
พุทธะอิสระถอย!'กกต.-กรมการกงศุล'ทำงานปกติ
พุทธะอิสระยอมถอยให้กกต.-กรมการกงศุล กลับเข้าทำงานตามปกติ แต่ขอให้เข้มงวดความปลอดภัย ด้านดีเอสไอกลับลำยกเลิกนัดเกรงศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 ก.พ.2557 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เข้าพบหลวงปู่พุทธะอิสระ ที่บ้านเรือนไทยด้านหลังเวทีการชุมนุมกปปส.แจ้งวัฒนะ เพื่อเจรจาขอให้เจ้าหน้าที่กกต.เข้าทำงานตามปกติโดยหลวงปู่พุทธะอิสระขอเข้าสำรวจพื้นที่และตรวจดูความเรียบร้อยภายในสำนักงานกกต.ศูนย์ราชการอาคารบี ในวันที่ 6 ก.พ. เวลา 14.00 น. เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะปลอดภัย ซึ่งนายสมชัยยืนยันจะใช้มาตรการเดียวกับกระทรวงยุติธรรมในการดูแลความปลอดภัย. ก่อนเปิดให้เจ้าหน้าที่กกต. และข้าราชการทั้งหมด 1,800 คน เข้าทำงานตามปกติในวันที่ 7 ก.พ.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ในการเจรจายังมีการหารือถึงแนวทางการจัดการเลือกตั้งให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยหลวงปู่พุทธะอิสระรับปากว่าจะพยายามประสานทุกเวทีการชุมนุมในการหารือแนวทางการปฏิรูปการเลือกตั้ง เนื่องจากเห็นว่าหากสามารถทำให้การเลือกตั้งแก้ปัญหาประเทศได้รวมถึงตอบโจทย์ได้จริงก็พร้อมร่วมแก้ปัญหา แต่จะต้องมีการหารือกันทุกฝ่ายและต้องหาต้นเหตุของปัญหาก่อน
นายสมชัย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเจรจาว่า ตนได้เข้าพูดคุยกับหลวงปู่ให้รับทราบถึงความยากลำบากของกกต.ที่ไม่มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่ง ขณะที่กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นและการเลือกตั้ง สว.ในเดือนหน้า หากสามารถทำงานได้ปกติจะทำให้สามารถจัดการเลือกตั้งได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนข้อเสนอของหลวงปู่ฯที่ขอให้กกต.ปฏิรูปกฎหมายเลือกตั้งให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมตรงกับเจตนาของกกต. ต่อจากนี้จะนำข้อเสนอไปหารือกับกกต. ทั้ง 5 คน เพื่อนัดพูดคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพื่อรับฟังแนวความคิดเกี่ยวกับการปฏิรูป ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะถือเป็นสิทธิที่กระทำได้ซึ่งต้องรอฟังคำวินิจฉัยของศาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้กกต.เร่งจัดการเลือกตั้งเพื่อให้ได้ ส.ส.เกิน 95 % เพื่อเปิดสภาฯ นายสมชัยกล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะเชิญนายพงศ์เทพมาพูดคุยเพื่อสอบถามถึงแนวทางและข้อคิดเห็น จะจัดการเลือกตั้งอย่างไรให้ได้ทุกเขต เพราะขณะนี้เป็นที่ทราบว่ายังไม่สามารถนับคะแนนส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อได้ การบอกกกต.ต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้ ในทางปฎิบัติเป็นไปได้ยาก จึงต้องเชิญคนที่คิดว่าทำได้เข้ามาพูดคุย ส่วนฝ่ายที่คิดว่าจัดการเลือกตั้งไม่ได้ คงไม่ต้องเชิญมาเพราะฟังมามากพอสมควรแล้ว สำหรับคนที่ต้องการฟ้องกกต.ที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ เบื้องต้น ทุกคนมีสิทธิฟ้อง แต่อยากให้ดูที่เจตนาว่าที่จัดการเลือกตั้งไม่ได้ เกิดจากเจตนาของ กกต. หรือปัจจัยภายนอก
