
'ปชป.'เย้ย'ปู'ลต.เหลวไม่เป็นท่า
'ปชป.' ตำหนิ 'ยิ่งลักษณ์' ใช้ลต.ประทับความชอบธรรม แขวะล้มเหลวไม่เป็นท่า เย้ยยอดปชช.ใช้สิทธิลดฮวบ ไม่เว้นแม้พื้นที่อีสาน-เหนือ ประจาน คนส่วนใหญ่ไม่เอารัฐบาล
3 ก.พ. 57 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ความต้องการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพื่อใช้การเลือกตั้งประทับความชอบธรรม แต่จะเป็นจุดที่ทำให้เกิดปัญหาใหม่ตามมาคือการเลือกตั้งไม่ตอบโจทย์ปัญหาประเทศ รวมคะแนนไม่ได้แม้แต่เขตเดียว ไม่มีการประกาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต หน่วยเลือกตั้งหลายพื้นที่ลงคะแนนไม่ได้ ทำให้การเลือกตั้งหาจุดจบไม่ได้ ต้องทำต่อไปเรื่อยๆ
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้แต่การเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 23 ก.พ. 57 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าจะจัดให้เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความผิดปกติของการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 ทั้งสิ้น เพราะจะไม่บรรลุวัตถุประสงค์และยังส่อว่าจะเป็นโมฆะ รวมทั้งไม่เป็นคำตอบให้กับประเทศแต่เป็นปัญหาใหม่ที่จะเกิดขึ้นเพราะผลที่จะตามมาอีกหลายประการ ทั้งการเลือกตั้งใหม่ไม่มีที่สิ้นสุด เปิดสภาไม่ได้ เป็นต้น เท่ากับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะทำให้ประเทศอยู่ในภาวะสุญญากาศทางการเมือง และจะมีปัญหาการขัดรัฐธรรมนูญ เช่น การนับคะแนนทำไปแล้ว แต่มีการกำหนดเลือกตั้งล่วงหน้า 23 ก.พ. 57 จะทำให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะหรือไม่
นายชวนนท์ กล่าวว่า ขอให้กกต.ใช้ความกล้าหาญวินิจฉัยทางออกที่ถูกต้อง กล้าตัดสินใจบนผลประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ต้องเกรงใจรัฐบาล ยึดกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งจะเป็นทางออกที่เหมาะสมให้กับสังคมไทยมากที่สุด ทั้งนี้ยังเห็นว่ารัฐบาลพยายามบิดเบือนตัวเลขประชาชนผู้มาใช้สิทธิ โดยนำตัวเลขของหน่วยเลือกตั้งที่สามารถเปิดหีบ ได้มาอ้างว่า มีผู้ไปใช้สิทธิ 89% โดยความจริงมีผู้ใช้สิทธิเพียงแค่ 50.92% ต่างจากปี 2554 คือลดลงกว่า 15 ล้านเสียงจากการโนโหวต หากเปรียบเทียบผู้มาใช้สิทธิประมาณ 20 ล้าน ถ้าผู้ไปใช้สิทธิ์กาโหวตโนเพียงสามล้านเสียง พรรคเพื่อไทยและทุกพรรคการเมืองที่ลงสมัครในครั้งนี้จะเป็นเสียงส่วนน้อยในทันที ทำให้รัฐบาลไม่ได้รับฉันทามติแม้แต่กึ่งหนึ่งของประชาชนที่มีสิทธิลงคะแนน
นอกจากกระบวนการเลือกตั้งไม่ชอบธรรมแล้ว ตัวเลขประชากรผู้มาใช้สิทธิก็สะท้อนว่า ประชาชนคนไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยส่วนใหญ่ปฏิเสธการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยเฉพาะในกทม.ที่มีผู้ใช้สิทธิเพียง 26.18% จึงขอให้รัฐบาลและนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ทบทวนว่านี่คือเหตุผลที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ลงสมัครเพราะไม่ชอบธรรมไม่ใช่ทางออก แต่ทุกฝ่ายต้องมาหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่เอาเสียงข้างมากมาบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่ฟังเสียงใคร เพราะประชาชนจะไม่ยอมอีกต่อไป
นายชวนนท์ กล่าวว่า เป็นสัญญาณอันตรายสำหรับรัฐบาล ต้องทำให้ประชาชนยอมรับกระบวนการเลือกตั้งก่อนที่จะสายเกินไป เพราะศรัทธาในตัวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ไม่เว้นแม้แต่ในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ เช่น พะเยา มีผู้ใช้สิทธิแค่ 50% แพร่ (อ.วังชิ้น) ไปใช้สิทธิ 90 คน เพื่อไทยได้ 15 คะแนน นอกนั้นโหวตโน แม้แต่อุดรธานีมีผู้ใช้สิทธิเพียง 47% มีสัดส่วนการกาโหวตโนสูงขึ้น จึงต้องมีการปฏิรูปเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าการเลือกตั้งจะไม่เป็นเพียงพิธีกรรมที่จะทำให้ได้เสียงข้างมากเข้าไปมีอำนาจแต่ไม่ได้บริหารเพื่อประชาชนได้อีกต่อไป



