
ศึกจำนำข้าวเดือด!'โต้ง'โต้'คุณชายอุ๋ย'
ศึกจำนำข้าวเดือด!'โต้ง'โต้'คุณชายอุ๋ย'ข้อมูลเก่า โยนม็อบปิดกระทรวงข่มขู่ธนาคารจนหาเงินล่าช้า ยกอดีตจวกเคยทำตลาดหุ้นเจ๊งจากนโยบายคุมเงินไหลออก
6ก.พ.2557 นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า "สืบเนื่องจาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ได้ทำจดหมายเปิดผนึก ถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น เห็นว่าหลักคิดและการอธิบายความในปัญหาต่างๆ ที่สังคมทั่วไปในจดหมายเปิดผนึกเป็นข้อมูลที่รับรู้และรับทราบโดยทั่วไป ทั้งในเวทีระบบรัฐสภา ที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อรัฐบาล และมีการชี้แจงเสร็จสิ้นแล้วและเป็นข้อมูลที่มีการพูดจากัน ทั้งก่อนและหลังที่รัฐบาลได้ยุบสภา อีกทั้งเมื่อมีการชุมนุมของประชาชน ประชาชนก็ได้นำข้อมูลที่ มรว.ปรีดียาธร เทวกุล ได้นำมาเผยแพร่ เวทีผู้ชุมนุมโดยกล่าวหาเป็นรายวัน เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง
ณ วันนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ก็กลับนำข้อมูลเดิมตามที่กล่าวมา มานำเสนอซ้ำอีก ในลักษณะแผ่นเสียงตกร่อง ทั้งสิ่งที่นำเสนอนั้น มิใช่ข้อคิด ความเห็น หรือข้อมูลใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และต่อสถานะของรัฐบาลในปัจจุบัน ซึ่ง มรว.ปรีดียาธรฯ ในฐานะอดีตรองนายกรัฐมนตรีสายเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลยุคหลังรัฐประหาร กันยายน พ.ศ. 2549 ได้เคยออกมาตรการควบคุมเงินทุนไหลออกจนตลาดหุ้นล่มถล่มทลายมาแล้ว ทราบดีว่า รัฐบาลนี้ได้ตัดสินใจคืนอำนาจให้กับประชาชนเพื่อตัดสินใจทางการเมืองในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยในการกำหนดอนาคตของประเทศโดยปราศจากการแทรกแซงหรือครอบงำทางความคิด ไม่ว่าจะเป็นโดยบุคคลหรือคณะบุคคลใดก็ตาม
เพื่อให้สาธารณะได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ผมขอถือโอกาสชี้แจงทำความเข้าใจในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
โครงการรับจำนำข้าว ดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2554 ต่อเนื่องมา 4 ฤดูการผลิต คือ 2554/55 (2) นาปี 2555/56 (3) นาปี 2555/56 และ (4) นาปรัง 2556/57 สามารถจ่ายเงินค่ารับจำนำแก่ชาวนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นจำนวนเงินกว่า 7 แสนล้านบาท จนมาถึงฤดูกาลนาปี 2556/57 ซึ่งได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการในวันที่ 3 กันยายน 2556 และรับจำนำมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2556 สามารถช่วยจ่ายค่ารับจำนำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงต้นฤดูกาลและได้จ่ายเงินค่ารับจำนำไปแล้วเป็นจำนวนกว่า 6 หมื่นล้านบาท โดยไม่ได้ล่าช้า แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดจากฝ่ายค้านโดยทำให้การอนุมัติใช้งบประมาณประจำปีล่าช้า การบุกยึดกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ และ ส.ส. ฝ่ายค้านลาออกยกพรรค ซึ่งนำไปสู่การยุบสภาผู้แทนราษฎรทำให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายในการจัดหาเงินเพิ่มขึ้น และมีขบวนการในการข่มขู่ทั้งสถาบันการเงินและส่วนราชการที่ทำให้การจัดหาเงินมีความล่าช้าแต่กระทรวงการคลังยังคงเดินหน้าที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามมติคณะรัฐมนตรี และกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องและรอบคอบ
ต่อประเด็นที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรฯ ยกเรื่องคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว มากล่าวหา นั้นไม่เป็นธรรม ทั้งที่ในความเป็นจริงนั้น สิ่งที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรฯ รวมทั้งกลุ่มผู้โจมตีโครงการนี้มิได้พูดถึงเลยคือมูลค่าของข้าวที่อยู่ในสต๊อก ซึ่งมีมูลค่าอยู่ในตัวเอง รวมทั้งส่วนต่างที่ขาดหายไปนั้นแท้จริงแล้วอยู่ในมือชาวนา
สำหรับนโยบายพลังงานทางเลือก ตามยุทธศาสตร์พลังงาน (โครงการโซลาร์เซล) เป็นนโยบายที่ดำเนินการต่อเนื่องมาหลายรัฐบาล ซึ่ง ม.ร.ว.ปรีดิยาธรฯ น่าจะทราบดีอยู่แล้วว่า ขั้นตอน กระบวนการในการดำเนินนโยบายนี้นั้น เกี่ยวข้องกับหน่วยงานหลายหน่วยงาน ทำให้มีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานซึ่งท่านก็น่าจะเคยพบปัญหานี้มาก่อนในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะขั้นตอนในระดับปฏิบัติในการออกใบอนุญาต รง.4 ซึ่งรัฐบาลนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เมื่อเดือนตุลาคม 2556 ที่ผ่านมานั้น ได้พยายามแก้ไขปัญหาการออกใบอนุญาตดังกล่าว โดยการขอยกเว้นจากกระทรวงอุตสาหกรรม แต่จำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ จึงต้องใช้เวลาในการดำเนินการ
ในประเด็นการปฏิรูปประเทศ นั้น มิได้เป็นปัญหาในการสร้างกระบวนการในการมีส่วนร่วมระหว่างประชาชน สถาบัน องค์กร ต่างๆ หรือการยอมรับ รวมทั้งปัญหาความเชื่อมั่นต่อประเด็นการปฏิรูปการเมือง ตามที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรฯ กล่าวอ้าง แต่แท้จริงแล้ว ในเรื่องนี้ เป็นประเด็นที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจว่าการปฏิรูปการเมือง สามารถดำเนินการคู่ขนานพร้อมไปกับการเลือกตั้ง โดยที่ไม่ต้อง “แช่แข็งประเทศ” อยู่กับการปฏิรูปการเมือง เพราะปัญหาของประเทศนั้น มีหลายมิติ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจมีลักษณะเป็นพลวัตรที่ไม่หยุดนิ่ง จำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเพื่อให้การบริหารราชการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
และในตอนนี้ ประเทศไทยได้ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่งจากความสำเร็จในการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งเกือบร้อยละ 90 ที่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ และมีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งถึงกว่า 20 ล้านคน แม้ว่าการยังมีหลายพื้นที่ที่ยังจัดการเลือกตั้งไม่ได้ แต่เชื่อว่าในท้ายที่สุด กกต. รวมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคมจะร่วมมือกันช่วยประคับประคองรักษาระบอบประชาธิปไตยเพื่อให้สามารถจัดการเลือกตั้งได้จนครบทุกเขต การที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรฯ ยังยึดติดอยู่กับประเด็นเดิม ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกับผู้ชุมนุมในลักษณะที่คล้ายจะเป็นแนวร่วม ด้วยท่าทีที่สิ้นหวังต่อระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนนั้น ไม่ต่างจากการไม่ให้ความเคารพต่อเจตนารมณ์ของประชาชนทั้ง 20 ล้านคนที่ออกมาเลือกตั้ง ที่อดทนและยืนหยัดอยู่ข้างหลักการประชาธิปไตย
สุดท้ายนี้ การที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรฯ รวมทั้งผู้ชุมนุมที่มีข้อเรียกร้องในลักษณะเดียวกันคือให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้มีคนกลางมาดำเนินการปฏิรูป ตลอดจนบริหารประเทศ นั้น เห็นได้ชัดว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นการละเลยการยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนไม่คำนึงว่าการดำรงอยู่ของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี นั้น จะเป็นหลักประกันของการคงอยู่ซึ่งวิถีทางในระบอบประชาธิปไตยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมโลกว่าประเทศไทยมีระบอบการเมืองการปกครองที่เข้มแข็ง พลเมืองมีความเท่าเทียมกันภายใต้ระบอบประชาธิปไตย มีความอดทนพร้อมที่จะพัฒนาการเมือง การปกครองให้เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น"