ต่อมานายณัฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงต่างประเทศ พร้อมด้วย นายธงชัย ชาสวัสดิ์ อธิบดีกรมการกงสุล ได้เข้าเจรจากับพุทธอิสระขอเปิดพื้นที่การทำงานภายในกรมการกงสุลโดยจะมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทเอกชนเข้ามาปฏิบัติเป็นผลัด ๆ ละ 30 คน รวม 90 คนต่อวัน. ทั้งนี้การทำงานจะเป็นการเปิดระบบเครือข่ายทำหนังสือเดินทางและวีซ่า ซึ่งกรมการกงสุล ถ.แจ้งวัฒนะเป็นแม่ข่ายหลักในการเชื่อมต่อสัญญาณทั่วประเทศและทั่วโลกโดยรูปแบบการทำงานจะเป็นเพียงการผลิตหนังสือเดินทางเพื่อส่งให้กับประชาชน เนื่องจากขณะนี้กรมการกงสุลในสาขาต่าง ๆ สามารถผลิตหนังสือเดินทางได้เพียงวันละ 3,000 เล่ม การเปิดระบบข้อมูลที่สำนักงานบนถนนแจ้งวัฒนะจะทำให้สามารถผลิตหนังสือเดินทางได้ วันละ 8,000 เล่ม ซึ่งจะช่วยคลายความเดือดร้อนให้ประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกประเทศ
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ชุมนุม กรมการกงสุลจะยังไม่เปิดให้ประชาชนและบุคคลภายนอกเข้ามาติดต่อราชการ ในระหว่างนี้เป็นเพียงการผลิตหนังสือเดินทางเพื่อจัดส่งให้กับกรมการกงสุลสาขาต่าง ๆ เท่านั้น
นายณัฐวุฒิยังได้ทำข้อตกลงกับหลวงปู่ฯว่าจะมีการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยมีกำลังตำรวจและทหารร่วมดูแลพื้นที่ ส่วนด้านหน้าที่ติดกับผู้ชุมนุมจะกันพื้นที่ไม่ให้มีการเข้า ออกโดยจะเริ่มเปิดผลิตหนังสือเดินทางให้กับประชาชนได้ในวันจันทร์ที่ 10 ก.พ.นี้
ด้านพ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ภายหลังการประสานขอเจรจากับหลวงปู่เพื่อขอเปิดพื้นที่ให้กับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าทำงาน โดยนัดหมายในวันที่ 6 ก.พ. เวลา 09.00น. ล่าสุดได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่ให้แจ้งยกเลิกนัด เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาข้อกฎหมาย ในกรณีที่ศาลอาจอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาดังนั้นตนจึงแจ้งไปยังหลวงปู่เพื่อขอยกเลิกนัดแล้ว
ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้เข้าพบหลวงปู่พุทธะอิสระเพื่อรายงานความคืบหน้ามาตรการดูแลความปลอดภัยภายหลังเปิดให้เจ้าหน้าที่เข้าทำงานได้ตามปกติซึ่งได้มีการทำหนังสือแจ้งเวียนมาตรการตามข้อตกลงกับหลวงปู่ให้เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม นอกจากนี้นายธวัชชัยยืนยันว่าพร้อมหารือแนวทางการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
ทนายสุเทพขอเลื่อนส่งตัวฟ้องคดีสลายม็อบ
นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่อัยการนัดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. รายงานตัวเช้าพรุ่งนี้ (6 ก.พ.) เพื่อส่งฟ้องศาลอาญาคดีที่ร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กระทำผิดฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่า จากกรณีออกคำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ( ศอฉ.) ขอคืนพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2553 ว่า วันนี้ นายสุเทพ ได้มอบอำนาจทนายความ ยื่นหนังสือขอเลื่อนนัดรายงานตัวเพื่อส่งฟ้องคดี ซึ่งคณะทำงานอัยการจะประชุมพิจารณาถึงเหตุผลที่ทนายความของนายสุเทพ ยื่นมา โดยจะมีคำสั่งว่าจะให้เลื่อนหรือไม่ในวันพรุ่งนี้ ( 6 ก.พ.) 10.00 น.
