ข่าว

โรงสีอุดรธานีปัดไม่รู้เห็นข้าวหาย

โรงสีอุดรธานีปัดไม่รู้เห็นข้าวหาย

04 ก.พ. 2557

ตำรวจอุดรธานีตรวจโกดังหลังอคส.แจ้งความข้าวหาย โรงสีระบุไม่รู้เห็นเรื่องข้าวเพราะไม่ได้ถือกุญแจ ชาวนาจ่อปิดถนนทั่วประเทศบุกพาณิชย์-คลังทวงเงิน เหนือยกระดับไล่รบ.

               4ก.พ.2557 ความคืบหน้ากรณี นายชนุตร์ปกรณ์ วงศ์สีนิล ผอ.องค์การคลังสินค้า (อคส.) มอบอำนาจให้นายเรืองศักดิ์ นามเดช เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.นวกฤต นวการพานิช พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.เมืองอุดรธานี ดำเนินคดีกับคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ลักทรัพย์ "ข้าวสารเหนียว" เมล็ดยาว 10 เปอร์เซนต์ (กข.6) จำนวน 3,478,011 กก. ที่อยู่ระหว่างขนย้ายตามใบโอนย้าย 105 ใบ (เที่ยว) จาก บริษัทอุดรประเสริฐผล จำกัด ไปยัง ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีโชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ จ.ลพบุรี ระหว่างวันที่ 5-26 มีนาคม 2556  รวมมูลค่าข้าวที่หายไปกว่า  80 ล้านบาท ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

               พ.ต.อ.ชวนชัย ชนะบัว พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ต.ท.นวกิจ นวการพานิช พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สภ.เมืองอุดรธานี เดินทางตรวจสอบโกดังกลาง องค์การคลังสินค้า บ.อุดรประเสริฐผล จก. ถ.มิตรภาพ เทศบาลตำบลบ้านจั่น อ.เมือง อุดรธานี โดยโกดังที่ข้าวหายไปเป็นโกดังที่ 3 ใน บ.อุดรประเสริฐผล จก. ซึ่ง อคส.เช่ามาไว้เป็นโกดังกลาง เก็บข้าวสารที่ได้รับการแปรรูป(สี) จากข้าวในโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล พบว่าโกดังถูกปิดไว้ด้วยกุญแจ 3 ชุด ได้รับแจ้งจากนายรัฐศักดิ์ พรพิสุทธิ์นิติชัย ผจก. บ.อุดรประเสริฐผล จก. ว่าภายในโกดังที่ 3 ใช้เก็บ "ข้าวท่อนเจ้า" ปีการผลิต 55/56 ในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล อยู่ในความดูแลของ อคส. เช่นกัน กุญแจอยู่กันคณะกรรมการ 3 ฝ่าย คือ ผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว , อคส. และฝ่ายปกครอง บริษัทฯไม่สามารถเปิดประตูดูภายในได้ 

               นายรัฐศักดิ์ พรพิสุทธิ์นิติชัย ผจก. บ.อุดรประเสริฐผล จก. กล่าวว่า เมื่อมีข่าวนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ได้รับโทรศัพท์จากหลายฝ่าย รวมทั้งสถาบันการเงิน เขาเข้าใจว่าเราไปมีส่วนกับข้าวหาย จึงอยากจะชี้แจงทำความเข้าใจ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับโรงสีด้วย เพราะเราเป็นเพียงธุรกิจโรงสีข้าว เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว , รับแปรรูปหรือสีข้าว และให้เช่าโกดังกลางเก็บรักษาข้าวสาร ที่จัดส่งมาจากหลายแห่ง รวมทั้งให้บริการชั่งน้ำหนักเท่านั้น ข้าวในโกดังเป็นเรื่องของ อคส.เอาข้าวมาเก็บไว้ แล้วมาเอาข้าวออกไป โรงสีไม่มีส่วนไปเกี่ยวข้อง   