"วรวิทย์"ปฏิเสธบอร์ดออมสินหารือปล่อยกู้จำนำ
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าวปฏิเสธถึงแผนการเข้าไปช่วยเหลือด้านการเงินแก่รัฐบาลในโครงการจำนำข้าว โดยกล่าวว่า ข่าวที่ออกมาไม่เป็นความจริง โดยคณะกรรมการของธนาคารไม่ได้มีการประชุมและหารือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่างแต่อย่างใด
"ข่าวที่ออกมา ถือเป็นกระบวยการปล่อยข่าวลือ เพื่อโยนหินถามทาง ฉะนั้น เป็นเรื่องที่โหกทั้งมด คณะกรรมการของธนาคารไม่ได้มีการประชุม และ หารือเรื่องนี้ เพราะเราเองก็ไม่สบายใจเรืองข้อกฎหมายเกี่ยวกับการกู้เงินของรัฐบาล รวมถึง กระแสความไม่สบายใจของประชาชนเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย"นายวรวิทย์กล่าวและชี้แจงว่า กรณีที่มีข่าวว่าอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้โทรศัพท์มาหาตนเพื่อขอให้ธนาคารปล่อยกู้ให้รัฐบาลก็ไม่เป็นความจริง
"นิวัฒน์ธำรง"เผยรบ.ยินดีคืนข้าวให้ชาวนา
ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่ชางนาบางส่วนเสนอให้รัฐบาลคืนข้าวแทนการจ่ายเงินว่า รัฐเปิดกว้าง ซึ่งเชื่อว่าชาวนาส่วนใหญ่ต้องการเงินค่าข้าว แต่บางคนจะขอข้าวคืนก็ยินดี เพราะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ชาวนาเลือกได้ ส่วนการเรียกร้องค่าเสียโอกาสก็จะต้องพิจารณาอีกทีครั้งหนึ่ง
เมื่อถามว่า หากมีการระบายข้าวแล้วขาดทุนใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า การระบายข้าวจะยึดตามราคาตลาด ตามมาตรฐานและใช้หลายหนทางเพื่อพยายามระบายข้าวให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่จะระบายเท่าไหร่ก็ได้ เนื่องจากเป็นหน่วยราชการก็ต้องทำตามระเบียบ หากเกิดความเสียหายก็ต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามโครงการช่วยเหลือเกษตรกรนั้น รัฐต้องมีงบประมาณช่วยเหลืออยู่แล้ว งบประมาณช่วยเหลือหรือที่เรียกว่าขาดทุนนั้น มีทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นยาง ข้าว ข้าวโพด อ้อย เหมือนกันหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลปฏิบัติกันมาที่เป็นเรื่องการช่วยเหลือในโครงการต่างๆ เมื่อถามว่า จะไปพบปะทำความเข้าใจด้วยตนเองหรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ตนก็ได้ไปพบตัวแทนชาวนาบ่อยๆอยู่ และยืนยันเราทำงานกันจริงจัง ให้ความสนใจและต้องการช่วยเหลือชาวนาให้ดีที่สุด
ชาวนาภาคกลางนัดเข้ากรุงเทพฯพรุ่งนี้
รายงานข่าวจาก จ.อ่างทอง แจ้งว่า หลังจากชาวนา 13 จังหวัดภาคกลางประกอบด้วย อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท อยุธยา สระบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา นครนายก นครสวรรค์ สุพรรณบุรี นครปฐม ลพบุรีและพิจิตร กว่า 500 คนปิดถนนสายเอเชีย กม.ที่ 65 ทางแยกวัดไชโยวรวิหาร อ.ไชโย จ.อ่างทอง เพื่อกดดันให้รัฐบาลชี้แจงเรื่องการจ่ายเงินตามโครงการรับจำนำข้าว ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
ล่าสุดหลังจากแกนนำได้ประชุมหารือกันมีมติร่วมกันว่าจะระดมชาวนาเข้ากรุงเทพฯ เพื่อที่จะยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการกับรัฐบาลที่ละเลยเรื่องนี้ ทั้งจะนำมวลชนไปรวมตัวที่กระทรวงพาณิชย์ในวันเดียวกันด้วย



