
ป.ป.ช.นัด'บุญทรง'แก้ต่างทุจริตจำนำข้าว
ป.ป.ช.นัด'บุญทรง'แก้ข้อกล่าวหาทุจริตจำนำข้าว 20 ก.พ.นี้ สั่งคณะทำงานลงพื้นที่เก็บข้อมูลชาวนาอ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท หลังยื่นร้องสอบรัฐเบี้ยวไม่จ่ายเงินชาวนา
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี วันที่ 6 ก.พ.57 เมื่อเวลา 16.00 น. นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษกป.ป.ช. แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ได้มีการหารือถึงกรณีชาวนาจากจังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท มายื่นหนังสือต่อป.ป.ช.เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว เพื่อขอให้เร่งรัดคดีกับผู้ที่กระทำความผิด เนื่องจากขณะนี้ชาวนาได้รับความเดือดร้อนยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว และยังไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะจ่ายเงินให้เมื่อใด เพราะชาวนาบางคนต้องไปกู้เงินมาใช้จ่ายในการปลูกข้าว และยังไม่มีเงินไปชำระหนี้ทำให้ต้องมีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
ซึ่งคณะทำงานไต่สวนกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่มีนายศักดิ์ชัย เมทิณีพิศาลกุล ผอ.สำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมือง 1 เป็นฝ่ายเลขานุการได้ให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำจากชาวนาเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของความเดือดร้อนที่ได้มาร้องเรียนดังกล่าว พร้อมกับได้ทำบันทึกเอาไว้อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ คณะทำงานจะลงพื้นที่จ.อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมและเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้
นายวิชา กล่าวอีกว่า หากคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ได้อย่างไรแล้ว ทางคณะกรรมการป.ป.ช.จะได้นำมารวบรวมกับข้อมูลการไต่สวนในสำนวนการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด ก่อนที่จะนำมาประมวลเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ในวันเดียวกันนี้นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวกิตติมศักดิ์ได้มาให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการป.ป.ช.ในรายละเอียดที่เกี่ยวกับความเสียหายของการส่งออกข้าวอย่างร้ายแรงที่สุด โดยชี้ให้เห็นว่าความร้ายแรงทำให้การส่งออกข้าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญอย่างไรบ้าง ส่วนวิธีแก้ไขคือ ต้องยุติโครงการและดำเนินการปิดบัญชี ตรวจสอบ ระบายข้าวที่ค้างอยู่ให้หมด เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่มีเงินมาจ่ายให้กับชาวนาได้เลย
“นายกสมาคมฯท่านบอกเลยว่า กระบวนการเหล่านี้ที่มีการทุจริตเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ไม่มีเงินในการจ่ายเงินให้กับชาวนา เพราะถ้าไม่มีการทุจริตจะสามารถได้เงินมาเป็นเท่าตัวของจำนวนเงินที่หมุนเวียนอยู่ แต่เงินอีกเท่าหนึ่งนั้นไปอยู่ในกระเป๋าของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต เพราะฉะนั้น ถ้าเรียกคืนได้คือ เรียกเอาเงินเหล่านั้นกลับคืนมาจ่ายให้กับชาวนาได้เลย ท่านยืนยันอย่างนั้น”นายวิชา กล่าว
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า วันเดียวกันนี้ชาวนาได้มาขอพบทางป.ป.ช. เนื่องจากไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว เพื่อยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนต่อผู้กระทำความผิด และนำตัวมาลงโทษ เพราะชาวนาต้องการเงินที่เขาสูญเสียไปจากการจำนำข้าวนั้นให้ได้กลับคืนมา ขณะที่คณะทำงานของป.ป.ช.อยู่ระหว่างการดำเนินการไต่สวนเกี่ยวกับนโยบายที่ไม่ชอบธรรมของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่แล้ว คณะทำงานจะลงพื้นที่เพื่อไปหารายละเอียดเกี่ยวกับความเดือดร้อนว่าได้รับความเดือดร้อนอย่างไร กระบวนการรับจำนำข้าวมีความผิดพลาดอย่างไรชาวนาถึงยังไม่ได้รับเงิน และช่วงเวลาก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร เพื่อนำข้อมูลต่างๆ มาเสนอต่อคณะกรรมการป.ป.ช.อีกครั้ง เพราะถือเป็นส่วนที่เกี่ยวพันกับการไต่สวนกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เนื่องจากจุดนี้ถือเป็นจุดสุดท้ายของความเสียหายของชาวนา ที่เขาไม่ได้รับเงินทั้งที่ตัวเองนำข้าวไปจำนำไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการป.ป.ช.จะใช้เวลานานเท่าไรให้การไต่สวนคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว นายวิชา กล่าวว่า ตามที่ชาวนาได้มาเร่งรัดคดีกับป.ป.ช. ทุกคนเห็นแล้วว่าชาวนาเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสขนาดนี้ ฉะนั้น เราต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของชาวนาด้วย
“แต่จะเห็นได้ว่า ตอนนี้เป็นหนังคนละม้วนกับเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ที่หมอวรงค์ได้มาร้องเรียนกับป.ป.ช. และได้ดำเนินการรับเรื่องไว้แสวงหาข้อเท็จจริง คณะกรรมการป.ป.ช.ถูกข่มขู่คุกคามอย่างหนัก สื่อมวลชนคงจำได้ว่ากลุ่มชาวนาจากจ.พิษณุโลกอ้างว่าป.ป.ช.อย่าทำคดีนี้เลย คนที่อ้างตัวว่าเป็นชาวนาหรือกลุ่มชาวนาได้มาข่มขู่เราว่าอย่าไต่สวนเป็นอันขาด ถ้ารับไต่สวนจะเล่นงานป.ป.ช.อย่างหนัก เพราะชาวนาได้ประโยชน์อย่างมหาศาล แล้ววันนี้เป็นอย่างไรสื่อมวลชนคงได้เห็นแล้ว ภาพเป็นคนละอย่างกันเลย วันก่อนบอกว่าชาวนาได้ประโยชน์ แต่วันนี้ชาวนาก็มาร้องกับป.ป.ช.เอง ซึ่งตรวจสอบแล้วเป็นชาวนาจริงๆ ไม่ใช่ชาวนาปลอมหรือชาวนาเทียม ชาวนาที่มาจากอ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาทเป็นชาวนาแท้จริง เดือดร้อน และทุกข์จริงๆ เพราะฉะนั้นขอบอกต่อไปถึงคนทุจริตคืนเงินทุจริตให้เขาบ้างเถิด เห็นแก่มนุษยธรรมเถอะ ไอ้ที่ไปเข้ากระเป๋าเอาออกมาเสียบ้าง”นายวิชา กล่าว
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการส่งหนังสือแจ้งคำสั่งตั้งคณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งชุดเป็นองค์คณะไต่สวนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นายวิชา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ได้ส่งหนังสือแจ้งไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับมาแต่อย่างใด ส่วนกรณีแจ้งข้อกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ สมัยดำรงตำแหน่งรมว.พาณิชย์ กับพวก 15 รายนั้น ได้นัดให้นายบุญทรงมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในวันที่ 20 ก.พ.57 ส่วนรายอื่นๆ จะนัดเวลาถัดไป
เมื่อถามว่า นายบุญทรงมีสิทธิ์ขอเลื่อนการเข้าขอชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า หากมีเหตุจำเป็นจะพิจารณาเป็นกรณีไป แต่นายบุญทรงได้ร้องมาตลอดว่าทางป.ป.ช.ไต่สวนโดยที่ไม่เห็นเรียกมาให้ถ้อยคำเลย ดังนั้น แสดงว่านายบุญทรงเต็มใจและกระตือรือร้นที่จะมาชี้แจง ซึ่งป.ป.ช.หวังเช่นนั้น เพราะเชื่อว่านายบุญทรงคงเตรียมข้อมูลไว้หมดแล้ว
เมื่อถามว่า ในช่วงที่ผ่านมาป.ป.ช.ถูกข่มขู่หรือคุกคามหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก และจนถึงขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงก็บอกว่าให้อยู่เซฟเฮาส์ต่อไป นั่นถือเป็นคำเตือนของฝ่ายความมั่นคง เมื่อถามว่า ลักษณะของการถูกข่มขู่คุกคามเป็นอย่างไร นายวิชา กล่าวว่า เปิดเผยไม่ได้ เมื่อถามว่า รู้สึกท้อใจในการทำหน้าที่หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า “ไม่หรอก ถ้าท้อใจก็คงตั้งแต่มีคนมาข่มขู่คุกคามว่าอย่าทำ ไม่อย่างนั้นจะจัดการตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ที่เขามาบอกให้ป.ป.ช.หยุดการทำงาน เพราะตอนนั้นเขาบอกว่าชาวนาได้รับประโยชน์มหาศาล อย่ามาแตะเป็นอันขาดนะ ยิ่งลักษณ์ของข้าใครอย่าแตะ” เมื่อถามว่า มีการมาเสนอให้สินบนหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า “ไม่มี เพราะเขาคงรู้อยู่แล้วว่าไม่มีผลอะไรแน่ และผมขอเรียนว่าคณะกรรมการป.ป.ช. รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของป.ป.ช.ทุกคนใครก็ซื้อไม่ได้ เพราะมูลค่ามหาศาลเหลือเกิน หาค่ามิได้”



