ข่าว

'มาร์ค'เตรียมยื่นศาลรธน.ฟัน'ปู-รบ.'ขัดม.68

'มาร์ค'เตรียมยื่นศาลรธน.ฟัน'ปู-รบ.'ขัดม.68

03 ก.พ. 2557

'อภิสิทธิ์' เตรียมยื่นศาลรธน.พรุ่งนี้ ยัน 'ยิ่งลักษณ์-รัฐบาล' เข้าข่ายขัดรธน. มาตรา68 พร้อมยื่นถอดถอน ย้ำเลือกตั้ง 2 ก.พ.เปล่าประโยชน์

 

                     3 ก.พ.57 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า มีปัญหาในทางกฎหมายเพราะไม่สามารถที่จะเปิดประชุมสภาได้ และยังไม่เห็นหนทางว่าจะแก้ปัญหากรณีที่ไม่มีผู้สมัคร 28 เขต และการเลือกตั้งล่วงหน้าได้อย่างไร ขณะที่ในทางการเมืองตัวเลขผู้ไปใช้สิทธิ์ อยู่ที่ประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์และหากเขตที่เลือกตั้งไม่ได้ มีการเลือกตั้งอัตราการใช้สิทธิน่าจะน้อยกว่านี้ จึงบ่งบอกให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่สามารถสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน

                     หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจใช้งบประมาณถึง 3,800 ล้านบาท และยังทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มเติมไม่มีทางออก ทั้งที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เตือน และศาลรัฐธรรมนูญก็เปิดทาง แทนที่นายกฯจะใช้โอกาสหาทางออกให้กับประเทศกลับไม่ทำ จึงทำให้สถานการณ์วนกลับมาที่เดิมคือ ภายใน 2-3 วันนี้ กกต.กับนายกรัฐมนตรีจะต้องหารือกันอีก ขณะที่ประเทศชาติต้องสูญเสียทั้งงบประมาณ เวลา และโอกาสอีกหลายอย่าง เพราะหากจะมีการจัดเลือกตั้งใหม่ จะต้องสูญเสียงบประมาณเพิ่มอีก ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเดินมาถึงจุดนี้ เพราะมีการรายงานอุปสรรคให้กับนายกฯรับทราบเพื่อหาทางออกแล้ว แต่รัฐบาลดึงดันเดินหน้าโดยอ้างว่าเลือกตั้ง 2 ก.พ.แล้วปัญหาทุกอย่างจะจบ แต่วันนี้ 3 ก.พ.แล้ว แม้แต่คะแนนยังรวมไม่ได้ และมีปัญหาข้อกฎหมายอีกหลายอย่าง

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส.ออกมาระบุว่า ให้กกต.จัดการเลือกตั้งให้ครบถ้วนภายใน 180 วัน นายอภิสิทธิ์ ย้อนถามว่า เอาข้อกฎหมายไหนมาใช้ เพราะเดิมบอกว่าจะต้องทำให้เสร็จภายใน 6 ก.พ. สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่ารัฐบาลไม่ยอมรับ ไม่พูดความจริงกับประชาชนว่า สามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้ โดยก่อนตราพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติม ก็ควรให้แต่ละฝ่ายมาให้ความเห็นว่าทำอย่างไร ทำให้การเลือกตั้งสะท้อนเจตนารมณ์ประชาชนได้

                     “แต่การเลือกตั้งเมื่อวานนี้ เราได้แค่น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังเป็นรักษาการรัฐบาลต่อไป แต่ยังมองไม่เห็นว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อ ซึ่งทำให้เสียโอกาสประเทศ ทำลายการลงทุน เพราะความเห็นที่แตกต่างกัน หากยิ่งอยู่นานก็จะยิ่งหาทางออกยากขึ้น เพราะการที่ยังไม่มีคำตอบก็จะทำให้ต่างชาติ นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สุดท้ายคนที่เดือดร้อนคือประชาชน ปัญหาที่รอการแก้ไขเรื่องด่วนของชาวนาในเรื่องเงินจำนำข้าวก็แก้ไขไม่ได้ ดังนั้นนายกฯต้องเป็นคนเริ่มก้าวแรกเปิดทางหาทางออก เพราะขณะนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐบาลขวางทางออกประเทศอยู่และยังดึงดันที่จะไปสู่ทางตัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                     หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนไม่คาดหวังการตัดสินใจของน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องหลบไป โดยทีมกฎหมายของพรรคจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ ตามมาตรา 68 ว่า การที่รัฐบาลดึงดันเดินหน้าเลือกตั้ง เป็นความพยายามให้ได้มาซึ่งอำนาจ โดยไม่เป็นไปตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ พยายามดึงดันบังคับให้เกิดขึ้นเพื่อเข้าสู่อำนาจ และจะมีการพิจารณาต่อถึงเรื่องการยื่นถอดถอน

                     นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า และการแจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญา ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายกฯและครม.ทราบก่อนการเลือกตั้ง ว่าจะมีปัญหา การเลือกตั้งโมฆะ แต่ยังตัดสินใจเป็นอุปสรรค ไม่ยอมแก้ไขด้วยการออกพระราชกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติม ตามที่กกต.เสนอและศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ช่องว่าทำได้ ทั้งหมดนี้เชื่อว่ามีน้ำหนักเพียงพอ ที่จะดำเนินคดีได้เพราะมีรายงานกกต.ชัดเจน มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ว่า แก้ไขได้แต่ติดขัดอยู่ที่นายกฯและครม.ที่ไม่ยอมตราพระราชกฤษฎีกาใหม่

                     หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นักธุรกิจเป็นห่วงว่าประเทศไทย อาจถูกปรับลดความน่าเชื่อถือลงว่า มีความกังวลจากต่างชาติมากพอสมควร เพราะสถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูง และยังมองไม่เห็นว่าจะคลี่คลายความขัดแย้งได้อย่างไร เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังยืนอยู่จุดเดิม คือรักษาอำนาจ และจะเอาชนะกฎหมายไทย รวมทั้งคำพิพากษาด้วย

                     “การหาทางออกให้กับประเทศ ต้องทำให้เกิดสภาวะเอื้อต่อประชาชน ให้มีความพร้อมไปเลือกตั้งอย่างมั่นใจว่าจะมีการปฏิรูปประเทศได้ แต่การทำหน้าที่ของน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นเงื่อนไขและอุปสรรค์ ผมก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่การยื้อเวลาเช่นนี้ในที่สุด ก็จะมีปัญหาข้อกฎหมายและสุดท้ายก็จะรักษาอำนาจไว้ไม่ได้ เพราะสิ่งที่ทำอยู่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                     ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ระหว่างคนเสื้อแดงบุกเข้าไปโจมตี กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่แยกหลักสี่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะมีเหตุรุนแรงเกิดกว่า 30 ครั้งแล้วแต่คดีไม่คืบหน้า โดยเฉพาะกรณีผู้ถูกกระทำอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล และรู้สึกแปลกใจที่ ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) รีบสรุปว่าเหตุการณ์ที่แยกหลักสี่ กปปส.เป็นฝ่ายทำผิด พร้อมกับกันนายโกตี๋ออกจากสถานการณ์ ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน เพราะนายโกตี๋ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศก่อนหน้านี้ ถึงความตั้งใจที่จะขจัดคนที่มาชุมนุม รวมถึงมีการระดมคน ตนจึงขอให้เจ้าหน้าที่รัฐทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่เช่นนั้นจะยิ่งสร้างปัญหาให้กับบ้านเมืองแล้วจะดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยไม่ได้ สุดท้ายจะต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจที่ไม่ชอบด้วย

                     “ผมเคยเตือน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ไปหลายครั้งว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่เป็นผลดีต่อองค์กรตำรวจ ไม่เฉพาะแค่ตัวพล.ต.อ.อดุลย์เท่านั้น และองค์กรมีความสำคัญกว่าอย่าปล่อยให้ไปเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน เพราะตำรวจควรอยู่ในฐานดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่เลือกอยู่ข้างหนึ่งข้างใด ต้องแก้ตรงนี้ ซึ่งประเทศชาติจะมีทางออกโดยไม่มีความสูญเสียหรือไม่เช่นนั้นทุกฝ่ายจะต้องช่วยกัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว