
ที่นี่ไม่มีไฮโซ
เมื่อปี 2539 สภากาชาดไทยโฆษณาชักชวนผู้สูงอายุ ซื้อห้องพักอาคารสวางคนิเวศตามโครงการผู้สูงอายุของสภากาชาดไทย ราคาห้องละ 5 แสนบาท ซื้อแล้วอยู่ได้ตลอดชีวิต ตายแล้วเป็นกรรมสิทธิ์ของสภากาชาดไทย เมื่อทำสัญญาจ่ายเงินแล้ว จะเข้าอยู่หรือไม่ก็ตามต้องเสียค่าบำรุงส่วน
ต่อมาปี 2541 สภากาชาดไทยตั้งราคาใหม่ขึ้นเป็นห้องละ 7 แสนบาท ค่าบำรุงส่วนกลางปรับขึ้นเป็นเดือนละ 2,000 บาท นับเป็นรุ่นที่สอง
บรรดาไฮโซคุณหญิงคุณนายทั้งหลายต่างจับจองซื้อคนละห้องสองห้อง ห้องพักมีผู้ซื้อหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่บรรดาไฮโซเหล่านี้ไม่ได้เข้าอยู่ ซื้อทิ้งกันไว้เฉยๆ และไม่ยอมจ่ายค่าบำรุงส่วนกลางตามที่ทำสัญญาไว้
ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ผู้สูงอายุรุ่นที่ 1 ที่ขายบ้านขายช่องที่อยู่เดิมไปซื้อคอนโดของสภากาชาดไทยและเข้าอยู่จริงมีไม่ถึง 50% ทำให้รายได้จากค่าบำรุงส่วนกลางไม่พอกับค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่ากระแสไฟฟ้าส่วนกลาง ค่าจ้าง รปภ. คนสวน คนทำความสะอาดส่วนกลาง รวมถึงเงินเดือนค่าจ้างช่าง และพนักงานเจ้าหน้าที่ของอาคาร เมื่อสภากาชาดไทยเรียกเก็บค่าบำรุงส่วนกลางจากบรรดาไฮโซไม่ได้ หนทางเดียวก็คือเรียกเก็บเพิ่มจากผู้สูงอายุที่เข้าพักรุ่นที่ 1 เพิ่มขึ้นจากเดือนละ 1,000 บาท เป็นเดือนละ 2,000 บาท ซึ่งเป็นการปรับขึ้นแบบเท่าตัว
ผู้สูงอายุในรุ่นที่ 1 เดือดร้อนกันมาก เพราะส่วนใหญ่เป็นอดีตข้าราชการรับบำนาญ ต่างขายบ้านขายช่องมาซื้อคอนโดของสภากาชาดไทย หวังจะฝากชีวิต เพราะส่วนมากลูกหลานไม่เคยมาดูแล ต้องช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอด
ผู้สูงอายุ
ตอบ
พญ.นาฏ ฟองสมุทร อนุกรรมการบริหารโครงการที่พักผู้สูงอายุสวางคนิเวศ สภากาชาดไทย ชี้แจงว่า โครงการนี้ไม่มีไฮโซหรือคุณหญิงคุณนาย เพราะโครงการนี้เป็นที่พักอาศัยของคนชั้นกลาง และในสัญญาไม่มีการซื้อขาย แต่จะเป็นการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนโครงการ อาคารสวางคนิเวศเป็นที่พักอาศัยของผู้มีรายได้ระดับปานกลาง เป็นโครงการที่ไม่หวังผลกำไรแต่ต้องพึ่งพาตนเองได้ โดยจะต้องไม่เป็นภาระของสภากาชาดไทย เพราะตามหลักเกณฑ์แล้ว สภากาชาดไทยเป็นหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้
อาคารสวางคนิเวศถ้าเปรียบกับคอนโดจะไม่เหมือนคอนโดทั่วๆ ไป เพราะมีบริการต่างๆ มากมายไว้ให้บริการแก่ผู้สูงอายุ เช่น มีการตรวจสุขภาพประจำปีฟรี มีทีมพยาบาลคอยดูแลทุกวัน มีห้องอาหาร ห้องกายภาพบำบัด ฟิตเนส และบริการด้านอื่นๆ อีก ฉะนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนกลางในการบริหารจัดการ
โครงการนี้เปิดมา 10 กว่าปีแล้ว เดิมที่เริ่มก่อสร้างได้ขอสนับสนุนเงินบริจาคห้องละ 5 แสนบาท ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง 1,000 บาทต่อห้อง ต่อมาหลังก่อสร้างได้ประมาณ 1 ปี ได้มีการคำนวณงบประมาณในการก่อสร้างใหม่ เนื่องจากโครงการเริ่มแรกนั้น เงินที่ขอบริจาค 5 แสนบาทต่อห้อง ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างจึงได้ขอบริจาคเพิ่มขึ้นเป็นห้องละ 5 แสนบาท ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง 1,000 บาทต่อห้อง โดยมีเงื่อนไข ผู้บริจาคสามารถอยู่ได้ 2 ช่วงอายุคน คือ เมื่อผู้บริจาคเสียชีวิต ทายาทสามารถเข้ามาอยู่ได้อีก 1 ช่วงจนกว่าจะเสียชีวิต จากนั้นก็จะต้องส่งมอบห้องคืนให้แก่โครงการ
ต่อมาเมื่อ 5 ปีที่แล้วโครงการได้นำห้องที่เหลืออยู่มาปรับอัตราใหม่อีกครั้งในราคา 4 แสนบาท ค่าใช้จ่ายส่วนกลางห้องละ 2,000 บาท โดยมีเงื่อนไข คือ ผู้บริจาคจะได้สิทธิ์เพียงคนเดียวอยู่ได้จนกว่าจะเสียชีวิต
พญ.นาฏ ฟองสมุทร บอกว่า หลายปีที่ผ่านมารายได้ส่วนกลางไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ทางโครงการจึงจำเป็นต้องเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางเพิ่ม โดยได้เรียกประชุมผู้พักอาศัย เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา เพื่อทำความเข้าใจและขอความคิดเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งมีผู้เข้าประชุมจำนวน 40 คน ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
ทางโครงการจึงได้เสนอไปว่า จะปรับขึ้นค่าใช้จ่ายส่วนกลางแบบขั้นบันได คือ จะปรับขึ้นทุก 3 ปี ครั้งละ 300 บาท 300 บาท และ 400 บาท รวม 9 ปีก็จะครบ 2,000 บาท หรือไม่ก็จะพิจารณาปรับลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางในส่วนอื่นๆ แทน แต่ขณะนี้ยังสรุปไม่ได้ว่า จะปรับขึ้นหรือไม่อย่างไร เพราะอยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ ยังไม่มีการเรียกเก็บ
ลุงแจ่ม



