
รัฐบาลพร้อมให้ตรวจสอบความโปร่งใสใช้จ่ายเงินกู้
วันนี้ (21 มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ณ ห้องชมวัง ราชนาวิกสภา หอประชุมกองทัพเรือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นครั้งที่ 23 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย แ
ช่วงที่ 1
สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ พบกันเช่นเคยนะครับในทุกเช้าวันอาทิตย์ แต่วันนี้ไม่ใช่รายการสดนะครับ เป็นการบันทึกเทป ซึ่งเดี๋ยวในช่วงที่ 2 ช่วงที่ 3 หลังจากที่มีการพักจะได้มีการพูดคุยสนทนาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทั้งที่เรากำลังดำเนินการอยู่ และอีกส่วนหนึ่งก็คือที่อยู่ในแผนปฏิบัติการ : ไทยเข้มแข็ง 2555 และก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่จะใช้เงินกู้ ซึ่งรัฐบาลได้ขออนุมัติจากรัฐสภา
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี ที่จริงแล้วก็คือข้ามมาถึงวันศุกร์เช้า รัฐบาลได้เปิดสมัยประชุมสภาวิสามัญ เพื่อที่จะต้องการขอเครื่องมือสำคัญในการที่จะไปทำงานทางด้านเศรษฐกิจ นั่นคือมีกฎหมาย 3 ฉบับ ที่ได้มีการนำเสนอต่อรัฐสภา โดยเริ่มต้นจากสภาผู้แทนราษฎรก่อน นั่นคือทั้งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ในเรื่องที่จะให้อำนาจกระทรวงการคลังในการที่จะกู้เงินเพื่อนำไปลงทุนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และเพื่อเสริมความเข้มแข็งในเรื่องของฐานะทางการคลัง และมีกฎหมายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ร่วมประชุมกันอย่าง ก็ถือว่าเหน็ดเหนื่อยต่อเนื่องยาวนานถึง 4 วัน และแต่ละวันนั้นประชุมกันไปจนถึงประมาณตีหนึ่ง ตีสอง และได้ผ่านกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ
ในส่วนของพระราชกำหนดนั้นเป็นการอนุมัติเฉย ๆ ไม่ได้มีการที่จะต้องไปพิจารณาในวาระที่ 2 ที่ 3 เหมือนกับกฎหมายทั่วไป ซึ่งสาระสำคัญผมเคยได้เล่าให้กับพี่น้องประชาชนฟังแล้วว่า เรากำลังจะขออำนาจการกู้เงินที่เกินเลยไปจากกรอบซึ่งกฎหมายอนุญาตให้รัฐบาลกู้เงินได้ เพราะเรามีความจำเป็นจะต้องมาใช้เงินส่วนนี้ ส่วนหนึ่งก็คือมาเสริมฐานะในเรื่องของเงินคงคลังในการบริหารจัดการ ในช่วงที่รายได้การจัดเก็บภาษีไม่เข้าเป้า ประมาณไม่เกิน 200,000 ล้านบาท และที่เหลือในยอด 400,000 ล้านบาทนั้น จะนำไปสู่การลงทุนในโครงการสำคัญ ๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งที่ออกมาเป็นพระราชกำหนดเพราะว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน และถ้าหากว่าวุฒิสภาจะให้ความเห็นชอบในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ก็จะทำให้เราสามารถที่จะพร้อมที่จะเดินหน้าปฏิบัติการตามพระราชกำหนดฉบับนี้ได้ โดยเริ่มต้นจากการที่จะมีการกู้เงิน ทั้งในส่วนที่จะกู้ยืมในระบบธนาคาร และในส่วนที่จะออกพันธบัตร ซึ่งจะเหมือนกับพันธบัตรออมทรัพย์ เพื่อที่จะเป็นทางเลือกการออมให้กับพี่น้องประชาชนอีกทางหนึ่ง ยอดที่จะออกพันธบัตรนั้นคงจะเป็นประมาณ 30,000 ล้าน แล้วจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือผู้สูงอายุได้มาจองในการที่จะซื้อพันธบัตรตัวนี้ เพื่อเป็นทางเลือกในการออม เงินเหล่านี้ส่วนหนึ่งที่ไปเสริมเงินคงคลังก็ส่งคลัง ส่วนที่จะมีการกระตุ้น ส่วนที่จะมีการลงทุน จะสามารถเริ่มต้นในโครงการที่มีความพร้อม ซึ่งขณะนี้ตรวจสอบแล้วในช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน ก็น่าจะมีอยู่ประมาณ 20,000 กว่าล้านบาท และหลังจากนั้นจะเป็นการใช้เข้าไปสู่ในปีงบประมาณปีงบประมาณ 53 ซึ่งเริ่มต้นในเดือนตุลาคม จะเป็นยอดอยู่ที่ประมาณ 200,000 ล้าน ความจำเป็นตรงนี้ได้พูดกันหลายครั้งนะครับ ผมคงไม่จำเป็นต้องเล่าให้กับพี่น้องประชาชนได้ฟัง แต่ว่าการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรนั้นก็ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย
ในกฎหมายฉบับที่ 2 ครับที่มีการเสนอเข้าสู่สภาฯ คือพระราชบัญญัติที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ผมได้เคยเล่าให้กับพี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบไปแล้วว่า เงินลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้า มียอดเงินรวมถึงประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ที่เราต้องการที่จะให้ประเทศไทยของเรามีขีดความสามารถในการแข่งขัน เข้มแข็งขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแหล่งน้ำ ถนนหนทาง โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีอนามัย และการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงแผนในการที่จะพัฒนาพื้นที่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เอาการเมืองนำการทหาร เอาการพัฒนาและความยุติธรรมเป็นกุญแจสำคัญในการนำความสงบสุขกลับคืนมา ยอดเงินตรงนี้ส่วนหนึ่งจะเป็นงบประมาณ อีกส่วนหนึ่งจะเป็นการลงทุนของภาคเอกชน และอีกส่วนหนึ่งจำเป็นจะต้องเป็นเงินกู้ เพียงแต่ว่าเมื่อเราจะใช้เงินตัวนี้ อาจจะเป็นปี 2553 2554 2555 ก็ไม่ได้ออกมาเป็นพระราชกำหนด
ผมเรียนว่ากรอบการใช้เงินของพระราชกำหนดนั้น ได้เสนอให้สภาฯ รับทราบเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรอบการใช้เงินตามพระราชบัญญัตินั้น เดิมทีรัฐบาลตั้งใจที่จะเสนอให้ทางคณะกรรมาธิการของสภาฯ ซึ่งปกติการพิจารณากฎหมายทำ 3 วาระ คือ รับหลักการไป ตั้งกรรมาธิการ มีท่าน ส.ส. หรือมีผู้คนภายนอกเข้าไป 30-40 คนไปดูรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อพิจารณาทุกอย่างให้ละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น และส่งกลับมาให้รัฐสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวาระที่ 2 ที่ 3 แต่ปรากฏว่าในการพิจารณาเมื่อวันอังคาร ทางฝ่ายค้านได้ตัดสินใจในการที่จะเดินออกจากห้องประชุม ซึ่งก็มีเหตุผลของฝ่ายค้านที่แสดงออกถึงความไม่พอใจในการบริหารจัดการงบประมาณปี 2552 ในบางส่วน ก็ถือว่าเป็นการแสดงออก เป็นสิทธิทางการเมืองที่ทำได้ครับ แต่ว่ารัฐบาลก็มีความจำเป็นที่จะต้องบริหารราชการแผ่นดิน และมีเครื่องมือตรงนี้ที่สามารถเดินต่อไปได้ ทำให้ในที่สุดเราต้องใช้วิธีการในการพิจารณา โดยอาศัยกรรมาธิการเต็มสภาฯ หรือที่เรามักจะพูดกันว่าพิจารณา 3 วาระ เพราะว่าเราจะตั้งกรรมาธิการก็ไม่ได้ เนื่องจากฝ่ายค้านนั้นไม่อยู่ในห้องประชุมที่จะเสนอคณะกรรมาธิการ และยังไม่มีทางออกที่ชัดเจนในแง่ของข้อบังคับ ข้อกฎหมายตรงนั้น เพราะฉะนั้น ในที่สุดสภาฯ โดยเสียงข้างมาก ได้ให้ความเห็นชอบตัวพระราชบัญญัติไปด้วย ซึ่งทำให้ขั้นตอนต่อไปก็คือไปเสนอต่อวุฒิสภา
