
'ถาวร'เตือน!'รบ.ชั่วคราว'เนรเทศ'สาธิต'
05 ก.พ. 2557
'ถาวร'เตือน!'รบ.ชั่วคราว'เนรเทศ'สาธิต เซกัล' ซัดเป็นการกลั่นแกล้ง เหตุไม่เข้าข่ายกม.เนรเทศ ด้าน'ศรส.'พบหลักฐานพอสั่งเนรเทศ
5 ก.พ.57 นายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส.รับผิดชอบเวทีสวนลุมพินี กล่าวว่า กรณีที่ศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) ประกาศคำสั่งเนรเทศนายสาธิต เซกัล แกนนำกปปส.ออกจากประเทศไทยนั้น รัฐบาลควรคำนึงผลกระทบที่จะตามมา เพราะนายสาธิตเป็นนายกสมาคมธุรกิจอินเดีย มีสัมพันธ์ทางการทูตมานาน จึงขอเตือนรัฐบาลชั่วคราว เพราะนายสาธิตรังเกลียดการทุจริตของรัฐบาลนี้ และไม่ได้สร้างความไม่สงบให้ประเทศ โดยภายหลังที่มีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายสาธิตก็ไม่เคยออกมาชุมนุม เรื่องนี้จึงเป็นการกลั่นแกล้งและเชือดไก่ให่ลิงดู ไม่เข้าข่ายตามกฎหมายการเนรเทศ ซึ่งนายสาธิตก็มีสิทธิที่จะอุทธรณ์กับนายกรัฐมนตรีได้โดยตรง จึงอยากให้นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คิดให้รอบคอบ เพราะผลที่ตามมาจะกระทบต่อการลงทุนด้วย ทั้งนี้ ในข้อกฎหมายตนจะเป็นผู้ช่วยเหลือนายสาธิต เพื่อไม่ให้คำสั่งการเนรเทศเกิดขึ้น
นายถาวร กล่าวต่อว่า ในวันนี้เวลา 13.00 น. ตนได้นัดหมายพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 และ 6 รวมถึงสารวัตรสถานีตำรวจลุมพินี ทุ่งมหาเมฆ บางรัก และปทุมวัน ที่โรงแรมมณเฑียร เพื่อหารือถึงการรักษาความลอดภัยในพื้นที่ชุมนุมสวนลุมพินี โดยจะมีข้อตกลงเบื้องต้นว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาหาข่าวต้องไม่ติดอาวุธเข้ามา แต่ถ้าไม่มีการแจ้งแล้วพบอาวุธจะส่งตัวกลับไปทันที
ส่วนนายอิสสระ สมชัย กล่าวว่า ตามที่มีข่าวว่าร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศรส. ได้ให้เจ้าหน้าที่กลับไปทำงานตามเดิมในหน่วยงานที่กปปส.ลาดพร้าวเคยไปปิด พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปคุ้มกันการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย ขณะนี้ ตนกำลังให้มวลชนไปสำรวจว่าหน่วยงานเหล่านี้ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่หรือไม่ ถ้ามีการเปิดหน่วยงานก็จะเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ของกปปส.เข้าไปพูดคุย เพื่อต้องการไม่ให้หน่วยงานทำงานภายใต้รัฐบาลนี้
"เอกนัฏ"ถาม"เฉลิม"ใช้กม.ข้อใดเนรเทศ“สาธิต เซกัล"
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แถลงว่า การที่ศรส.แถลงว่า จะทำหนังสือชี้แจงถึงองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น กรณีการกระทำความผิดและข้อกล่าวหาของแกนนำกปปส.ทุกคน ซึ่งตนคิดว่า สิ่งที่ศรส.ควรทำคือ การชี้แจงความคืบหน้าในคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ชุมนุมมากกว่า เพราะที่ผ่านมาศาลได้วินิจฉัยแล้วว่า การชุมนุมของกปปส.ครั้งนี้สงบสันติและใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ศรส.ควรชี้แจงสหประชาชาติหรือองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ฮิวแมนไรท์วอทช์ ซึ่งที่ผ่านมาฮิวแมนไรท์วอทช์เคยออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลและศรส.ดำเนินแล้ว แต่รัฐบาลและศรส.กลับเพิกเฉย
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีท่าทีที่ไม่เหมาะสมที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ ตั้งแต่การประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ทำให้กระทบกับภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว โดยต่างชาติเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงและขอให้ปฏิบัติภายใต้กรอบกฎหมายเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน อีกทั้ง กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่ จ.หนองคาย ได้ติดประกาศสีแดงเขียนคำเตือนห้ามชาวต่างชาติเข้ามาร่วมชุมนุมและปราศรัย โดยอาจเป็นเหตุให้ถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เข้าประเทศไทย ถือเป็นการคุกคามข่มขู่นักท่องเที่ยว ขอให้ตม.พิจารณาและชี้แจงว่า เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะทำให้กระทบกับการท่องเที่ยว
"สำหรับกรณีที่ศรส.และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศรส. ได้ประกาศเนรเทศนายสาธิต เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เพราะจะเกิดผลกระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติที่ใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ถือเป็นการทำลายหลักประกันที่ประเทศไทยมีต่อชาวต่างชาติโดยไม่มีเหตุผล เพราะนายสาธิตเพียงแค่ขึ้นเวทีปราศรัยของกปปส. เพื่อแสดงความจงรักภักดีเท่านั้น ที่ผ่านมาไม่เคยกระทำความรุนแรงกระทบต่อบ้านเมือง อีกทั้ง ถามว่าร.ต.อ.เฉลิมและศรส.มีอำนาจตามข้อกฎหมายที่จะเนรเทศนายสาธิตหรือไม่ พร้อมกันนี้เห็นว่า การแสดงท่าทีของร.ต.อ.เฉลิมมีความไม่เหมาะสมจากที่มีข่าวปรากฏบนสื่อในบทสนทนาระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิมและผู้สื่อข่าว ที่ถามร.ต.อ.เฉลิมว่า การจับกุมแกนนำกปปส.นั้นจะเป็นการเรียกแขกหรือไม่ ซึ่งร.ต.อ.เฉลิมตอบกลับด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมด้วยการเหยียดหยามสัญชาติ ขอให้ร.ต.อ.เฉลิมชี้แจงว่า ได้พูดแบบนั้นจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่ารัฐบาลและศรส.พยายามเรียกแขก สร้างแรงกดดันไปยังต่างชาติ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะต่างชาติรับข้อมูลข่าวสารการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมที่ถูกต้องมากขึ้น" นายเอกนัฏ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการแถลงข่าวเสร็จเรียบร้อยแล้วได้มีตัวแทนจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) เข้ามาสังเกตการณ์การชุมนุมที่บริเวณแยกปทุมวัน พร้อมทั้งได้สอบถามรายละเอียดการชุมนุมจากนายเอกนัฏด้วย โดยการชุมนุมวันนี้ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นอกจากนี้ ที่เวทีปทุมวันยังมีการทำความสะอาดพื้นที่การชุมนุม โดยทางกทม.ได้นำรถน้ำแรงดันสูงมาฉีดพื้นเพื่อทำความสะอาดด้วย
"สาธิต เซกัล"คือใคร? เหตุไฉนจึงโดน"เนรเทศ"
สาธิต เซกัล เกิด 14 เมษายน พ.ศ. 2486 เป็นนักธุรกิจสิ่งพิมพ์ชาวอินเดีย ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เคยดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าอินเดีย-ไทย หอการค้าไทย-อิสราเอล และประธานสมาคมนักธุรกิจอินเดีย-ไทย
นายเซกัล เกิดที่เดลี ประเทศอินเดีย ครอบครัวเป็นชาวไทยฮินดูเชื้อสายอินเดียจากรัฐปัญจาบ จบการศึกษาจากวิทยาลัย Hans Raj มหาวิทยาลัยเดลี เคยทำงานที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ก่อนจะมาเปิดธุรกิจนิตยสารภาษาอังกฤษเป็นของตัวเอง
เป็นหนึ่งในชาวต่างชาติซึ่งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลก่อนการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในการประท้วงในไทย พ.ศ. 2556 จนถูกดำเนินการทางกฎหมายโดยหน่วยงานกำกับดูแลสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) โดยสั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทำการเนรเทศนายเซกัลออกจากประเทศไทย
"ศรส."พบหลักฐานพอสั่งเนรเทศ "สาธิต เซกัล"
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รายงานว่า ได้ทำการสืบสวนสอบสวนกรณีบุคคลต่างด้าว นายสาธิต เห็นว่ามีข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งเนรเทศตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะออกคำสั่งและดำเนินการโดยเร็วที่สุด
ด้าน พล.ต.ต.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 1 ผบก.ตม.1 กล่าวว่า กรณีของนายสาธิต เจ้าหน้าที่ตำรวจแบ่งการสืบสวน สอบสวน ออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และช่วงที่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งในส่วนของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นายสาธิต ได้เป็นแกนนำไปปิดวิทยุการบิน อย่างไรก็ตาม หลังจากเสร็จกระบวนการสืบสวน สอบสวน จะส่งเข้าคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง เพื่อเสนอความเห็นมายังผอ.ศรส.ดำเนินการเนรเทศต่อไป



