
'เฉลิม'เตรียมเรียก'จนท.กทม.'สอบ
'เฉลิม' เตรียมเรียก 'จนท.กทม.' สอบ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ซัด 'เทือก' อ้างคนใช้สิทธิ์น้อย เพราะเอาบัตรเลือกตั้งไปเก็บ เชียร์ 'ยิ่งลักษณ์' เป็นนายกฯต่อ
3 ก.พ.57 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงหน่วยเลือกตั้งที่ยังไม่สามารถลงคะแนนได้ว่า หากยังเลือกตั้งไม่ครบ 95 เปอร์เซ็นต์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยังไม่ประกาศผล และเปิดประชุมสภาไม่ได้ ซึ่งตามมาตรา 78 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.เเละที่มาของส.ว. จะต้องให้กกต.จัดวันลงคะแนนใหม่ให้ครบตามจำนวน โดยกำหนดเวลาไว้ 180 วันนับจากวันที่ 3 ก.พ.เป็นต้นไป
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว่วา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กทม.หลายคนมาเล่าให้ตนฟังว่า บางคนมีพฤติกรรมฉ้อฉล และมีเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นจะมีหนังสือเรียกมาสอบ หากข้าราชการ ระดับ 10 จะส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ข้าราชการระดับ 9 ลงมาจะส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จะดำเนินคดีให้หมดทุกคน นอกจากนี้การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ระบุว่าคนไม่มาใช้สิทธิหรือใช้สิทธิน้อยนั้น เหตุผลเพราะมีการนำบัตรเลือกตั้งไปเก็บ โดยมีผู้ชุมนุมที่หน้าไปรษณีย์อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รวมทั้งจ.ชุมพร เตรียมติดคุก เพราะขัดขวางการเลือกตั้ง หากกกต.คิดว่าศรส.จะอำนวยความสะดวกได้ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องบางเขตที่มีการปิดกั้นก่อน ถ้ากกต.ขอมาตนจะนำกำลังตำรวจไปไว้ล่วงหน้า 7 วัน จากนี้ต่อไปจะใช้กฎหมายเข้มงวด ตอนนี้เรารู้เรื่องข้อบกพร่องหมดแล้ว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ส่วนการเปิดพื้นที่ราชการ ตนรอหลังวันที่ 2 ก.พ. ให้มีการเลือกตั้งเสร็จ รวมทั้งรอหมายจับตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินในวันที่ 5 ก.พ.ก่อน โดยในวันที่ 6 ก.พ.จะมีการขอเปิดพื้นที่ราชการ ต้องเปิดให้ได้ หากใครขวางต้องจับกุม ซึ่งการขอเปิดพื้นที่จะดูว่าพื้นใดสามารถเปิดได้ก่อน ขณะที่เรื่องท่อน้ำเลี้ยงที่สนุบสนุนการชุมนุมกปปส.ขณะนี้เบาลง บางบริษัทหยุดไม่ให้แล้ว กปปส.เหลิงเพราะมีแบ็กเลยทำเกินธง แต่ขอไม่บอกว่าเป็นใคร วันหนึ่งตนจะบอก
ผอ.ศรส. กล่าวว่า ส่วนการที่กลุ่มกปปส.ยุบเวทีที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และห้าแยกลาดพร้าว ในวันนี้ จะส่งผลดีต่อศรส. เพราะจะทำให้เหตุเกิดน้อยลง หากมีคนโยนระเบิดขึ้นมาก็จะโทษตำรวจอีก ส่วนการที่นายสุเทพจะนำมวลชนไปปิดหน้าบ้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ และตนนั้น ไม่เป็นไร เป็นการพูดแก้เหงา
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนยังยืนในตัวเลขที่ประเมินไว้ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส. 265-280 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 20 ที่นั่ง พรรคชาติพัฒนา 7 พรรคชาติไทยพัฒนา 27-29 ที่นั่ง พรรครักประเทศไทย ยังหาไม่พบ ส่วนกรณีมีจำนวนผู้ใช้สิทธิ์น้อย นั้นเนื่องจากบัตรประชาชนถูกเก็บไว้ และมีจำนวนเสียงโหวตโนนั้น มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวถามว่าสามารถมองเห็นอนาคตผู้ที่จะเป็นนายกฯคนใหม่ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “ใครก็ได้แต่ไม่ใช่ผม” เมื่อถามต่อว่าเหตุใดจึงไม่ระบุว่าเป็นน.ส.ยิ่งลักษณ์ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “นายกฯ ท่านรำคาญพวกประท้วงด่าท่านทุกคืน หยาบๆคายๆ ไม่มีมารยาท”
