ข่าว

รักหวานชื่น วัยไม่ใช่อุปสรรค

รักหวานชื่น วัยไม่ใช่อุปสรรค

06 ก.พ. 2557

รักหวานชื่น วัยไม่ใช่อุปสรรค : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอรื : โดย...เรื่อง-ศุภกร อรรคนันท์ // เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน

 
                     ชายสูงวัยชาวนอร์เวย์ ลูกค้าหน้าใหม่ของโรงแรมแห่งหนึ่งในย่านพัทยาใต้ กลายเป็นจุดสนใจของ "นิตยา บัวแสน" รีเซฟชั่นของโรงแรม เมื่อเธอสังเกตเห็นเขามานั่งดื่มกาแฟแล้วเฝ้ามองอยู่อย่างนั้น แม้จะมีไมตรียิ้มตอบ แต่เขาก็ไม่ได้ขยับจะเอื้อนเอ่ยใดๆ ออกมา สร้างความแปลกใจให้แก่นิตยาอย่างมาก แต่มองว่า เขาอาจจะกำลังนั่งเหม่อลอยคิดอะไรอยู่ โดยมีเธอเป็นเพียงที่พักสายตาเท่านั้น
 
                     ทุกวันตลอดสามเดือน เขายังคงนั่งมองส่งสายตาอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งต้องเดินทางกลับประเทศ และกลับมาอยู่เมืองไทยอีก 3 เดือน สลับไปมาอยู่เช่นนี้ เขาก็ยังทำอย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นับแล้วเวลาก็ผ่านไปนานนับปี กว่าจะมีการพูดคุยกันอย่างจริงจังครั้งแรก เมื่อเขาเอ่ยปากชวนฝ่ายหญิงไปเที่ยวหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่มากกว่าคำว่าเพื่อนเป็นครั้งแรก
 
                     เรื่องราวแต่หนหลังเมื่อ 7 ปีก่อน ยังแจ่มจ้าในความรู้สึกของนิตยา ที่วันนี้เปลี่ยนมาใช้นามสกุลตาม "อากานะ ทายะ พีเดอร์สัน" ชาวนอร์เวย์คนนั้น ปัจจุบันเป็นคู่ชีวิตที่สร้างครอบครัวอบอุ่นด้วยกัน มีพยานรัก "น้องซาซ่า" ที่เป็นขวัญใจของคนในบ้าน
 
                     ก่อนหน้านั้น "นิตยา" สาวเมืองบุรีรัมย์ เรียนจบปริญญาตรีด้านสิ่งทอ จึงมุ่งหน้าเข้าสู่งานในโรงงาน จากนักศึกษาสาววัยใส มองเห็นอนาคตของหน้าที่การงานในโลกสวยใบนี้ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงกลับต้องพบกับแรงกดดันในที่ทำงาน เล่นพรรคเล่นพวก แก่งแย่งชิงดี ทนอยู่ได้ไม่กี่เดือนก็ลาออกพร้อมกับสาปส่งงานโรงงานที่เต็มไปด้วยผู้คนวุ่นวาย
 
                     พี่สาวแนะนำให้นิตยา มาสมัครงานโรงแรมที่พัทยา ได้ทำงานในตำแหน่งรีเซฟชั่นของโรงแรมที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวนอร์เวย์ แรกๆ อาจมีติดขัดเรื่องภาษาในการสื่อสาร แต่ไม่ทำให้สาวร่างเล็กคนนี้ท้อได้ เพียรพยายามมุมานะ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตลอดสองปีจึงไม่มีเวลาเหลียวมองใคร หรือเปิดใจให้รับใครเข้ามาในชีวิต อายุยังไม่เข้าเบญจเพศเป็นช่วงเวลาของการสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างอนาคต เรื่องชีวิตคู่เอาไว้ทีหลัง
 
                     กระทั่ง "อากานะ ทายะ" ที่มีอายุมากกว่าเกือบ 3 รอบเข้ามาในชีวิต ชวนไปเที่ยวกันเพียงลำพัง จึงไปปรึกษาเจ้าของโรงแรมที่อนุญาต แต่เน้นย้ำให้ระมัดระวังตัวอย่าทำตัวเสียหาย จึงตัดสินใจลองไปเที่ยวด้วยกัน ระหว่างนั้นไม่มีอะไรเกินเลย เขาให้เกียรติอย่างดี บอกเล่าเรื่องราวในชีวิตว่าเคยมีภรรยามาแล้ว มีบุตร 3 คน เรื่องราวต่างๆพร่างพรูออกมาโดยไม่ปิดบัง หากคิดจะสานรัก เดินหน้าไปด้วยกัน ต้องเอาความจริงมาพูด หากรับไม่ได้ก็หยุดไว้แค่คำว่าเพื่อน
 
