ข่าว

ทบ.เตือน'โกตี๋'ระมัดระวังใส่ร้ายผบ.ทบ.

ทบ.เตือน'โกตี๋'ระมัดระวังใส่ร้ายผบ.ทบ.

03 ก.พ. 2557

'โกตี๋' ปัดนำคนไปปะทะแยกหลักสี่ ชี้หากนำมวลชนไปจริงรับรองไร้เหตุการณ์รุนแรง ปูดถูกสั่งเก็บ หวั่นไม่ปลอดภัยจึงหนีออกจากพื้นที่ ทบ.เตือนระมัดระวังใส่ร้ายผบ.ทบ.

                     3 ก.พ.57 นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ เเกนนำเสื้อแดงปทุมฯ กล่าวถึงเหตุปะทะระหว่างกลุ่มกปปส.กับนปช.ที่เเยกหลักสี่ เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ตนไม่ได้อยู่เบื้องหลังเเต่อยู่เบื้องหน้า โดยคืนวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมามีชาวบ้านเขตหลักสี่มาขอความช่วยเหลือจากตนเเละขอออกวิทยุชุมชนเพื่อต้องการเลือกตั้ง เพราะหลวงปู่พุทธอิสสระ เเกนนำกปปส.เเจ้งวัฒนะ ปิดสำนักงานเขตหลักสี่เเละจะไปปิดสำนักงานเขตดอนเมือง ซึ่งชาวดอนเมืองนับพันคนเเละตนรู้จึงป้องกันสำนักงานเขตดอนเมืองไว้ ทำให้ชาวหลักสี่มาขอให้ตนนำมวลชนไปช่วยเพราะชื่อของตนขายได้ ทั้งนี้ชาวดอนเมืองจะไปช่วยชาวหลักสี่เเต่ตนห้ามไว้ โดยตนให้ยืมรถสถานีวิทยุเคลื่อนที่ติดเครื่องเสียงรวมทั้งกระจายเสียงทางวิทยุของตน

                     ทั้งนี้ นายวุฒิพงศ์ หรือ โกตี๋ กล่าวว่า เเละวันที่ 1 ก.พ. ตนไปพบตำรวจเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมที่สน.ดอนเมือง เเต่ช่วง 12.00 น. ตนเเวะมาพบชาวหลักสี่สักครู่ที่วัดหลักสี่เเละไอทีสเเควร์พร้อมกับตำรวจที่คุมตนมาที่นี่เพื่อให้กำลังใจชาวบ้าน จากนั้นตนก็กลับไปสน.ดอนเมือง โดยตนให้ดาบเปี๊ยกเเละลุงนวยที่ดูเเลพื้นที่ตัดสินใจกันเอง เเละดาบเปี๊ยกเเละลุงนวยย้ำว่าจะนำมวลชนเอง เพราะตนไปสอบปากคำต่อ หากตนนำมวลชนรับรองไม่มีเหตุเเบบนั้น โดยเวลา 16.30 น. ตนให้ปากคำกับตำรวจจนเสร็จสิ้น ยืนยันตนไม่ได้นำมวลชนไปปะทะในวันนั้น ตอนยิงกันนั้่นตนก็ยังอยู่กับตำรวจ เเละทราบทางวิทยุว่าตนนำมวลชนไปปะทะ จากนั้นกปปส.ลาดพร้าวก็นำมวลชนมาปะทะ ต่อมาตนกลับไปเวทีของตนที่อนุสรณ์สถานเเห่งชาติในเวลา 17.30 น. โดยมีนักข่าวบางคนยืนยันได้

                     "ชาวบ้านจากเขตสายไหมเเละตลาดวงศกรมาชุมนุมที่นี่ เพราะวิทยุของตนนั้นพื้นที่ดอนเมือง สายไหม บางเขน รามอินทรา คู้บอนเเละปทุมธานีรับฟังได้หมดโดยมาให้กำลังใจกัน ไม่ทราบว่าเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นทำไมต้องนำชื่อของตนไปเกี่ยวข้องเเต่อาจเป็นเพราะชื่อของตนขายได้ เพราะนปช.ศรัทธาตน ย้ำว่าตนไม่ได้นำคนไปยิงที่หลักสี่ คืนวันนั้นผู้ใหญ่บางคนเเละคนในสถานีวิทยุของตนบอกตนว่าทหารชั้นผู้ใหญ่จะสั่งฆ่าตน เพราะระบุว่าหากปล่อยตนไว้วันที่ 2 ก.พ.จะวุ่นกว่านี้ โดยมีทหารไล่ยิงตนจริง ตนจึงนั่งรถทัวร์หนีออกจากพื้นที่หลายวันเเล้ว เพราะมีคนใส่ชุดทหารมาที่สถานีของตนเเละปาปะทัดยักษ์ เเละทราบว่าทหารน่าจะรายงานไปว่าตนเกี่ยวข้อง เพราะชาวบ้านใส่เสื้อที่ตนทำเเจกหลายพันตัว" นายวุฒิพงศ์ ระบุ

 

ทบ.เตือนระมัดระวังใส่ร้ายผบ.ทบ.


                    พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า อยากให้นายวุฒิพงศ์ระมัดระวังในการใช้คำพูดที่มีลักษณะพาดพิง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารยก (ผบ.ทบ.) ถือเป็นการให้ร้ายด้วยข้อความรุนแรง ยืนยันว่าการดำเนินการต่างๆ ของกองทัพบกในช่วงที่ผ่านมาอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และไม่เคยมีการปฏิบัตินอกกฎหมาย โดยจะเห็นได้จาก การส่งทหารไปช่วยศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน ก็มีคำสั่งที่เข้มงวดจาก ผบ.ทบ.ว่าห้ามพกพาอาวุธเข้าพื้นที่ หรือแม้แต่เหตุการณ์การปะทะกันบริเวณแยกหลัก4 ท่ามกลางการใช้อาวุธยิงตอบโต้กันไปมาของทั้ง 2 ฝ่าย ทหารที่ออกไประงับเหตุการณ์และช่วยเหลือประชาชน ก็ออกไปมือเปล่า แม้รู้ว่าการออกไปแบบปราศจากอาวุธเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายก็ตาม   

                    “พล.อ.ประยุทธ์  มีนโยบายอย่างชัดเจนเรื่องการแก้ปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง โดยท่านมองว่า ทหารจะต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกฝ่าย โดยไม่มีการแบ่งแยก และต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง โดยมองว่า การใช้ความรุนแรงไม่สามารถแก้ไขปัญหาในปัจจุบันนี้ได้ คำกล่าวอ้างเป็นคำพูดลอยๆของนายโกตี๋  ที่ คิดเอง เออเอง โดยไร้เหตุผล พยานหลักฐาน ถือว่าสร้างความเสียหายให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ และความเสื่อมเสียให้กับกองทัพเป็นอย่างมาก และขอให้นายโกตี๋ หยุดกระทำพฤติกรรมดังกล่าว โดยกองทัพบกกำลังศึกษาข้อกฎหมาย เพื่อดำเนินการทางเอาผิดทางด้านกฎหมาย พร้อมทั้งให้สังคมย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของนายโกตี๋ ในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้ กองทัพบก ไม่อยากให้ค่ากับคนแบบนั้น เพียงแต่คำพูดดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กองทัพ และ ผบ.ทบ.ตลอดจนสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม” พ.อ.วินธัย กล่าว