
รวบสองหนุ่มรง.ขนยาบ้าแสนเม็ดค่ากว่า30ล.
ตร.ทางหลวงขอนแก่นซ้อนแผนเลิกจุดสกัดล่อสองหนุ่มออกจากปั๊ม ขอตรวจค้นพบยาบ้าจุเต็มกระเป๋าเป้ 1 แสนเม็ด ค่ากว่า 30 ล้านบาท สารภาพรับจ้างส่งลูกค้า กทม. 300,000 บาท
วันที่ 3 ก.พ.57 เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.ท.ภาดล จันทร์ดอน สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจทางหลวงขอนแก่น พร้อมด้วย ร.ต.อ.พรชัย แสงศิลา และทีมชุดจับกุมนำโดย ด.ต.จิระ พลสง และด.ต.ปรีชา ธงภักดิ์ แถลงการจับกุมนายสถาพร โยลัย และนายวันชัย อุปศรี พร้อมของกลางยาบ้า 100,000 เม็ด รถยนต์เก๋งโตโยต้า ยาริส หมายเลขทะเบียน ชณ 9055 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยถูกจับกุมตัวได้ที่บริเวณถนนมิตรภาพระหว่างกิโลเมตรที่ 379-380 ต.สะอาด อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา
พ.ต.ท.ภาดล กล่าวว่า ตำรวจได้สืบทราบว่าจะมีการส่งยาบ้าจำนวนมากเข้ากรุงเทพมหานคร จึงได้วางแผนจับกุมตั้งด่านสกัดที่บริเวณ ต.สะอาด และได้รับข้อมูลจากสายว่ามีรถยนต์แวะเข้าจอดที่ปั๊มน้ำมันก่อนลักษณะผิดสังเกต จึงทำทีเป็นเลิกด่านแต่วิ่งวนวกกลับมา จนกระทั่งเวลา 00.30 น. จึงกลับมาตั้งจุดสกัดใหม่ รถยนต์โตโยต้ายาริสทะเบียน ชน 9055 กทม. วิ่งมาจึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอทำการตรวจค้น ภายในรถพบนายสถาพร โยลัย เป็นคนขับและนายวันชัย อุปศรี เป็นผู้โดยสารนั่งเบาะซ้าย และมีกระเป๋าเป้วางไว้ที่หว่างขา ทั้งสองคนถึงกับหน้าซีดตัวสั่น แสดงพิรุธออกมาชัดเจน เมื่อตรวจค้นพบยาบ้าจำนวนมากห่ออย่างดีอัดแน่นในกระเป๋าจำนวน 100,000 เม็ด
ทั้งสองคน ยอมรับสารภาพว่า เป็นเพื่อนบ้านกันและทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งที่อยุธยา อาศัยช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ รับจ้างจากนายตัน ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง รับเงินมัดจำล่วงหน้า 20,000 บาท และถ้าเสร็จงานจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีอีก 300,000 บาท ให้ไปรับยาบ้าที่จุดนัดพบบริเวณริมน้ำโขงบ้านโนนสวรรค์ จากชายชุดดำที่เดินถือและโยนกระเป๋าเป้มาให้ ขณะที่จอดรถนั่งรอ จากนั้นได้ขับรถไปตามเส้นทางหลักเพื่อนำยาบ้าไปส่งที่กรุงเทพฯ โดยมีนายตันพร้อมกับพวกอีกคนหนึ่งขับรถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแลนเซอร์สีเทา ทะเบียน กทม.แต่จำเลขทะเบียนไม่ได้ ทำหน้าที่รถนำทางสำรวจเส้นทางคอยแจ้งเมื่อพบด่านระยะห่างกันประมาณ 10 กม. ก่อนถูกจับได้แจ้งว่ามีจุดสกัดให้หลบเข้าปั๊มน้ำมันก่อน จากนั้นไม่นานก็โทรบอกว่าทางสะดวกให้เดินทางได้ แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ซ้อนแผนจนถูกจับกุมได้
นายสถาพร สารภาพอีกว่า เคยต้องโทษที่สถานพินิจด้วยข้อหาครอบครองยาบ้าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่เมื่อพ้นโทษออกมาก็ไปทำงานโรงงานที่ภาคกลาง เมื่อได้รับการว่าจ้างด้วยเงินจำนวนมากจึงได้ตัดสินใจรับงานขับรถยนต์ทำเหมือนว่ากลับบ้านที่ต่างจังหวัด แม้ว่าจุดนัดพบจะอยู่ใกล้บ้านที่อ.ศรีสงคราม แต่ก็ไม่ได้แวะไปหาพ่อกับแม่ เมื่อถูกจับกุมก็ได้โทรไปหาแม่ เมื่อผู้เป็นแม่รู้ถึงกับตกใจทำอะไรไม่ถูก
ส่วนนายวันชัย อุปศรี สารภาพว่าเคยไปทำงานโรงงานที่ประเทศไต้หวันแต่รายได้ไม่ดี จึงกลับมาทำงานที่โรงงานอุปกรณ์รถยนต์ที่เดียวกับนายสถาพร และเห็นว่ารับจ้างขนยาบ้าครั้งนี้ได้เงินเยอะ ประกอบกับมีคนคอยนำทางและคิดว่ามีคนคุ้มกัน จึงรับงานแต่ก็ถูกจับจนได้เสียก่อนที่จะได้รับเงินค่าจ้าง



