
'พท.'ร้องตร.จับ'เทือก'ขวางลต.ซ้ำซาก
'เพื่อไทย' ร้อง 'ผบ.ตร.-กกต.' ดำเนินคดีเอาผิด 'สุเทพ' ขัดขวางเลือกตั้งซ้ำซาก ทีมกม.พท.แจง 4 เหตุผล ลต. 2 ก.พ.เป็นโมฆะไม่ได้ โวคะแนนผู้สมัครส.ส.ภาคเหนือเพิ่มขึ้น
3 ก.พ. 57 เมื่อเวลา 10.30 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ผ่าน พล.ต.ต.กิตติรัฐ พันธุ์เพชร เลขานุการสำนักงานเลขานุการตำรวจ ให้มีการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และพวกประกอบด้วย นายถาวร เสนียม นายอิสสระ สมชัย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายวิทยา แก้วภารดัย นายชุมพล จุลใส นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และนายณัฐพล ทีปสุวรรณ ฐานร่วมกันขัดขวางการเลือกตั้ง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ. 2556 และจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา นายสุเทพและพวกได้ทำการขัดขวางการเลือกตั้งมาโดยตลอด ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2556 นายสุเทพ ได้ปราศรัยบนเวทีให้มวลชนไปปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้งล่วงหน้า ที่สนามเยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) จนกระทั่งมีการปิดล้อมเกิดเหตุความไม่สงบขึ้น ต่อมาเปิดรับรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต นายสุเทพกับพวกได้ประกาศขัดขวางการสมัคร ส.ส.และมีการไปขัดขวางปิดล้อมสถานที่รับสมัคร ทำให้พรรคเพื่อไทยและพรรคอื่นๆ ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ทันกำหนด 28 เขตเลือกตั้ง ต่อมาวันที่ 23 มกราคม 2557 นายสุเทพกับพวกยังประกาศไม่ให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 มกราคมเกิดขึ้น และในวันเลือกตั้งล่วงหน้าก็มีการเคลื่อนมวลชนไปปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งในหลายหน่วยทั่วประเทศทำให้ไม่สามารถล่วงตั้งล่วงหน้าได้ในหลายหน่วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นยังปรากฏว่ามีมวลชนของกลุ่มกปปส. นำโดยพระพุทธะอิสระ ได้นำมวลชนไปปิดล้อมสำนักงานเขตหลักสี่เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งได้ในวันที่ 2 ก.พ. และในวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมานายสุเทพและพวกยังทำการขัดขวางจนไม่สามารถเลือกตั้งได้ในหลายหน่วย เช่น เขตดินแดง เขตราชเทวี เขตหลักสี่ ในภาคใต้ก็ไม่สามารถเปิดหน่วยเลือกตั้งทุกเขตได้ใน 9 จังหวัด การกระทำของนายสุเทพและพวกมีเจตนาเพื่อล้มล้างอำนาจบริหารของรัฐบาล ตนเองในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และได้รับผลกระทบจากการกระทำของนายสุเทพและพวกจึงมาร้องผบ.ตร.ให้ดำเนินคดีดังกล่าว และในเวลา 13.00 น. จะเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกกต.เอาผิดกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หากกกต.ไม่เร่งดำเนินการถือว่ามีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ร้อง 'กกต.' เร่งเอาผิด 'สุเทพ' ขัดขวางเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่อาคารโดมบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายพร้อมพงศ์ ได้มายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้พิจารณาดำเนินคดีกับนายสุเทพ กับพวก 9 คน ที่ได้ร่วมกันกระทำการใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในกรณีที่ขัดขวางกระบวนการเลือกตั้ง กีดกันไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิได้ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. รวมทั้งขอให้ดำเนินคดีทางแพ่งในกรณีที่กลุ่มกปปส.ได้เข้าไปบุกยึดโรงพิมพ์บัตรเลือกตั้งทำให้บัตรเลือกตั้งเกิดความเสียหาย
โดยนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้รวบรวมข้อเท็จจริงในการที่กลุ่มของนายสุเทพและพวก กระทำการที่เข้าข่ายการขัดขวางการเลือกตั้ง ตั้งแต่การที่เปิดให้มีการรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต โดยเฉพาะในกทม.และจังหวัดภาคใต้ และล่าสุดที่ได้มีการขัดขวางการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยทำให้การเลือกตั้งมีปัญหา ทำให้มีผู้ไม่สามารถไปใช้สิทธิลงคะแนนได้เนื่องจากมีการปิดหน่วยเลือกตั้งในบางพื้นที่ ดังนั้นจึงขอให้กกต.เร่งดำเนินคดีเอาผิดนายสุเทพกับพวกโดยเร็ว เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้กลุ่มของนายสุเทพไปขัดขวางการลงคะแนนของผู้ที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ารอบ 2 ในวันที่ 23 ก.พ. นี้ รวมทั้งการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ของหน่วยที่ไม่สามารถเปิดให้ลงคะแนนได้ในวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา
"ขอให้กกต.เร่งดำเนินการ หากไม่ทำถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเหตุกาณ์ที่มีการกระทำขัดขวางการเลือกตั้งได้ทำอย่างต่อเนื่องมาร่วมเดือน แต่กกต. ก็ยังไม่ยอมดำเนินการใดๆ ทั้งที่เห็นว่ากลุ่มของนายสุเทพมีอาวุธปืน ดังนั้นหากกกต.ยังไม่ดำเนินการเอาผิด ก็จะยื่นร้องเอาผิด กกต.ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขอให้กกต.เร่งดำเนินการกำหนดวันเลือกลงคะแนนใหม่ภายใน 7 วัน ให้กับผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ในวันที่ 2 ก.พ. โดยเฉพาะ 9 จังหวัดที่ไม่สามารถลงคะแนนได้ทั้งจังหวัดและอีก 9 จังหวัดที่บางหน่วยไม่สามารถลงคะแนนได้ อย่างไรก็ตาม กกต.มีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง อย่าโยนภาระให้รัฐบาลหรือหน่วยงานอื่น"
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 5 ก.พ. นี้ ตนและทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จะยื่นเรื่องต่อประธานกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพบว่าพรรคประชาธิปัตย์มีการกระทำที่ขัดต่อพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองและมีลักษณะเป็นการสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มกปปส. โดยมีการพยายามเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย
ทีมกม.พท.แจง 4 เหตุผล ลต. 2 ก.พ.เป็นโมฆะไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า นายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะว่า ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำเพราะ
1. พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ถ้าไปยื่นให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ผู้เสียหายตัวจริงจะเป็นประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 48 ล้านคน และหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณา ก็เท่ากับว่าพรรคประชาธิปัตย์และศาลรัฐธรรมนูญให้การรับรองการปล้นสิทธิ์เลือกตั้งของประชาชน
2. หน่วยเลือกตั้งที่มีอยู่ 9 หมื่นกว่าหน่วยนั้น สามารถดำเนินการเลือกตั้งได้ 89.2% แม้ว่าในทางกฎหมายการเลือกตั้งจะยังไม่สมบูรณ์ แต่ต้องดูด้วยว่าเกิดจากสาเหตุใด นั่นก็คือมีการขัดขวางเลือกตั้งเป็นขบวนการ หรืออาจเป็นเพราะความย่อหย่อนของกกต.และกรรมการประจำหน่วย ดังนั้นจะฟ้องว่าเป็นโมฆะไม่ได้
3. การเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีปัญหาต้องเลือกซ้ำอีกครั้งนั้น เป็นความบกพร่องของกกต.เอง ไม่ได้เป็นสาเหตุให้การเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะ
4. อำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะยื่นเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้นั้น ทำได้เพียงเรื่องเดียวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1) คือ บทบัญญัติกฎหมายใดที่มีปัญหาเกี่ยวข้องกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เข้าข่าย
โวคะแนนผู้สมัคร ส.ส.พท. ภาคเหนือเพิ่มขึ้น
นางลดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สำหรับผลการเลือกตั้งส.ส.ในภาคเหนืออย่างไม่เป็นทางการนั้น ทราบว่าแต่ละเขตได้คะแนนเท่าเดิม ขณะที่บางเขตก็ได้คะแนนเพิ่มมากขึ้น ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนภาคเหนือสนใจและใส่ใจเรื่องการเมือง ต้องการแสดงพลังว่าอยู่ข้างฝ่ายประชาธิปไตย ไม่เอาอำนาจนอกระบบ ยืนยันว่า พี่น้องชาวเหนือยังให้การสนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนเหนือเหมือนกัน ขอให้นายกรัฐมนตรีอย่าท้อถอย อย่าท้อแท้ เดินหน้าปฏิรูปการเมืองโดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และที่สำคัญคือ ต้องมีกฎหมายรองรับให้ถูกต้อง