เมื่อถามว่า วันนี้ศาลอาญาอนุมัติหมายจับนายสุเทพและแกนนำกปปส.รวม 19 คน ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพิ่มอีกอัยการจะนำเรื่องนี้มาพิจารณาด้วยหรือไม่หากต้องออกหมายจับติดตามตัวนายสุเทพเพื่อมาฟ้องคดีนี้ นายนันทศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้อัยการยังไม่ได้นำเรื่องนี้มาพิจารณาแต่อย่างใด
ขณะที่นายเจษฎา อนุจารีย์ ทีมทนายความนายสุเทพ เลขาธิการกปปส. กล่าวถึงการยื่นหนังสือขอเลื่อนการฟ้องคดีว่า เราได้มีหนังสือแจ้งเหตุผลกับอัยการว่า ติดภารกิจดูแลมวลชนที่เคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้ จึงไม่สามารถเดินทางมาตามนัดได้ โดยเบื้องต้นขอเลื่อนออกไปอีก 1 เดือน ทั้งนี้ก็ต้องรอฟังผลพิจารณาของอัยการว่าจะอนุญาตหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการขอเลื่อนส่งตัวฟ้องคดีนี้ ถือเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยก่อนหน้านี้ทนายความได้อ้างเหตุผลเช่นเดียวกันในการดูแลมวลชน ซึ่งอัยการอนุญาตให้เลื่อนได้คราวละไม่เกิน 1 เดือน
กปปส.จัดระบบมวลชนนอนโรงแรมเต็นท์
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย หนึ่งในแกนนำ กปปส.กล่าวถึงทิศทาง กปปส.ว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ได้มีการประชุมแกนนำผู้รับผิดชอบทุกเวที เพื่อปรับทิศทางการเคลื่อนไหวของมวลชน ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์รุกไล่รัฐบาล นายกฯ ครม.และชัตดาวน์กระทรวงต่างๆ โดยได้แบ่งงานและมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบภารกิจแต่ละเวทีชัดเจน
ล่าสุดเราปรับการชุมนุม โดยย้ายจากสะพานพระราม 8 มาปิดพื้นที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ไม่ให้เข้าออกได้ ส่วนการเดินหน้าจัดการกับรัฐบาล จะทำเป็นระบบนับตั้งแต่วันนี้(5ก.พ.)
ทิศทางที่ 1 ยุทธศาสตร์รุกไล่ นายกฯ ครม.ปิดกระทรวงต่างๆ รวมทั้งปิดหน่วยงานราชการในต่างจังหวัด เราจะเดินหน้าต่อ โดยเตรียมกำลังเรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปมวลชนจากเวทีต่างๆ จะมีทิศทางการเคลื่อนไหวชัดเจน ถึงเวลาเราจะประกาศจัดกำลัง แต่ไม่บอกสถานที่ไปล่วงหน้า
ทิศทางที่ 2 การเตรียมการเรื่องปฏิรูปประเทศ ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.พูดชัดเจนแล้ว เรามั่นใจว่าชนะแต่ จึงต้องคิดเรื่องพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศเอาไว้ ขณะนี้ได้รวบรวมรายชื่อนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาต่างๆ รายชื่อทุกองค์กรวิชาชาชีพ กลุ่มข้าราชการ ที่มาขึ้นเวที กปปส.เพื่อติดต่อให้ร่วมกันระดมความคิดเรื่องแนวทางปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้นายสุเทพ ก็ได้นัดพบหลายกลุ่มแล้ว