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ไม่คิดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะถอดใจ และขอเชียร์น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ คนต่อไป ถ้าตนพูดเร็ว นายสุเทพ ก็ด่าว่ากลัวตกขบวน แต่ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เป็นก็คือไม่ได้เป็น ตนเชียร์น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตั้งแต่รอบที่แล้วเพราะเหมาะสม แต่กลัวน.ส.ยิ่งลักษณ์รำคาญ และตนพร้อมที่จะเป็นรัฐมนตรีอีก เพราะตอนนี้ยังฟิต
'เฉลิม' ร่วม 'ปส.' แถลงจับยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด เงินสดอีก 3 ล้านบาท
ร.ต.อ.เฉลิมอยู่ บํารุง ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด พร้อมด้วยพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษาบช.ปส. พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.พงศพัศพงษ์ เจริญรองผบ.ตร ในฐานะเลขาธิการ ปปส. และพล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด 2 คดี
คดีแรกจับกุมนายสุวิทย์ แสงเพชรไพบูลย์อายุ 24 ปี ชาวจ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) จํานวน 1,200,000 เม็ด กระสอบปุ๋ย 4 กระสอบ ลังพลาสติกสําหรับบรรจุผลไม้ 2 ลัง รถกระบะ ยี่ห้อโต โยต้า สีเทา ทะเบียน บพ-3681 ลําพูน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจับกุมได้เมื่อวันที่1 ก.พ. เมื่อเวลา 5.00 น. บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ริมถนนสามามัคคีไทย ต.ใน เมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์
พล.ต.ท.สุรพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ทราบ จากแหล่งข่าวว่า ระหว่างวันที่31 ม.ค.ถึง 1 ก.พ. จะมีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจึงได้ทําการจัดวาง กําลังตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้ในการขนยาเสพติด จนกระทั้งวันที่ 1 ก.พ. เจ้าหน้าที่จึงได้ทําการจับกุมรถกระบะต้องสงสัยคันดังกล่าว โดยผู้ต้องหารายนี้เป็น เครือข่ายกลุ่มขบวนการลักลอบลําเลียงยาเสพติดให้ กับนายทุนชาวลาว ข้ามชายแดนไทย-ลาวมาทางฝั่ งอําเภอบ้านแพง จังหวัดบึงกาฬ มุ่งหน้าจังหวัดเพชรบูรณ์ จนกระทั่งมาถูกจับกุมบริเวณหน้าร้าน สะดวกซื้อแห่งหนึ่ง
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับ การว่าจ้างจากนายทุนลาวเป็นเงิน. 100,000 บาท ให้ ลําเลียงยาเสพติดจํานวนดังกล่าวจากอําเภอบ้านแพง จังหวัดบึงกาฬ ไปส่งมอบให้กลุ่มผู้ค้าอีกทอดหนึ่งที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายโดยไม่ ได้รับอนุญาต จากนั้นจะควบคุมผู้ต้องเพื่อไปดําเนินคดี และขยายผลต่อไป
คดีที่2 จับกุมนายพิมาย เวียงบรรพรรต อายุ 42 ปี และนายอภิวุฒิ เวียงบรรพรรต อายุ 32 ปี ทั้งคู่เป็นชาวจ.เชียงราย โดยจับกุมได้พร้อมของกลางเงินสดจํานวน 2,390,000 บาท รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้สีเขียว ทะเบียน บย-6805 เชียงราย รถกระบะ ยี่ห้อทาทา สีเทา ทะเบียน ผล 520 เชียงใหม่ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยจับกุมได้เมื่อวันที่ 2 ก.พ. เวลา 11.00 น.
พล.ต.ท.สุรพล กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลว่ามีผู้ลำเลียงยาเสพติดจะนําเงิน มาส่งให้กลุ่มผู้ค้ายา ที่ต. สันสลี อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย จึงวางกําลังสังเกตุ ความ เคลื่อนไหว จากนั้นจึงได้ทําการจับกุม2 พี่น้องเครือ ข่ายยาเสพติดขณะจะนําเงินค่ายาเสพติดไปส่งให้ กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดโดยเจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินสด ของกลางได้กว่า 2 ล้าน3 แสนบาท พร้อมแจ้งข้อหา ร่วมกันฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการจําหน่ายยาเสพติด และควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อขยาย ผลและดําเนินคดีต่อไป



