทั้งนี้ จากที่พรรคร่วมรัฐบาลได้ร่วมหารือกัน มีความเห็นสอดคล้องกันว่า การดำเนินการเลือกตั้งให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็วจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ และนับเป็นบันไดขั้นแรกที่จะช่วยผลักดันให้การปฏิรูปในสังคมไทยประสบความสำเร็จตามที่ทุกฝ่ายปรารถนา และที่สำคัญ 30 มี.ค. 57 นั้น กกต.กำหนดเป็นวันเลือกตั้งส.ว.ชุดใหม่แล้ว ซึ่งผลสำเร็จของการเลือกตั้งทั้งสองส่วนนี้จะทำให้รัฐสภามีองค์ประกอบที่ครบถ้วน ทั้งส.ส.และส.ว. ซึ่งนับเป็นสถาบันสำคัญที่จะเร่งทำหน้าที่ผลักดันการปฏิรูปประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จต่อไป บนพื้นฐานที่มีกฎหมายตามระบอบประชาธิปไตยรองรับ
นายจารุพงศ์ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยยังยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลที่อยากเห็นรัฐบาลที่จะถูกจัดตั้งขึ้นหลังการจัดการเลือกตั้งของ กกต.เสร็จสิ้น เป็นรัฐบาลเพื่อการปฏิรูปที่ทำหน้าที่ผลักดันการปฏิรูปให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปีหรือมากกว่านั้นเล็กน้อย โดยมุ่งมั่นและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนในสังคมไทยเข้าร่วมผลักดันการปฏิรูปให้เกิดขึ้นโดยเร็ว และรีบคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน เพื่อให้ระบบการเมืองและภาวะของประเทศกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
ขณะที่นายวราเทพ กล่าวว่า ในส่วนของการปฏิรูปที่ตนได้รับมอบหมายร่วมกับนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ นั้น เรายังยืนยันในจุดยืนในนามของรัฐบาลที่จะผลักดันเรื่องการปฏิรูปต่อไปตามกรอบกฎหมาย โดยกระบวนจะเริ่มได้อย่างสมบูรณ์ก็เมื่อมีสภาฯ มีครม.ชุดใหม่ เข้ามาทำหน้าที่ ดังนั้นรูปแบบหรือระยะเวลาในการทำงานก็ขึ้นอยู่กับว่าจะได้สภาฯ และครม.ชุดใหม่เมื่อใด
ตะเพิด 'ปชป.' ปรับปรุงพรรคก่อนย่อยยับ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อยากให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะว่า มีนัยทางการเมืองเพื่อต่อลมหายใจให้กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ให้ชุมนุมต่อไปใช่หรือไม่ วันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ยกคำร้องที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ควรเลิกพยายามทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้แล้ว เพราะจะเป็นการละเมิดสิทธิ์ของประชาชนที่ออกมาเลือกตั้งถึง 20 กว่าล้านคน ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ควรเลิกหาช่องทางให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะแล้วหันไปปรับปรุงพรรคของตัวเองให้มีนโยบายดีๆ ออกมาจะดีกว่า ควรเลิกเป็นแนวร่วมให้การสนับสนุนกปปส.เสียที จะได้เป็นที่ยอมรับ ไม่เช่นนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะย่อยยับในยุคของนายอภิสิทธิ์
บี้ 'กกต.' เยียวยาว่าที่ผู้สมัครส.ส. 28 เขตมีปัญหา
นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้งระบุว่า ปัญหาใน 28 เขตเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้อาจไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า ถือเป็นการไม่รับผิดชอบและไม่ให้การคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ที่ต้องการไปสมัครส.ส.ในพื้นที่ดังกล่าวกว่า 123 คนที่ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งได้เพราะถูกขัดขวางโดยกปปส.ทั้งนี้ว่าที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยได้ไปร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตามที่กกต.แนะนำแล้ว แต่ศาลยกคำร้องเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมาโดยให้เหตุผลว่า เรื่องการรับสมัครส.ส.อยู่ในอำนาจของกกต. แต่จนถึงวันนี้กกต.ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ออกมา ทั้งนี้กกต.สามารถออกระเบียบเพื่อให้การเปิดรับสมัครใน 28 เขตดังกล่าวทำได้ แต่เหตุใดจึงไม่ทำ ส่วนการบอกว่าเรื่องจะไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น ถือเป็นการโยนภาระให้กับศาลรัฐธรรมนูญ
ด้านนายทนายเสือธนพล สุขปาน ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ชุมพร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อมีการขัดขวางการรับสมัคร กกต.ก็น่าจะมีมาตรการเยียวยาตามอำนาจหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่กกต.พยายามหลีกเลี่ยงการทำหน้าที่ อย่างในกรณีเขตเลือกตั้งที่ตนไปลงคะแนนเลือกตั้งที่ จ.ชุมพรเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น ไม่มีการเตรียมการใดๆ ทั้งสิ้น
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสมชัยไปเจรจาขอคืนพื้นที่จากหลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำกปปส. ที่ชุมนุมอยู่บริเวณศูนย์ราชการด้วยว่า นายสมชัยถือเป็นเจ้าพนักงานแต่กลับไปเจรจาขอคืนพื้นที่จากผู้ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 21 ที่ระบุว่า กกต.ผู้ใดเห็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งให้แจ้งความพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี เนื่องจากกกต.ถือเป็นผู้เสียหาย ซึ่งหลวงปู่พุทธอิสระก็มีพฤติกรรมขัดขวางการเลือกตั้งมาโดยตลอด การที่นายสมชัยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานแต่กลับไปเจรจากับหลวงปู่พุทธอิสระถือว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ เรื่องนี้ได้ให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบแล้ว หากยังไม่มีการดำเนินใดๆ จะมีการฟ้องเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ต่อศาลอาญาแน่นอน