อย่างไรก็ตามครับ ผมขอยืนยันจุดยืนและให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลต้องการที่จะให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าสภาผู้แทนราษฎรจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาติดตามรายละเอียด เรื่องราวการใช้จ่ายต่าง ๆ นั้น รัฐบาลก็จะไม่ขัดข้อง เช่นเดียวกันครับในการเสนอทั้งพระราชกำหนดและพระราชบัญญัติเข้าสู่วุฒิสภาในวันจันทร์นี้ ผมก็ยืนยันครับว่า ถ้าวุฒิสภามีความเป็นห่วงเป็นใย จะสามารถติดตามรายละเอียดต่าง ๆ จะทำได้หรือไม่อย่างไร ขอยืนยันนะครับว่าทำได้ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ และตามกฎหมายที่เราได้จัดทำเอาไว้ เมื่อมีการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือเงินกู้ในส่วนนี้ไปแล้ว จะต้องมีการรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาทราบเป็นระยะ ๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ขอให้ความมั่นใจว่ากลไกการตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินกู้ในส่วนนี้จะต้องมีอย่างแน่นอน
ถัดมาเราได้มีการนำเสนอกฎหมายงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2553 ซึ่งปีนี้ก็เป็นปีที่ผมเคยเล่าให้ฟังแล้วว่าเป็นปีที่การจัดเก็บรายได้ลดลง ดังนั้น งบประมาณก็จะต้องลดลงเป็นเงิน 1.7 แสนล้านล้านบาท ได้ผ่านความเห็นชอบหรือการรับหลักการของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วในวาระที่ 1 จากนั้นไปจะเป็นการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีการพิจารณารายละเอียดต่างๆ ที่อยู่ในกฎหมายงบประมาณฉบับนี้ เช่นเดียวกันครับรัฐบาลพร้อมที่จะให้รายละเอียดต่างๆ ให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการในการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส
ผมต้องขอเรียนครับว่าจากนี้ไปอย่างที่ได้บอกกับพี่น้องประชาชนนะครับ ในวันพรุ่งนี้คือวันจันทร์ จะมีการนำเสนอกฎหมายให้ทางวุฒิสภาพิจารณา ผมก็ขอความสนับสนุน ความร่วมมือจากทางวุฒิสภา เพื่อที่จะให้รัฐบาลนั้นมีเครื่องมือในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ และลงทุนเพื่อเตรียมประเทศไทยให้มีความพร้อม มีความเข้มแข็งในอนาคตที่จะมีขีดความสามารถในการแข่งขันในวันที่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ได้ผ่านพ้นไป ผมขอเรียนครับว่า ความจำเป็นเรื่องนี้ยังมีอยู่อย่างเห็นได้ชัดครับ ตัวเลขการส่งออกในเดือนพฤษภาคมออกมา ยังติดลบอย่างมาก เพราะว่าเศรษฐกิจโลกที่ได้มีการหดตัว และการส่งออกของเกือบทุกประเทศก็ยังอยู่ในภาวะที่ติดลบ ในจำนวนลบร้อยละ 20 ร้อยละ 30 โดยเฉพาะในภูมิภาคนี้ เพราะฉะนั้น การที่เราจะต้องเร่งลงทุนทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปจากการส่งออก การท่องเที่ยว เพื่อสร้างงาน จ้างงานพี่น้องประชาชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เศรษฐกิจหมุนเวียน ยังเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นมาก รัฐบาลก็ต้องการเครื่องมือเหล่านี้ เพื่อที่จะไปเร่งทำงานฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อไป