นายสาทิตย์ ระบุว่า เวลานี้ เราต้องเดิน 2 อย่างไปพร้อมกัน ทั้งรุกไล่รัฐบาลขณะเดียวกันในเราก็ต้องมีพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ เพื่อให้รู้ว่าหน้าตาสภาของประชาชนจะเป็นอย่างไร รัฐบาลใหม่หน้าตาจะเป็นอย่างไร ซึ่งทำในระยะเฉพาะกาลในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนไปเลือกตั้ง เพราะเมื่อยุทธศาสตร์รุกไล่ สำเร็จจนถึงขั้นที่รัฐบาลต้องออก ไม่ว่าจะออกด้วยแง่กฏหมาย หรือเราไล่สำเร็จ เรื่องปฏิรูปประเทศจะสามารถหยิบออกมาใช้ทันที นี่คือความชัดเจนที่เราจะเดิน
"เรื่องปฏิรูป ก็ให้ทุกองค์กรที่เราติดต่อไป ไปช่วยคิด จากนั้นเราจะนำข้อคิดต่างๆ กลับมา เมื่อเปลี่ยนผ่านเป็นรัฐบาลเฉพาะกาลของประชาชน จะได้มีพิมพ์เขียวครบถ้วน ขณะที่กิจกรรมบนเวที เราจะเริ่มจุดประเด็นเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย เอาเรื่องคอร์รัปชันก่อน จากนั้นจะมีประเด็นการกระจายอำนาจ เลือกตั้งผู้ว่าฯ"
นายสาทิตย์ ยืนยันด้วยว่า การรุกไล่รัฐบาล เป็นเรื่องจำเป็น กปปส.จะทำยุทธศาสตร์นี้เอง เพราะเป็นยุทธศาสตร์ที่ประชาชนต้องเดินต่อ ดังนั้นการชุมนุมจากช่วงนี้ไป แต่ละเวทีที่จะไปชัตดาวน์ตามแผน ต้องเตรียมพร้อมเพื่อเคลื่อนขบวน นี่คือย่างก้าวสำคัญ ที่เราคิดอย่างนี้ เพราะเรามั่นใจว่าจะชนะ
ตั้งแต่วันนี้ จะจัดระบบ จัดทีม จัดคน โดยเริ่มที่เวทีปทุมวันก่อน หลังจากบิ๊กคลีนนิ่ง จะจัดระบบผู้มาชุมนุมประจำ โดยผู้ที่นอนในที่ต่างๆ จะมีการลงทะเบียนให้รู้ว่าอยู่ตรงจุดไหน จากนั้นก็จะเริ่มแบ่งเป็นกลุ่ม ตามที่พัก โดยจะเริ่มต้นที่สนามกีฬา
"จะทำเหมือนรีสอร์ท จัดเป็นโซนที่พัก มีการลงทะเบียนเช็คอินเหมือนโรงแรม สมมุติโซนหนึ่งมีเต็นท์ 20 หลัง มาถึงเช็คอิน ลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ จะมีเจ้าหน้าที่พาไปไขกุญแจเต็นท์เลย ในเต็นจะมีผ้าห่มให้ทุกคน มีจาน ชาม ช้อน ขัน ที่มีผู้มาบริจาค เราเตรียมให้พร้อม พอเช็คเอาท์ คืนกุญแจแล้ว เต็นท์ก็ไม่ต้องทำอะไร จะมีเจ้าหน้าที่ทำให้หมด เอาไว้รอรับคณะต่อไป"
นายสาทิตย์ อธิบายด้วยว่า วิธีนี้ เป็นการจัดระบบ เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นใครในที่ชุมนุม และเพื่อให้การจัดกำลังคนสอดคล้องกับทิศทางการเคลื่อนไหวของเรา ที่จะไปชัตดาวน์ที่ใดก็จะใช้กำลังจากโซนต่างๆ เช่น 500-700 คน เตรียมพร้อมไปกับผู้นำได้ทันที