               "โกดังที่ 3 ที่เราให้ อคส.เช่า สามารถเก็บข้าวได้ 7-8 หมื่นกระสอบ ในช่วงปีการผลิต 55/56 อคส.มาเช่าโกดังเพื่อเป็นโกดังกลาง อคส. มีข้าวเข้ามาเป็นราวเดือนมกราคม 56 เป็นทั้งข้าวหอมมะลิ และเหนียว กข.6 เป็นข้าวที่ได้รับการแปรรูปหรือสีมาใหม่ๆ แต่เพียงเดือนเศษเขาก็มาขนข้าวออก เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมพาพันธ์ ทั้งคนงาน รถบรรทุก ทางโรงสีไม่ได้เป็นคนจัดหา เราเพียงอำนวยความสะดวก และชั่งรถที่มาขนเข้า-ออก เปิดโกดังขนขึ้นรถบรรทุกเช้า-เย็น ประมาณเดือนเดียวก็ขนหมด พ้นจากโกดังเราไปแล้วก็ไม่รู้ไปไหน"นายรัฐศักดิ์ กล่าว

               ผจก. บ.อุดรประเสริฐผล จก. ตอบข้อซักถามด้วยว่า อุดรธานีเป็นแหล่งปลูกข้าวเหนียว กข.6 ถ้าเป็นข้าวใหม่ๆนำมานึ่งจะมีกลิ่นหอม ตลาดส่วนใหญ่ก็เป็นตลาดในประเทศ ที่นิยมรับประทานข้าวเหนียวนึ่ง เดิมจะมีคำสั่งซื้อมาเรื่อยๆ แต่ระยะหลังไม่มีคำสั่งซื้อเข้ามาเลย มีอยู่ก็เป็นพวกข้าวหัก หรือข้าวท่อน เอาไปหมักทำเหล้าพื้นบ้าน แต่ก็มีปริมาณไม่มากนัก ส่วนตลาดต่างประเทศจะมีเฉพาะเทศกาล เพื่อเอาไปทำขนม
   

ชาวนาจ่อปิดถนนทั่วประเทศภาคเหนือยกระดับไล่รัฐบาล

               ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวนาภาคตะวันตก ยังคงปิดถนนพระราม 2 บริเวณแยกวังมะนาว หมู่ 5 ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ติดต่อกันเป็นวันที่สี่แล้ว และเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กลุ่มชาวนาได้ทยอยเข้าสมทบพร้อมขยายไปปิดถนนเพชรเกษมทำให้การจราจรขึ้น-ล่องภาคใต้เป็นอัมพาต เพื่อทวงค่าจำนำข้าวจากรัฐบาล ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ด.ต.ภูมิณัฐ สังข์เขียว และนายระวี รุ่งเรือง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนภาคตะวันตก ได้หารือแกนนำชาวนาที่ชุมนุมปิดถนน ได้ข้อสรุปว่า ยอมเปิดถนนเพชรเกษมทั้งขาขึ้นและขาลงใต้ให้ประชาชนได้สัญจร แต่ยังคงปิดถนนพระราม 2 ทั้งขาเข้าและขาออกเช่นเดิมจนกว่าจะได้คำตอบชัดเจนจากรัฐบาล 

               นายระวี กล่าวว่า ยอมเปิดถนน เพราะมองว่าปิดให้ตายชาวนาก็ไม่ได้เงินจากรัฐบาล เพราะรู้ว่าตอนนี้รัฐบาลไม่มีเงินและยังหาที่กู้เงินไม่ได้ แต่การมาปิดถนนก็เพื่อแสดงสัญลักษณ์ให้รู้ว่าเดือดร้อนจริง แต่ก็เห็นใจผู้ใช้รถใช้ถนน นอกจากนี้ทราบว่าการปิดถนนอาจจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่พ่อค้าแม่ค้าที่จะต้องขนส่งผักขึ้นลงภาคใต้ จนอาจจะต้องออกมาคัดค้าน จึงยอมเปิดถนนดีกว่า ไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่งกันมากกว่านี้ นอกจากนี้ได้เสนอให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แก้ระเบียบกู้เงิน โดยให้ชาวนาที่มีใบประทวนกู้เงินได้เท่ากับผู้ที่มีทรัพย์มาค้ำประกัน เพื่อนำไปใช้จ่ายทำนารอบต่อไป หรือนำไปชำระหนี้นอกระบบ