ช่วงที่ 2-3
พิธีกร กลับเข้าสู่ช่วงที่ 3 ของรายการครับ ขณะนี้ผมยังอยู่กับท่านนายกรัฐมนตรีครับ และบริเวณที่เราอยู่ในขณะนี้เป็นบริเวณที่สวยงามมาก ๆ นั่นคือบริเวณชั้น 3 ของหอประชุมกองทัพเรือ เหตุผลที่พาขึ้นมาด้านบน มาชมความสวยงาม
นายกรัฐมนตรี จะได้เห็นภาพของพระมหาราชวังข้างหลังชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเดี๋ยวพอค่ำ ๆ มีการเปิดไฟจะยิ่งชัดเจนนะครับว่า มนต์เสน่ห์ของการที่จะให้มีการท่องเที่ยวตามแม่น้ำ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ถ้ามีการจัดระบบไฟแล้วมันดีอย่างไร ที่ตอนต้นคุยเอาไว้ จริง ๆ ช่วงนี้ทำไปหมดแล้ว ตอนนี้ไล่ถัดขึ้นไปอีก 3 จังหวัด คือ นนทบุรี ปทุมธานี และอยุธยา ตามวัดต่าง ๆ หรือตามชุมชน หรือจุดสำคัญที่สังเกตได้ ก็จะทำให้ตรงนี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น คือเราต้องส่งเสริมสนับสนุน เราพูดถึงว่าทุกฝ่ายที่ต้องมาร่วม จริง ๆ ท้องถิ่นเขาจะมีความสำคัญมาก อย่าง กทม. เขาก็ทำโครงการเสน่ห์กรุงเทพฯ มาก่อนหน้านี้ มีการแจกแผนที่ และบอกถึงสถานที่สำคัญ ประวัติอะไรต่าง ๆ คือของอย่างนี้เราคงต้องทำให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เหมือนกับว่าเวลาไปต่างประเทศ ความพร้อมตรงนี้ในการจัดการก็จะต้องมีมากขึ้น ซึ่ง กทม. ทำไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมอยากให้เชื่อมโยงยาวไปจนถึงอยุธยาเลย
พิธีกร อย่างประเทศที่เจริญแล้วหลาย ๆ ประเทศเขาก็ทำกันแบบนี้ อย่างอังกฤษก็ทำ อย่างแม่น้ำเทมส์ (Thames) ก็ทำ แม่น้ำแซน (Seine ) ในปารีสก็ทำ แม่น้ำดานูบ (Danube) แม่น้ำเจ้าพระยาคงจะเป็นหนึ่งในนั้น
นายกรัฐมนตรี และต่อไปคงเรื่องของการฟื้นฟูในแง่ของตัวแม่น้ำ และบริเวณชุมชนต่าง ๆ ในลักษณะซึ่งไม่ไปกระทบกระเทือนกับประชาชน ก็น่าจะต้องทำต่อไป คงอาจจะเคยไปเที่ยวเกาหลี ก็มีการทำเรื่องของสองฝั่งแม่น้ำ
พิธีกร คลอง จากคลองน้ำเน่าให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทุกคนจะต้องมาเที่ยว
นายกรัฐมนตรี ถูกต้องครับ ตรงนี้ล่ะครับโครงการในลักษณะอย่างนี้ ที่ผมพูดถึงว่าความเสื่อมโทรมตามแหล่งธรรมชาติ หรือตามพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เอาล่ะช่วงนี้เกิดวิกฤตขึ้น คนมาน้อยหน่อย อาจจะเป็นจังหวะโอกาสในการฟื้นฟูเพื่อความเข้มแข็งต่อไป
พิธีกร ท่านนายกฯ ครับ ขออนุญาตพูดถึง ตอนนั้นผมมีโอกาสได้ไปทำงานที่ต่างประเทศที่เกาหลี ก็มีการพูดคุยกับทางรัฐบาลเขา เขาถามผมว่าเขาแปลกใจว่าประเทศมีความครบครันในเรื่องของทรัพยากรการท่องเที่ยว มีทุกอย่าง แต่ตอนนี้ทำไมเราถึงคลายตัวลงไป ในขณะที่อย่างเกาหลีเขาก็ยอมรับตรง ๆ ว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นประเทศที่ใช้การตลาดนำการท่องเที่ยว เราจะมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง
นายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อไปนี้ คงจะต้องเชื่อมโยงเข้าไปกับด้านอื่น ๆ มากขึ้น อย่างเกาหลีชัดเจนที่สุดคือ เอาอุตสาหกรรมบันเทิงเป็นตัวนำ มาทำละคร ประวัติศาสตร์แม่นยำแค่ไหนเราก็ไม่ทราบ แต่ว่าพอละครโด่งดังไป ทุกคนก็อยากไปดูสถานที่ ทั้งที่ถ่ายทำ ทั้งสตูดิโอ ทั้งสถานที่ในธรรมชาติที่เป็นจุดถ่ายทำ ก็เติบโตขึ้นมา เช่นเดียวกันนะครับ จริง ๆ ขณะนี้อุตสาหกรรมบันเทิงของไทยก็มีศักยภาพ จริง ๆ เราทำงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบันเทิง อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ค่อนข้างเยอะ สิ่งที่เรียกว่า Post Production ก็มาอยู่ที่ประเทศไทยเยอะ และตอนนี้กำลังมีความพยายามจะส่งเสริมในเรื่องของการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยด้วย เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วถ้าเราทำตรงนี้ได้สำเร็จด้วยก็จะมาช่วยการท่องเที่ยว นี่ก็เป็นตัวอย่าง อีกอย่างที่ประเทศไทยสามารถที่จะโฆษณาได้คืออาหาร ผมไปเกาหลีนะครับ พอผมชมเขาเรื่องของความสามารถ เรื่องของอุตสาหกรรมบันเทิง เขาก็ชมเรากลับมาในเรื่องของความโด่งดังของอาหารไทย ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวหนึ่งซึ่งสามารถที่จะเป็นตัวนำและดึงดูดคนเข้ามาได้
แล้วเมื่อกี้ก่อนที่เราจะพักกันไป ผมก็พูดถึงเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ปัจจุบันบริการในเรื่องของสาธารณสุขของเราก็ดีมาก ถ้าเทียบในแง่ของความคุ้มค่า คุณภาพของบริการกับค่าบริการที่เก็บอยู่ คนต่างประเทศจำนวนมากหลายภูมิภาค สามารถที่จะเรียกว่าเดินทางมาและคุ้ม บอกมาเพื่อเรื่องนี้ล่ะก็คุ้ม นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเราก็มีบุคลากรซึ่งผมคิดว่าคนทั่วโลกประทับใจในการทำสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้น ในการกระตุ้นการท่องเที่ยวคงจะไม่ได้ดูเฉพาะว่า สิ่งที่เรามีอยู่แล้ว แต่ต้องดูว่ามันเชื่อมโยงไป และมีทางอื่นอย่างไร ที่จริงทางธุรกิจค้าปลีก เขาก็ยังบ่น ๆ อยู่ว่าเขาอยากให้เราเป็นสถานที่สำหรับช็อปปิ้ง ซื้อของด้วย แต่ว่าของ ๆ เราบังเอิญพวกสินค้าที่อาจจะเป็นสินค้าติดยี่ห้อจากต่างประเทศเนี่ย เราเก็บภาษีสูง เขาก็อยากให้ลดนะครับ ผมก็บอกว่าต้องมาพิจารณาดูก่อนว่ามันจะคุ้มค่ากันหรือไม่อย่างไร แต่ว่าต้องยอมรับว่าหลายประเทศไม่มีอะไร ก็ใช้วิธีดึงให้คนไปซื้อของ คนไทยก็ซื้อของเก่ง บางทีไปซื้อของต่างประเทศ แต่ของเราจริง ๆ คนมาเที่ยวอยู่แล้ว ถ้าได้ตรงนี้กระตุ้นเพิ่มเติมเข้าไปก็อาจจะเป็นผลดี แต่ผมว่าคงต้องดูความเหมาะสม ความคุ้มค่าอีกที
พิธีกร ขออนุญาตกลับมาเมื่อกี้ พูดถึงเรื่องของการมาพักระยะยาว อย่าง Longstay Homestay อะไรทำนองนี้ ในเรื่องของฝรั่งหรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่บางทีเขา Retired แล้ว การใช้เงินในประเทศเขาค่อนข้างแพง บินมาใช้เงินในประเทศ อย่างนี้ดีกว่า
นายกรัฐมนตรี คุ้มค่านะครับ ขณะนี้เราต้องไปช่วยในเรื่องของผ่อนคลายกฎระเบียบต่าง ๆ ขณะนี้ยังมีเสียงที่ต่อว่ามาพอสมควรว่า การเข้าเมือง บางคนอยู่มานานก็ยังไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควรในเรื่องของการที่จะได้รับใบอนุญาตอะไรต่าง ๆ อันนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้รับนโยบายไปแล้ว คงจะต้องเร่งสะสาง เพราะว่าจริง ๆ แล้วบางทีก็อาจจะเป็นกฎระเบียบ ซึ่งค่อนข้างล้าสมัย และถ้าพูดถึงมาตรการในเรื่องของความมั่นคง ความปลอดภัยจริง ๆ แล้ว ตัวหลักคงไม่ได้อยู่ตรงนี้ล่ะครับ แต่ว่าต้องดำเนินการให้เรียบร้อยเหมือนกับจุดผ่านแดน การค้าชายแดน หรือแรงงานต่างด้าว ล้วนแล้วแต่มันเป็นสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมปัจจุบันไปแล้ว มาจัดระเบียบกันใหม่ดีกว่า มาทบทวนกฎระเบียบต่าง ๆ ดีกว่า ผมคิดว่าให้ชาวโลกได้มีโอกาสสัมผัสกับศักยภาพของประเทศไทยจริง ๆ
พิธีกร ท่านนายกฯ ครับเมื่อกี้พูดถึงเรื่องการค้าชายแดนด้วย ขออนุญาตพูดถึงเรื่องการทำให้เมืองไทย เหมือนรัฐบาลมีแนวความคิดไหมที่อยากจะให้เมืองไทยกลายเป็นฐานในการที่เราจะรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในภูมิภาค
นายกรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วเราก็เป็นศูนย์กลางการบินในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะที่จะไปต่อที่อินโดจีน ประเทศเพื่อนบ้านของเรา ทางตะวันออกก็ดี หรือแม้กระทั่งทางตะวันตก ตอนนี้ก็มีการพูดคุยกันในแง่กรอบความร่วมมือ เดี๋ยวนี้ความร่วมมือเยอะนะครับ ไม่ใช่เฉพาะอาเซียน เดี๋ยวนี้มีกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง มีหลายสามเหลี่ยม อันหนึ่งที่พูดขึ้นมามีสามเหลี่ยมมรกต ลาว ไทย กัมพูชา ก็มีการพูดคุยถึงการทำลักษณะของการท่องเที่ยวแบบร่วมกัน ก็คือมาครั้งเดียวและก็ไปหลายประเทศต่อเนื่องกัน ก็พยายามที่จะผ่อนคลายกฎระเบียบตรงนี้ และถ้าหากว่าพัฒนาบางพื้นที่ขึ้นมา เพื่อทำร่วมกันได้ ผมว่ายิ่งจะเป็นผลดี และโดยธรรมชาติแล้ว จริง ๆ ก็จะเป็นอย่างนั้น บางครั้งเราอาจจะไม่ได้นึกนะครับ พอมีความรู้สึกว่าไปอีกประเทศหนึ่งมันดูไกล แต่ว่าจริง ๆ สมมติว่าเราจะเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปพนมเปญ ผมว่าใกล้กว่าหลายต่อหลายจังหวัดในประเทศไทยด้วยซ้ำ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ก็จะมีการส่งเสริม และในระดับของผู้นำก็ได้มีการพูดคุยกัน และความร่วมมือในกรอบต่าง ๆ ผมคิดว่าจะช่วยผลักดันให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นต่อไป
พิธีกร การคมนาคมที่จะเกิดขึ้น
นายกรัฐมนตรี โครงสร้างพื้นฐานที่จะเกิดขึ้น ถนนหนทางที่จะเชื่อมโยง และจริง ๆ แล้วใจผมก็คือเรื่องรถไฟ ก็คงจะต้องทำ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าตอนนี้รถไฟของเราก็ข้ามแม่น้ำโขงไปถึงลาวแล้วนะครับ และจะมีการต่อไป ผมเองไปจีนครั้งนี้ ก็อยากจะดูในเรื่องของเส้นทางที่จะเชื่อมโยงไปถึงประเทศจีนด้วย ในแง่ของระบบราง
พิธีกร ตอนนี้มีตัดเส้นถนนสายอีสาน เอ 4 ที่เข้าจากน่าน เข้าลาวไป
นายกรัฐมนตรี 3 ครับ ถนนก็ต้องเตรียมรับเช่นเดียวกันนะครับ เพราะว่าหลายจุดบางทีก็มาค้างอยู่ที่ฝั่งไทย ก็จะเร่งรัดสิ่งเหล่านี้ แต่ขณะเดียวกันก็เตรียมความพร้อมคนของเราให้ได้ประโยชน์จริงๆ จากการเชื่อมตรงนี้ แต่ว่าเราหนีไม่พ้นล่ะครับ ขณะนี้โลกที่มีลักษณะไร้พรมแดนนี่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นรูปธรรมมากขึ้นว่าการไปมาหาสู่ ข้ามกันไปกันมา จะเป็นเรื่องที่สะดวกสบายรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
พิธีกร กลับมาในเรื่องของอีกมุมมองหนึ่ง คือการท่องเที่ยวจริง ๆ แล้วก็เป็นสิ่งที่ดี นำเงินตราเข้าประเทศมากมาย แต่ว่าในมุมของการอนุรักษ์ในเรื่องของการดูแลสภาพแวดล้อม รวมไปถึงชุมชน อย่างที่เมื่อกี้ท่านนายกฯ บอกว่า เรามีการพัฒนาแม่น้ำเจ้าพระยาให้งดงามมากขึ้น แต่อีกมุมหนึ่งอาจจะเป็นมุมของชุมชนคนโบราณ ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
นายกรัฐมนตรี จริง ๆ ก็มีอยู่เยอะนะครับ จริง ๆ ถ้าเราดูคู่มือจะมีอะไรที่เขาเรียนเอาไว้ บางทีเราเองเรายังไม่ทราบเลย แต่ว่าตรงนี้ในเรื่องของการทำผังเมืองในเรื่องของการที่จะเข้าไปพัฒนาหรือปรับปรุงสภาพพื้นที่ต่าง ๆ โดยคงในเรื่องของสิทธิ์และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่เขาอยู่มาตั้งแต่เดิมเป็นเรื่องสำคัญ ก็เป็นแนวทางซึ่งเราหวังว่าทุกพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ว่าในพื้นที่อื่น ๆ ก็จะพยายามทำอย่างนี้อยู่ จริง ๆ เหมือนที่คุณนิธีพูดเมื่อสักครู่นี้ว่า เรามีอะไรตั้งหลายอย่าง แต่บางทีเราก็ปล่อยสิ่งเหล่านี้ และบางทีก็หายไป เราควรที่จะสามารถที่จะฟื้นฟูสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา เศรษฐกิจในวันข้างหน้า เขาก็พูดกันมากว่าคงไม่ใช่เรื่องของการเอาแรงงาน เอาทุน เอาวัตถุดิบมาใช้กันเยอะ ๆ แต่ว่าเป็นเรื่องของการเอาความคิด เอาสิ่งที่มีอยู่แล้วที่เป็นทุนในรูปแบบของประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตมาใช้เพื่อสร้างรายได้
พิธีกร สุดท้ายครับ อยากให้ท่านนายกฯ ได้ยืนยันกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นจุดไหนก็ตาม ถ้าอยากจะให้ท่านได้พูดคุยและก็ยืนยันถึงการพัฒนาในเรื่องของเศรษฐกิจ
นายกรัฐมนตรี คือธุรกิจท่องเที่ยวนะครับจะเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องต่อไป รัฐบาลเข้าใจดีว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ยากลำบากที่สุด แต่ก็พยายามทำงานใกล้ชิดกับทางภาคเอกชน และภาคส่วนต่าง ๆ ใช้จังหวะเวลานี้บรรเทาผลกระทบเท่าที่เราจำได้ เร่งฟื้นฟูและสร้างโอกาสใหม่ทางการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นธุรกิจสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโต มีการจ้างงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และที่สำคัญคือว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทยและคนไทยด้วย
พิธีกร เอาล่ะครับท่านนายกฯ นี่ผมพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยว ขออนุญาตส่วนตัวเล็กน้อยกับเรื่องราวของท่านนายกฯ กับการที่ครอบครัว ถ้ามีโอกาสสัก 1 อาทิตย์ ท่านอยากจะพาครอบครัวไปที่ไหน เพราะอะไร และก็สิ่งเหล่านั้นทำอะไรให้เป็นแรงดึงดูดใจให้ไปครับ
นายกรัฐมนตรี ก็เป็นครอบครัวประชาธิปไตยนะครับ คงจะไปสอบถามหน่อยว่าเขาอยากจะไปที่ไหนอย่างไรกัน แต่ว่าเข้าใจว่าตอนนี้ยังมองไม่ค่อยเห็นครับ ว่าจะมีช่วงจังหวะเวลาไหนที่จะได้ไป
พิธีกร สมมติเล่น ๆ ครับมีสัก 5 วัน
นายกรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วครั้งสุดท้ายที่ไป ก็ไปที่ภูเก็ต ก่อนหน้านั้นก็ไปที่กระบี่ ความจริงก็อยากจะมีโอกาสที่จะไปท่องเที่ยวในพื้นที่อื่น ๆ อีก ยังไม่ได้ดูครับ ต้องสารภาพจริง ๆ เลยว่าช่วงนี้ทำงานค่อนข้างจะเยอะมาก ยังไม่ได้ดูจังหวะเวลาและโอกาส และไม่ได้เตรียมเลยว่าจะไปที่ไหนอย่างไร
พิธีกร ผมแอบดูรายการนี้หลาย ๆ ครั้ง พิธีกรรับเชิญมักจะมีคำถามส่วนตัวมาถามท่านนายกฯ
นายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องทำตามหรอกครับ
พิธีกร ขออนุญาตมีคำถามส่วนตัวบ้างสักเล็กน้อย ตอนที่ท่านนายกฯ กับภรรยา หลังจากที่แต่งงานกันเรียบร้อย สถานที่ที่ไปแล้ว ตอนนั้นคงยังไม่มีลูกนะครับ ไปที่ไหนแล้วประทับใจเป็นพิเศษ
นายกรัฐมนตรี ผมไปสมุยก่อน นั่นก็เป็นหลังจากแต่งงาน สมุยก็จริง ๆ ขณะนั้นก็ยังไม่พัฒนาเท่าในปัจจุบัน แต่ว่าก็สวยสดงดงาม สะดวกสบาย และหลังจากที่แต่งงาน ผมก็เดินทางไปประเทศอังกฤษ เพื่อไปเรียนต่อ ก็เลยไปที่อิตาลีด้วย แต่ว่าที่ไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ ฮันนีมูน คือที่สมุยครับ
พิธีกร สมุยมีจุดเด่นอย่างไรครับ
นายกรัฐมนตรี จริง ๆ ก็คือเป็นที่พักผ่อนนะครับ ความสวยงามของทะเล ของชายหาด และจริง ของประเทศนี่ความจริงแล้วทั้งสองฝั่ง
พิธีกร สวยงามทั้งคู่
นายกรัฐมนตรี ผมว่าสูสีกันมาก
พิธีกร ท่านนายกฯ ครับในเรื่องของการเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้มั่นใจกับการท่องเที่ยวไทย กับการยืนยันแบบนี้อีกสักครั้งหนึ่งกับการที่จะบอกเล่ากันไป
นายกรัฐมนตรี ผมก็เดินทางไปต่างประเทศเป็นระยะ ๆ และนอกจากการที่องค์กรที่เกี่ยวข้องเขาไปประชาสัมพันธ์แล้วในการพบปะกับผู้นำ ผมก็จะเล่าสถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งแนวทางของรัฐบาล แต่ว่าการไปทำความเข้าใจต้องอยู่กับความเป็นจริง เราจะไปโฆษณาชวนเชื่อ แล้วก็มันไม่จริง คงไม่ได้ เพราะฉะนั้น อย่างตอนนี้ เหมือนกับที่ผมพูดกับพี่น้องประชาชนครับเรื่องสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ สถานการณ์ทางการเมือง หรือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ หรือนโยบายของรัฐบาลก็ต้องบอกเขาตรงไปตรงมา แต่ว่าสิ่งหนึ่งซึ่งเรายืนยันตลอดได้ก็คือว่า พี่น้องประชาชนคนไทยยินดีต้อนรับชาวต่างประเทศที่มาท่องเที่ยว แล้วก็พร้อมที่จะสร้างความประทับใจในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน
พิธีกร เอาล่ะครับ ผมว่าเต็มอิ่มกับเรื่องราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของท่านนายกฯ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสดีมาก ๆ ครับที่ผมเป็นตัวแทนมาพูดคุยกันในวันนี้ ถ้าเป็นไปได้ก็จะขออนุญาตมาเรียนสัมภาษณ์ท่านอีก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวด้วย วันนี้คงต้องลาท่านนายกฯ ไปแต่เพียงเท่านี้ สัปดาห์หน้ากลับมาพบกับพิธีกรรับเชิญท่านใหม่ว่าควรจะเป็นใคร และเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร วันนี้กราบขอบพระคุณท่านครับ
นายกรัฐมนตรี ครับ
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษกทำเนียบรัฐบาล



