
เชียงใหม่ใช้สิทธิสูงสุดแต่สัดส่วนลดลง
เชียงใหม่ใช้สิทธิสูงสุดแต่สัดส่วนลดลง : ชนิกานต์ พุ่มหิรัญ ,สมถวิล เทพสวัสดิ์รายงาน
ที่ประชุม "คณะกรรมการการเลือกตั้ง" (กกต.) ได้ข้อสรุปแล้วว่า กกต.จะเป็นผู้แจ้งเหตุไปยัง "อธิบดีกรมการปกครอง" ในฐานะผู้อำนวยการทะเบียนกลาง แทน "ประชาชน" ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 มกราคม และไม่ได้เลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์
ส่วนปัญหาการเลือกตั้งทั้ง 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร ปัญหาหน่วยเลือกตั้งกว่า 1.2 หมื่นหน่วยที่ไม่สามารถเปิดการลงคะแนนได้ ปัญหาการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 มกราคม ที่ยังไม่รู้จะจัดการเลือกตั้งทดแทนวันไหน และปัญหา 16 เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครเพียงรายเดียว ที่ประชุมกกต.ยังไม่มีข้อสรุป
ขณะเดียวกัน "กกต." ได้แถลงข้อมูลเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ทั้งประเทศ จำนวน 68 จังหวัด ไม่รวม 9 จังหวัดภาคใต้ ที่ไม่สามารถเปิดการลงคะแนนได้ ประกอบด้วย จ.กระบี่ ชุมพร ตรัง พังงา พัทลุง ภูเก็ต ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี ทำให้จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดมีจำนวน 43,024,786 คน (จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งประเทศจำนวน 49,017,001 คน) ขณะที่จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเมื่อปี 2554 มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 46,921,682 คน
โดยเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวน 43,024,786 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 20,530,359 คนคิดเป็น 47.72 % แบ่งเป็น บัตรดี 14,645,812 ใบ คิดเป็น 71.34 % บัตรเสีย 2,458,461 ใบ คิดเป็น 11.97% ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน หรือ โหวตโน 3,426,080 ใบ คิดเป็น 16.69 %
ทาง "กกต." แจ้งว่า "ภาคเหนือ" มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุด 56.02 % ขณะที่ "ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" มีจำนวนบัตรดีมากที่สุด 81.03 % ส่วนบัตรเสียมากที่สุดคือ "ภาคใต้" 16.53 %
โดยถือว่าภาพรวมของทั้ง "ภาคเหนือและภาคอีสาน" สามารถลงคะแนนได้ครบทุกหน่วย 100% และเป็นฐานคะแนนเสียงสำคัญของ "พรรคเพื่อไทย"
หากเปรียบเทียบสถิติกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 พบว่า "ภาคเหนือ" มีผู้มาใช้สิทธิ์ 77.16% กาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน 3.58% และ "ภาคอีสาน" มีผู้มาใช้สิทธิ์ 72.48% กาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน 2.39%
แต่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา "ภาคเหนือ" กลับมีผู้มาใช้สิทธิลดลงเหลือ 56.02% เท่านั้น ขณะที่กาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนพุ่งขึ้นเป็น 21.19% ส่วน "ภาคอีสาน" ก็มีผู้มาใช้สิทธิ์ลดลงเหลือ 55.31% และกาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 9.55% ทั้งที่ทั้งสองภาคแทบไม่มีข่าวการขัดขวางการไปใช้สิทธิ หรือการชุมนุมหน้าหน่วยเลือกตั้งเลย
สำหรับ "จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุด" คือ "เชียงใหม่" ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี คิดเป็นสัดส่วน 75.05% แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมื่อปี 2554 ถือว่าเป็นสัดส่วนที่ลดลง เนื่องจากปี 2554 มีผู้มาใช้สิทธิ์ 1,002,549 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1,205,955 คน มีสัดส่วนถึง 83.13 % ขณะที่ปี 2557 คนในจังหวัดเชียงใหม่มีผู้มาใช้สิทธิ์เพียง 827,808 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1,103,069 คน
นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้กาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน หรือโหวตโน สูงขึ้นจากปี 2554 จาก 44,471 ใบ หรือ 4.44% เพิ่มเป็น 167,398 ใบ หรือ 20.22% ทั้งที่จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเชียงใหม่ครั้งนี้มีน้อยกว่าปี 2554 ประมาณ 9 หมื่นคน
และเป็นที่น่าสังเกตว่า "จ.ลำพูน" แชมป์มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุดปี 2554 เสียแชมป์ให้ "จ.เชียงใหม่ "เนื่องจากสัดส่วนคนมาใช้สิทธิในจ.ลำพูนลดลงอยากมากโดยจากยอดผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งปี 2554 คิดเป็นสัดส่วน 88.61% ปี 2557 สัดส่วนลดลงมาเหลือ 73.39 %
ดังนั้นผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกส.ส.(โนโหวต) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หากต้องได้สิทธิทางการเมืองคืนให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งส.ว.ทั่วประเทศที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคมนี้.
.............
(หมายเหตุ : เชียงใหม่ใช้สิทธิสูงสุดแต่สัดส่วนลดลง : ชนิกานต์ พุ่มหิรัญ ,สมถวิล เทพสวัสดิ์รายงาน)