               "รัฐบาลจะต้องนำข้าวไปขายเพื่อจะหาเงินมาให้ชาวนาจะถูกจะแพงก็จะต้องขาย เพราะถ้าไม่ขายในฤดูกาลทำนารอบใหม่คือนาปรัง ข้าวจะถูกมาก เพราะตอนนี้ข้าวเต็มโกดัง ข้าวก็จะล้นตลาด ถ้าไม่ขายหรือไม่เอาไปทิ้งทะเล หรือไม่เอาไปเป็นอาหารสัตว์ก็แล้วแต่ เพื่อระบายให้เกิดความสมดุล วันนี้รัฐบาลต้องตัดสินใจ" นายระวี กล่าว

               ต่อมา นายระวีขึ้นกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า มติของแกนนำชาวนาทั้ง 4 ภาค ทั่วประเทศได้ลงความเห็นร่วมกันว่า วันที่ 6 กุมภาพันธ์ จะปิดถนนสายหลักทุกสายทั่วประเทศ โดยปิดให้สนิทไม่ให้มีรถวิ่ง เพื่อดูท่าทีของรัฐบาลว่าจะทำอย่างไร นอกจากนี้ก็จะแบ่งกำลังส่วนหนึ่งไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มชาวนาที่มาจากทั่วประเทศที่กรุงเทพฯ โดยจะไปปิดที่กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง เพื่อทวงเงิน จากนั้นจะร่วมกันล่ารายชื่อชาวนาเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา เนื่องจากชาวนาเห็นว่าน่าจะเป็นที่พึ่งสุดท้าย

               วันเดียวกัน นายวีรชาติ เปรมโกมล อายุ 30 ปี หรือฉายา "กบ กางเกงใน" แนวร่วมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ซึ่งโด่งดังจากคลิปนุ่งกางเกงในตัวเดียวเข้าต่อสู้กับตำรวจยิงแก๊สน้ำตาไม่ให้ กปปส.บุกเข้าทำเนียบ ได้เดินทางมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มชาวนาที่แยกวังมะนาวด้วย โดยสร้างสีสันให้แก่การชุมนุมอย่างมาก ขณะเดียวกันกลุ่ม กปปส.ราชบุรี นำโดย นายกฤษดา ให้วัฒนานุกูล เข้าร่วมปราศรัยโจมตีรัฐบาลที่ไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวนา

               ส่วนการชุมนุมของชาวนาพิจิตรกว่า 300 คน ได้รวมตัวชุมนุมอีกครั้งหลังจากสลายตัวจากการปิดถนนสายเอเชีย 117 พิษณุโลก-นครสวรรค์ บริเวณแยกโพธิ์ไทรงาม อ.บึงนาราง จ.พิจิตร  เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยนายประกาศิต แจ่มจำรัส แกนนำชุมนุม กล่าวว่า จะไม่มีการปิดถนน เพราะจะสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง แต่จะใช้วิธีรวบรวมรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจะทูลเกล้าฯ ถวายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ ขณะนี้มีร่วมลงชื่อกว่า 1,000 คนแล้ว ทั้งนี้รัฐบาลไม่สนใจชาวนา และเรากลายเป็นเหยื่อทางการเมือง ไม่ว่ากลุ่มใดก็ต้องการเอาชื่อชาวนาไปหาผลประโยชน์ทั้งนั้น ทำให้ชาวนาต้องสู้ด้วยตัวเอง

               ขณะที่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติจังหวัดอ่างทอง นายทรงพล พูลสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติจังหวัดอ่างทอง เรียกประชุมผู้แทนสภาเกษตรและตัวแทนชาวนากว่า 50 คนในพื้นที่ เพื่อเตรียมพร้อมเคลื่อนไหวทวงเงินจำนำข้าว โดยที่ประชุมเห็นร่วมกันจะร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ 10 จังหวัดภาคกลาง ตั้งโต๊ะรับแจ้งความเดือดร้อนของชาวนากลางถนนสายเอเชียที่ จ.ชัยนาท ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ก่อนระดมร่วมกับชาวนาภาคเหนือเดินทางเข้าไปทวงเงินที่กระทรวงพาณิชย์ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ หากรัฐบาลยังไม่มีคำตอบก็จะทวงข้าวของชาวนาคืนและจะยกระดับชุมนุมปิดถนนทันที

               เช่นเดียวกับ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ประธานเครือข่ายชาวนาภาคเหนือ กล่าวว่า ได้ประสานแกนนำหลายจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง จะออกมาเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้งในเร็ววันนี้ และจะชุมนุมไปตลอดจนกว่ารัฐบาลรักษาการจะลาออกไป เพราะเราไม่เชื่อมั่นและไม่คาดหวังกับรัฐบาลชุดนี้อีกแล้ว ที่ผ่านมาไม่ว่ารัฐบาลชุดนี้จะไปขอกู้เงินจากธนาคารใดก็ไม่มีธนาคารไหนให้กู้ อำนาจในการบริหารประเทศก็ไม่มี เพียงแต่เป็นรัฐบาลรักษาการไปวันๆ อีกทั้งการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็จัดไม่ได้ทั่วประเทศ แล้วก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะมีรัฐบาลใหม่มาช่วยเหลือเรา ทางที่ดีรัฐบาลชุดนี้ควรลาออกไปแล้วมีรัฐบาลใหม่ จึงจะช่วยเหลือชาวนาได้เร็วกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์

               วันเดียวกัน ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวว่า ล้มละลายตั้งแต่เริ่มโครงการ เพราะรัฐบาลรับซื้อแพงแต่กลับขายถูก และเชื่อว่าจุดรับซื้อกับจุดขายข้าวเป็นจุดที่มีทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด นอกจากนี้ตั้งแต่เริ่มโครงการไม่มีการทำบัญชีโครงการอย่างเป็นระบบ ซึ่งโครงการนี้มีรายจ่ายมหาศาล แต่กลับสวนทางกับรายรับที่มีไม่มาก ก่อผลเสียต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งการใช้งบประมาณมหาศาล การทำลายตลาดข้าวจากการที่รัฐบาลกลายเป็นผู้ผูกขาดการซื้อ-ขายข้าว และที่สำคัญโครงการนี้ไม่สามารถช่วยชาวนาได้อย่างยั่งยืน

               ศ.ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ทางออกที่รัฐบาลสามารถทำได้ในขณะนี้คือ การนำข้าวออกมาขายเป็นอีกหนทางที่รัฐบาลจะมีเงินสดมาจ่ายหนี้สินให้ชาวนา และควรยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวแล้วกลับไปสู่ระบบเดิม ซึ่งจะช่วยลดกระบวนการคอร์รัปชั่น

               ด้าน รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ เห็นด้วยกับแนวคิดของผู้นำเกษตรกรใน จ.พิจิตร คือ การให้ชาวนานำใบประทวนในโครงการรับจำนำข้าวไปยื่นรับเงินจาก ธ.ก.ส. ไปขอกู้เงินจากสถาบันการเงินอื่น โดยรัฐบาลไปขอร้องสถาบันการเงินให้เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งจะเป็นอีกวิธีที่ไม่ถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายรัฐธรรมนูญ เนื่องจากอยู่ในสถานะรัฐบาลรักษาการ