
เกมเร่งหลังศาลอนุมัติหมายจับ
เกมเร่งหลังศาลอนุมัติหมายจับ : ศรุติ ศรุตารายงาน
คงไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายเท่าใดนักสำหรับการอนุมัติออกหมายจับของศาลอาญา ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ใช้ความพยายามขอให้ศาลอาญาอนุมัติหมายจับกุมแกนนำกลุ่ม กปปส.ทั้ง 19 คนอีกครั้ง
ที่ว่าไม่เหนือความคาดหมายเนื่องเพราะการขออนุมัติหมายจับครั้งนี้ มีเหตุการณ์ยิงปะทะกันที่สี่แยกหลักสี่ด้วยอาวุธสงคราม
สำหรับแกนนำทั้ง 19 คนของ กปปส.นั่น แน่นอนว่า มี สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เป็นแกนนำ ที่เหลือประกอบด้วย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, ชุมพล จุลใส, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, อิสสระ สมชัย, วิทยา แก้วภราดัย, ถาวร เสนเนียม, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, เอกนัฏ พร้อมพันธุ์, อัญชะลี ไพรีรัก, นิติธร ล้ำเหลือ, อุทัย ยอดมณี, เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์, พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ, รัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี หรือ อมร อมรรัตนานนท์, กิตติชัย ใสสะอาด, สำราญ รอดเพชร, สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม และ พานสุวรรณ ณ แก้ว
ทั้ง 19 คนเคยถูกร้องขอให้ศาลออกหมายจับมาแล้ว แต่ที่ผ่านมา ศาลเห็นว่า แกนนำ กปปส.นำการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ที่ให้สิทธิการชุมนุมโดยสันติ ปราศจากอาวุธ
แต่เมื่อเกิดการปะทะกันด้วยอาวุธสงคราม รัฐธรรมนูญก็ย่อมไม่อาจคุ้มครองได้
ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า หมายจับที่ศาลอนุมัติให้ครั้งนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ กปปส. จากที่เคยรุกไล่ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และครม.ไปในหลายๆ ที่ ก็อาจจะต้องปรับทัพใหม่ เพราะเริ่มเป็นฝ่ายตั้งรับ จำกัดความเคลื่อนไหว
นับจากนี้ไปบรรดาแกนนำผู้ชุมนุมอยู่ในภาวะเสี่ยงในทุกจังหวะเคลื่อนไหว เพราะมีโอกาสถูกจับกุมได้ เพราะฝ่ายรัฐบาล ที่ขับเคลื่อนโดย ศรส. ก็จะเร่งเพื่อปิดเกมให้เร็วที่สุด
เพราะนี่อาจเป็นเครื่องมือเดียวของรัฐบาลที่จะต่อกรกับกลุ่มผู้ชุมนุม จะหันไปหามวลชนคนเสื้อแดงอย่างที่ผ่านมาคงไม่ได้แล้ว การปะทะกันครั้งล่าสุด ทำให้ "โกตี๋" แกนนำคนเสื้อแดงปทุมธานี ต้องหลบลี้หนีหายไปจากวงการ อย่างน้อยก็จนกว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเข้าสู่ปกติ ซึ่งสาเหตุอาจจะเป็นไปตามที่ "โกตี๋" มีความเชื่อว่า กำลัง "ถูกล่า" หรือจากสาเหตุอะไรก็ตามแต่
นอกจากนี้ การมาท้าทาย หรือปะทะกับ กปปส. นับจากนี้ไป กปปส.ไม่ใช่ผู้ชุมนุมที่ไม่พร้อมจะมีเรื่องอีกต่อไปแล้ว ที่สำคัญอาจมี "ตัวช่วย" ที่บรรดาผู้สื่อข่าวต่างประเทศฟันธงว่า "มีอยู่จริง" ปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม
แต่ทว่า ในส่วนของ กปปส.เองถึงจะเพียบพร้อมขนาดนี้ แต่ก็มีเวลาจำกัด อันเนื่องมาจากหมายจับที่ศาลอาญาอนุมัติ และไม่รู้ว่าเมื่อใดจะพลาดท่าเสียที
ขณะที่รัฐบาลก็ใช่ว่าจะดีเด่ไปกว่า เพราะกำหนดนัดองค์กรอิสระนั้นนับจากนี้ไปก็จะทยอยส่งดาบเป็นระยะ ที่น่าหวาดหวั่นที่สุดก็หนีไม่พ้นเรื่องโครงการจำนำข้าวที่ ป.ป.ช.พลิกความคาดหมาย ขึ้นบัญชีเช็กบิล นายกฯ ยิ่งลักษณ์ มาตรา 157 ซึ่งระหว่าง ป.ป.ช.กับม็อบชาวนานั้น ยังไม่รู้ว่าใครจะเช็กบิลก่อนกัน
ในขณะที่การเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยมั่นอกมั่นใจว่า ขอเพียงแค่ให้ผ่านวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ไปได้ แม้จะเลือกไม่จบ ก็จะทำให้ได้รับความชอบธรรม ก็น่าจะเป็นเพียงแค่ "ภาพลวงตา" ที่จินตนาการเอาเอง ในเมื่อยังมี 28 เขตเลือกตั้งค้ำคออยู่
ไม่รู้ว่าจะต้องเลือกอีกกี่ครั้งถึงจะได้ส.ส.ครบตามเกณฑ์ 95% ของจำนวนส.ส.ในสภา เพราะ กกต.เองก็เกี่ยงให้รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อประกาศสมัครรับเลือกตั้งทั้ง 28 เขตอีกครั้ง แต่รัฐบาลให้เหตุผลว่า การจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เอง ก็ดูเหมือนว่า กปปส.ว่าไงก็เอาตามนั้น
แต่สถานการณ์นับจากนี้ ทั้ง กปปส.+ประชาธิปัตย์ กับฝ่ายรัฐบาล จะยังคงยืนในจุดที่เคยเป็นอยู่ได้อีกต่อไปหรือไม่
ก่อนหน้านี้ที่มีคนพูดว่า สถานการณ์การเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งนั้น อยู่ที่ว่าใครอึดกว่ากัน แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ คงจะมีน้อยคนที่เชื่อว่าเหตุการณ์จะเดินไปเช่นนั้น
ปัญหาก็คงจะมีเพียงว่า เมื่อไปถึงจุดที่ทั้งสองฝ่ายต่างรับกันได้แล้ว ใครจะหยิบยื่นเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายไม่อาจปฏิเสธ ?
............................................
(หมายเหตุ : เกมเร่งหลังศาลอนุมัติหมายจับ : ศรุติ ศรุตารายงาน)



