
ปันความสุขได้ทุกวัน
ไลฟ์สไตล์ : ปันความสุขได้ทุกวัน
การแบ่งปันเป็นเรื่องที่คนไทยต่างเคยชิน ด้วยถูกปลูกฝังมานานว่าเมื่อมีต้องแบ่งปัน นั่นจึงถือเป็นจุดดี จุดเด่นของคนไทย และอีกก้าวหนึ่งของการคืนกำไรสู่สังคม บัตรเครดิตซิตี้แบงก์จึงจัดแคมเปญการกุศล “แบ่งปันความสุขได้ทุกวัน” โดยร่วมกับมูลนิธิรามาธิบดี, มูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ. ในพระราชปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ โดยซิตี้แบงก์จะบริจาคเงิน 5 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าของคะแนนสะสมซิตี้แบงก์ รีวอร์ด จากการใช้จ่ายของสมาชิกบัตรใน 3 หมวด ได้แก่ ร้านอาหาร, รักษาพยาบาล และการศึกษา ให้แก่ 3 องค์กรการดังกล่าว ระหว่างวันนี้ถึง 30 เมษายนนี้
ธีรวัฒน์ ตรีรัตน์ดิลกกุล ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคารซิตี้แบงก์ เผยถึงโครงการความร่วมมือกับ 3 องค์กรการกุศล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะตอบแทนสังคมของซิตี้แบงก์ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมภายใต้แคมเปญ “แบ่งปันความสุขได้ทุกวัน” ที่สมาชิกบัตร สามารถมีส่วนร่วมในการกุศลนี้ด้วยกัน การมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร พันธมิตร พนักงาน เพื่อคืนสู่สังคมเป็นสิ่งที่ซิตี้แบงก์ทำมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
ทั้งนี้ในงานแถลงข่าวแคมเปญดังกล่าวได้รับเกียรติจากตัวแทนของ 3 มูลนิธิ ได้แก่ รศ.นพ.ธันย์ สุภัทรพันธุ์ รองคณบดีฝ่ายบริการ และกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ ดร.กรรณชฎา พิริยะรังสรรค์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจนซี.ซี.เอฟฯ และ ผศ.ดร.วชิรญา บัวศรี รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมแนะนำโครงการเพื่อสังคม เริ่มจาก ผศ.ดร.วชิรญา กล่าวว่า สภาสังคมสงเคราะห์อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงินเพื่อให้เช่าที่ดินเพื่อก่อตั้งมูลนิธิและสร้างตึก ในขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ยากไร้มาตั้งแต่ปี 2518 จนทุกวันนี้เด็กๆ ที่ได้รับทุนเพื่อการศึกษาได้เรียนจบจนถึงปริญญาตรี และก็กลับมาช่วยงานของมูลนิธิกันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
"ล่าสุดมีเด็กชายจากจ.ชุมพรยากจนมาก แต่อยากเรียนหนังสือ อยากเป็นหมอ แต่เรียนหนังสือไม่เก่ง ซึ่งเราก็ใช้ทุนการศึกษาไป ตอนนี้เด็กคนนั้นจบเป็นหมอและกลับไปเป็นหมอที่จ.ชุมพรแล้ว อีกหนึ่งเคสเป็นเด็กสาวที่พ่อแม่จะให้แต่งงาน แต่เจ้าตัวเขียนจดหมายและเข้ามาขอทุนเพื่อการศึกษา ทางมูลนิธิก็ได้ให้ทุนไป ตอนนี้เรียนจบพยาบาลกลับไปทำงานที่ปัตตานี" รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์แจง
ในขณะที่ รศ.นพ.ธันย์ กล่าวว่า ในส่วนของมูลนิธิรามาธิบดีนั้น เราหาเงินเพื่อสนับสนุนการทำงานของแพทย์ ด้วยปัจจุบันสถานที่ต่างๆ ของโรงพยาบาลเก่าและไม่พอเพียงต่อการรองรับผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ไล่ไปจนไม่รองรับนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมูลนิธิก็จัดกิจกรรมระดมเงินมาอย่างต่อเนื่อง และเงินทุกบาท ทุกสตางค์ก็ต้องผ่านการกลั่นกรองจากนายแพทย์ผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน เพื่อใช้อย่างตรงเป้าหมายมากที่สุดทุกครั้ง
ปิดท้ายที่ ดร.กรรณชฏา บอกว่า ซี.ซี.เอฟ ถือกำเนิดโดยชาวต่างชาติในครั้งแรก แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนชื่อจดทะเบียนและเป็นของคนไทยแล้วและอยู่ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งก็จุดเป้าหมายหลักในการช่วยเหลือเด็กยากจนเพื่อให้มีการศึกษาที่ดีขึ้น
"ทางมูลนิธิได้เชิญพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในเรื่องการดูแลเด็กเล็ก และเด็กวัยเรียน มาเป็นเรื่องหลักในการช่วยเหลือเพื่อให้เด็กเหล่านั้นเรียนรู้อย่างมีความสุข ซึ่งในปัจจุบันมีเด็กจนอยู่ที่ 1,200,000 คน แต่ทางมูลนิธิสามารถช่วยเหลือได้เยง 56,000 คนต่อปี โดยผ่านทางโครงการอาหารเช้าเพื่อน้อง ด้วยสาเหตุที่เริ่มโครงการนี้เพราะมีครูโรงเรียนหนึ่งแจ้งมาว่าเด็กมาเรียนเช้าหิวข้าว ต้องลาออกไปกินน้ำเพื่อปะทังความหิว เพื่อรอกินข้าวกลางวันของโรงเรียน นั่นเองจึงทำให้โครงการนี้ขึ้นเริ่มต้นจาก 800 คนจนตอนนี้จัดอาหารเช้าเพื่อเด็ก 7,600 คนแล้ว ซึ่งก็ต้องการขยายต่อเพื่อเด็กๆ จะได้ท้องอิ่ม เรียนหนังสือได้อย่างตั้งใจ" ผอ.มูลนิธิเด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ. กล่าวปิดท้าย



