
เลือกตั้งนายกอบจ.นครศรีธรรมราช
06 ก.พ. 2557
เลือกตั้งนายกอบจ.นครศรีธรรมราช ห้วงเวลา ปชป.รุกศึกนอก-ศึกในต้องรับ : โดย...กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล
พลันหลังจากนายพิชัย บุณยเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2556 การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช แทนตำแหน่งที่ว่างจึงเริ่มกระบวนการจัดการเลือกตั้งขึ้นทันที แม้ว่านี่คือสนามการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ท่ามกลางกระแสการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้งและเป็นเสียงส่วนใหญ่ของชาวนครศรีธรรมราชเสียด้วยซ้ำ จึงทำให้สนามการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ในครั้งนี้ ย่อมได้รับผลกระ ทบไม่น้อย
หลังจากการรับสมัครในวันแรกผ่านไป ปรากฏว่าคู่ที่ถูกจับตาและเป็นความเคลื่อนไหวการแสดงตัวในการลงสมัครมาโดยตลอด คือนายพิชัย บุณยเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช น้องชายของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและแกนนำสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ นายพิชัยเป็นนายก อบจ.นครศรีธรรมราช คนเก่าที่ลาออกโดยอ้างเหตุผลว่าใกล้จะหมดวาระและการลาออกก่อนทำให้มีเวลาในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งยาวนานกว่า คือเป็นเวลา 60 วัน หากรอหมดวาระมีเวลาแค่ 45 วันเท่านั้น
อีกคนคือนายมาโนช เสนพงศ์ น้องชายของนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผลักดันทั้งพี่และน้องชายในสนามการเมืองท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช จนดูเหมือนว่าบทบาทนี้จะสร้างความไม่พอใจให้ใครหลายคน โดยเฉพาะคนในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เว้นแม้แต่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่ระยะหลังออกมาโพสต์เฟซบู๊กส่วนตัวแสดงถึงการเป็นฝ่ายตรงข้ามกับนายเทพไท เสนพงศ์ อย่างเปิดเผย อาการไม่กินเส้นกันต่างแสดงออกกันอย่างไม่ต้องกั๊กเลยทีเดียว
ในวันแรกนายพิชัย บุณยเกียรติ จับสลากประจำตัวผู้สมัครได้หมายเลข 1 ขณะที่นายมาโนช เสนพงศ์ จับสลากได้หมายเลข 2 คู่นี้จึงถูกจับตาว่าท้ายสุดจะออกมาอย่างไรเนื่องจากเป็นสายเลือดของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งคู่ ที่ต้องมาขับเคี่ยวชิงเป็นตัวผู้สมัครในนามพรรคอย่างดุเดือดมาก่อนหน้าจนมองหน้ากันไม่ติด แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีมติให้ดวลกันเอง ซึ่งนายมาโนชเคยเป็นทีมผู้บริหารของอดีตผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ที่อยู่ในขั้วตรงข้ามพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน ที่เป็นภาพสลัดไม่หลุดทำให้ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ระดับสูงดูจะยังคาใจอยู่
แต่ท่ามกลางกระแสของการเรียกร้องการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้งนั้น ทำให้นายนนทิวรรธน์ นนทภักดิ์ สายเลือดของพรรคประชาธิปัตย์อีกคนหนึ่งและเป็นคนใกล้ชิดของนายวิทยา แก้วภราดัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและแกนนำสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประกาศมาโดยตลอดว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.เมืองคอนในครั้งนี้ แต่หลังจากที่ได้เคลื่อนไหวกับนายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส.กับภารกิจใหญ่หลวงในการผลักดันให้มีการปฏิรูปประเทศไทยให้พ้นจากระบอบทักษิณ หรือระบอบธนกิจการเมืองและนายนนธิวรรธน์ถือเป็นสายเลือดพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้มข้นอีกคน ถูกหมายตาว่าจะเป็นตาอยู่ในสนามเลือกนายก อบจ.นครศรีธรรมราชครั้งนี้ แต่กลับปฏิเสธและเลือกที่จะเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองท้องถิ่นด้วยตามแนวทาง กปปส.ที่เขาเคลื่อนไหวร่วมกับนายวิทยา แก้วภราดัย อย่างหนัก จนได้ใจมวลชนชาวนครศรีธรรมราชไปแล้วอย่างมีนัยสำคัญ
วันสุดท้ายของการสมัคร นายนนทิวรรธน์ ได้ตั้งขบวนรถแห่ต่อต้านการโกง มายังสถานที่รับสมัครพร้อมทั้งพร้อมตั้งโต๊ะแถลงข่าว ต่างฝ่ายต่างคาดหมายว่าจะสมัคร แต่นายนนทิวรรธน์ กลับประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่ลงสมัคร โดยระบุเหตุผลที่ทำให้ 2 คนแรกสะอึกเจ็บลึก
"ผมคิดว่าการเลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย ปัจจุบันสภาพการเมืองการปกครองของไทยถูกระบอบทรราช "ทักษิณ" กัดกร่อนทำลายทำให้มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นเกือบทั่วประเทศ และจ.นครศรีธรรมราช ก็เช่นกันมีระบอบทักษิณคืบคลานเข้ามาเกือบทุกตารางนิ้ว การเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ในครั้งนี้มีการสร้างเครือข่ายโกงการเลือกตั้ง มีการจ่ายผ่านระบบราชการส่วนท้องถิ่นและส่วนภูมิภาคไปแล้ว ซึ่งคาดว่าการเลือกตั้งนายก อบจ.เมืองคอนครั้งนี้จะมีการใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 150-200 ล้านบาท ทั้งๆ ที่กฎหมายระบุให้ใช้จ่ายไม่เกิน 6 ล้านบาท ดังนั้นการโกงคืออาชญากรรมเพียงแค่รู้เห็นแต่เฉย ไม่ทำอะไร ก็ถือว่ามีส่วนร่วมแล้ว ดังนั้นผมจึงขอประกาศว่าหากการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งของ กปปส.ไม่สำเร็จ ผมจะไม่สมัครเลือกตั้งนายก อบจ.เป็นอันขาด" นนทิวรรธน์ ระบุ
ขณะเดียวกันเขายังเรียกร้องให้นายพิชัยและนายมาโนช น้องชายของอดี ตส.ส.ประชาธิปัตย์ ทั้งสองคน ถอนตัวจากการสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราชในครั้งนี้ด้วย เพราะว่ายังไม่สายเกินไปที่จะมาร่วมกันปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งกับ กปปส.ร่วมกับชาวนครศรีธรรมราช โดยอย่าใช้ระบอบทักษิณในคราบพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป ซึ่งถือเป็นการทิ้งท้ายไว้อย่างเจ็บลึก
แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นการขับเคี่ยวของสายเลือดพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกันเอง แต่ความหวังลึกๆ อีกคนที่เข้ามาสมัครในวันสุดท้ายคือหมายเลข 3 นพ.อิสระ หัสดินทร์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักไทย ที่ถูกมองว่าเป็นขั้วที่อยู่ตรงข้ามอย่างชัดเจนของพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาเป็นตัวเลือกในตำแหน่งนี้อีก แต่วันเลือกตั้ง 23 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะเป็นวันชี้ชะตาของ 2 ผู้สมัครสายเลือดพรรคประชาธิปัตย์และหนึ่งผู้สมัครที่เป็นฝ่ายตรงข้ามพรรคประชาธิปัตย์ที่ชาวเมืองคอนจะเป็นผู้ชี้ขาดว่าใครแพ้ใครชนะ ถึงวันนี้บรรยากาศการเลือกตั้งดูเหมือนว่าจะเงียบเหงาเศร้าสร้อย วังเวงอย่างไรชอบกลไม่คึกคักเหมือนอย่างเคย
คู่แข่งชิงตำแหน่งนายก อบจ.นครศรีธรรมราชทั้ง 3 คนในขณะนี้จึงดูเหมือนจะมีทั้งช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน บัตรเสียและไม่ออกมาเลือกตั้งของผู้มีสิทธิ์ กำลังรออยู่ข้างหน้า เส้นทางนี้จึงดูเงียบเหงาและวังเวงไม่น้อย
......................
(เลือกตั้งนายกอบจ.นครศรีธรรมราช ห้วงเวลา ปชป.รุกศึกนอก-ศึกในต้องรับ : โดย...กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล)