                     "กลับจากป่าตอง ตรงกับวันเกิดพอดี เขาก็จัดงานวันเกิดให้ รู้สึกดีใจมากที่มีใครสักคน มาทำให้อย่างนี้ จึงเริ่มมองเห็นว่าเขาดูแลเราดีนะ และอีกอย่างเราไม่มีใครด้วย จึงเริ่มที่จะคบหาดูใจกัน หลังจากที่เขากลับไปนอร์เวย์ ก็ยังติดต่อกันอยู่เรื่อยๆ ทางอีเมล ส่งข้อความพูดคุยกันอยู่ทุกวัน ทำให้รู้ว่าเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เมื่อเขากลับมาเมืองไทยอีกก็พาไปกินข้าว คอยดูแลเป็นอย่างดี เป็นคนแก่ที่สุขุม ไม่โวยวาย พอเขาเอ่ยปากบอกว่ารัก ชวนให้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ก็เลยตอบตกลง"
 
                     เมื่ออยู่ด้วยกันได้ระยะหนึ่ง สังเกตว่าเขาต้องพ่นยาเพื่อบรรเทาโรคหอบหืดเป็นประจำ สอบถามจึงทราบว่า มีปอดเพียงข้างเดียว เนื่องเพราะที่ผ่านมาสูบบุหรี่จัดมาก พออายุ 45 ปีก็ล้มป่วยด้วยโรคปอดต้องผ่าตัดออก ทำให้ต้องหยุดทำงานไปด้วย พออาการป่วยดีขึ้นเขาได้เดินทางไปรวมตัวกับพรรคพวกที่ประเทศอเมริกาทำธุรกิจซื้อบ้านเก่าแล้วตกแต่งใหม่เพื่อขาย กว่า 8 ปี ธุรกิจนี้ได้ทำกำไรให้เขาไม่น้อย ก่อนจะกลับไปทำธุรกิจจัดส่งกล่องทีวีจากประเทศบ้านเกิด นำไปขายให้คนนอร์เวย์ที่ไปอาศัยอยู่ในประเทศสเปน มีโอกาสได้เดินทางมาติดต่อโรงงานผลิตอุปกรณ์ผลิตกล่องทีวีที่ประเทศจีน เพื่อนจึงได้ชวนให้ต่อมาเที่ยวเมืองไทย จนทำให้พบกับนิตยา
 
                     นิตยาเข้าใจและรับได้กับอาการเจ็บป่วยว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ยิ่งทราบว่าคนรักมีโรคประจำตัว ก็ยิ่งใส่ใจหมั่นดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ คอยเตรียมยา อาหารไว้ให้รับประทานทุกเช้า รวมไปถึงจัดเสื้อผ้าประจำวันให้ จากการที่ได้ดูแลกัน ทำให้ทั้งสองคนมีความรักความผูกพันที่มีต่อกันอย่างแนบแน่น
 
                     "ผมมาเมืองไทยครั้งแรก ทันทีที่ได้เจอกับเธอ ก็แอบชอบทันทีเลย เธอดูเงียบ เรียบร้อย ชอบรอยยิ้มของเธอ แอบมองแล้วมีความสุข ผมเคยว่าจ้างให้นักสืบเฝ้าติดตามห่างๆ พบว่าเลิกงานก็กลับบ้านทุกครั้ง ทำให้แน่ใจว่ายังไม่มีเพื่อนชาย จึงกล้าเข้ามาขอคบหาด้วย"
 
                     เมื่อต่างฝ่ายมีความมั่นใจซึ่งกันและกันช่วงประมาณปี 2008 นิตยา จึงตัดสินใจพา อากานะ ทายะ และญาติ เดินทางไปเยี่ยมบ้านโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องและญาติๆ นิตยา รับทราบเรื่องราวความรักของเขาทั้งสอง เพียงไม่นานพวกเขาก็มีพยานรักตัวน้อย คือ "น้องซาร่า" ที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของคนทั้งสอง
 
                     "อากานะ ทายะ" ชื่นชอบเมืองไทย เพราะคนไทยมีไมตรีจิตที่ดี และเดินทางไปไหนต่อไหนอย่างมีอิสระ แต่ในทุกปี เขามักจะไม่ลืมที่จะพา "น้องซาร่า" และภรรยาชาวไทยของเขากลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ประเทศนอร์เวย์อยู่เป็นประจำ ซึ่งนิตยาและน้องซาร่า ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากลูกๆ ของเขาเป็นอย่างดี 
 
 
 
.....................
 
(รักหวานชื่น วัยไม่ใช่อุปสรรค : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอรื : โดย...เรื่อง-ศุภกร อรรคนันท์ // เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน)