
'สมชัย'เคลียร์ใจ'เฉลิม'จับมือร่วมทำงาน
'สมชัย' เคลียร์ใจ 'เฉลิม' เชื่ออนาคตทำงานร่วมกันราบรื่น ท้าคนกล่าวหาทำหน้าที่จัดลต.ไม่เต็มที่ให้มาทำแทน ขณะที่ 'ประพันธ์' ชี้ปมลต.เป็นปัญหาตีความกม.
3 ก.พ. 57 เมื่อเวลา 10.00 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยก่อนการประชุม กกต.ว่า ในวันนี้ตนจะเรียนต่อ กกต.ว่า เนื่องจากการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จในเชิงประสิทธิผลเนื่องจากมีหน่วยเลือกตั้งจำนวนมากกว่า 1 หมื่นหน่วยที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ดังนั้นจะขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการขอเปลี่ยนตำแหน่งไม่ทำหน้าที่บริหารจัดการเลือกตั้ง โดยให้ กกต.ท่านอื่นมาทำหน้าที่แทน ซึ่งไม่ใช่การโยนภาระ และไม่ได้ถูกกดดัน ส่วน กกต. 5 คนจะคิดอย่างไรนั้นคงต้องรอฟังมติในตอนเที่ยงวันนี้
นายสมชัย กล่าวต่อว่า ภาพรวมของการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาตนพอใจที่มีความสงบเรียบร้อย เพราะสิ่งที่หลายฝ่ายประเมินก่อนการเลือกตั้งว่าจะรุนแรงนำไปสู่การจลาจล สูญเสีย แต่เหตุการณ์ต่างๆ ไม่เกิดขึ้น เพราะเหตุการณ์สงบเรียบร้อย คงเป็นเพราะทุกฝ่ายในสังคมตระหนักหากเกิดความรุนแรงและสูญเสีย ถือว่าประสบความสำเร็จในมุมมองด้านความสงบเรียบร้อย แต่ในมุมของผลสำเร็จในการจัดการเลือกตั้ง คิดว่ายังทำได้ไม่ดี เพราะยังมีการจัดการเลือกตั้งไม่ได้กว่า 1 หมื่นหน่วยหรือกว่า 10%
"สำหรับประสิทธิภาพเรื่องการใช้จ่ายเงิน ถือว่าการเลือกตั้งใช้จ่ายสูง ต้นทุนต่างๆ เกิดขึ้นแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ บัตรเลือกตั้งพิมพ์ไปแล้วต้องทำลายทิ้งไม่สามารถนำไปใช้ได้อีก วัสดุอุปกรณ์สูญเสีย สูญหายจำนวนมาก ดังนั้นผมถือว่าประสบความสำเร็จเรื่องเดียวคือช่วยให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ไม่ได้ทำให้เกิดความสูญเสีย"
นายสมชัย กล่าวว่า ประมาณการณ์เบื้องต้นมีคนมาใช้สิทธิเลือกตั้งประมาณ 50% แต่ไม่สามารถบอกจำนวนบัตรดี บัตรเสีย ได้ สำหรับตัวเลขผู้มาใช้สิทธิที่ชัดเจนต้องรอจากเลขาธิการ กกต. ถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ เมื่อถามถึงการกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในหน่วยที่สั่งงดลงคะแนน นายสมชัย กล่าวว่า มีประเด็นจากฝ่ายการเมืองต้องการให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 7 วัน กกต.เข้าใจความประสงค์ที่อยากกลับมาเป็นรัฐบาลโดยเร็ว ทำให้ฐานะการเป็นรัฐบาลรักษาการสิ้นสุดลง กลายเป็นรัฐบาลตัวจริง แต่ กกต.ไม่สามารถตอบสนองความต้องการฝ่ายการเมืองได้ เพราะ กกต.ต้องดูหลักกฎหมายที่มีอยู่และตัดสินใจภายใต้หลักของกฎหมาย สิ่งที่จะหารือในวันนี้คือโจทย์การเลือกตั้งที่ค้างอยู่ ทั้ง 16 เขตที่มีผู้สมัครรายเดียว 28 เขตไม่มีผู้สมัคร 1 หมื่นกว่าหน่วยไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ และการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตที่เสียไป 83 เขต ดังนั้นคงไม่ใช่ภายใน 7 วัน โจทย์ใหญ่ที่ฝ่ายการเมืองต้องตอบ กกต.คือเหตุการณ์ไม่สงบต่างๆ เหตุการณ์ความขัดแย้งต่างๆ จะสิ้นสุดลงเมื่อใด ถ้าสิ้นสุดลงเมื่อใด กกต.จะจัดการเลือกตั้งหลังจากนั้น 7 วัน
"ตอนนี้กรอบเวลาคงเป็นไปไม่ได้เกือบทุกกรอบ เอาง่ายๆ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 125 คนจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เพราะตอนนี้การเลือกตั้งขาดไป 1 หมื่นกว่าหน่วย คงเห็นชัดๆ ว่า กกต.ที่เก่งกล้าสามารถคงมาดำเนินการไม่ได้เหมือนกัน ส่วนการเลือกตั้งโมฆะผมคงไม่ขอพูดถึง เราก็ไม่อยากให้เกิดส่วนนั้น เพราะเสียค่าใช้จ่ายไปแล้วก็อยากให้การเลือกตั้งสำเร็จ แต่จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อการเมืองนิ่ง ฝ่ายการเมืองไปแก้ไขปัญหาการเมือง ไม่ใช่ให้เกิดอย่างที่เป็นอยู่ และความขัดแย้งยังอยู่ในสังคม ฝ่ายการเมืองต้องช่วยเรา พูดคุยกัน ตกลงกันให้ได้ ถ้าพูดคุยกันไม่ได้ เราจะจัดการเลือกตั้งกี่ครั้งก็แล้วแต่ไม่มีทางสำเร็จ สิ้นเปลืองงบประมาณไปเรื่อยๆ การจัด 1 ครั้ง 1 เขตงบประมาณ 10 ล้านบาท ถ้าจัดแล้วล้มอีกจะเป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองไปเปล่าๆ ดังนั้นคุยกันให้จบให้นิ่งแล้วค่อยมาบอก กกต. เราจะจัดให้หลังจากนั้น จึงขออภัยประชาชนบางครั้งหลายต่อหลายเรื่องคงไม่สามารถทำให้ได้ดังใจ"
นายสมชัย กล่าวด้วยว่า ในช่วงบ่ายวันนี้จะเดินทางไปพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เพื่อไปฟังรายงานเหตุการณ์ไม่สงบในรอบวันที่ผ่านมามีอะไรบ้าง และคงไปทำความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของ ศรส.ว่ามีเส้นแบ่งที่เหมาะสมอย่างไร น่าจะเกี่ยวข้องกับหนังสือที่ ร.ต.อ.เฉลิม ทำมาถึงประธาน กกต.เพราะ ศรส.ไม่รู้เส้นแบ่งหน้าที่ที่เหมาะสมดังนั้นคงต้องพูดคุยว่าหน้าที่ กกต.มีอะไร บรรยากาศคงเป็นมิตรไม่มีอะไร
มติกกต.ให้ 'สมชัย' ดูงานด้านเลือกตั้งตามเดิม
เมื่อเวลา 13.00 น. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่า ผอ.การเลือกตั้งประจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศได้รายงานตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการทางโทรศัพท์และทางโทรสารถึงจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 44,649,742 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 20,468,646 คน คิดเป็น 45.84% โดยตัวเลขที่รายงานในครั้งนี้ไม่ได้นำ 9 จังหวัดในภาคใต้ที่งดการลงคะแนนทั้งจังหวัดมารวมด้วย แต่ถ้าจังหวัดใดมีคนมาลงคะแนนก็นำมาคิดด้วย เช่น ที่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,153,060 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 1,292 คน สำหรับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดคือ จ.ลำพูน มีผู้มาใช้สิทธิ 72.80% อันดับ 2 จ.หนองบัวลำภู 72.50% อันดับ 3 จ.บึงกาฬ 70%
นายภุชงค์ กล่าวว่า ในที่ประชุม กกต.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ได้เรียนต่อที่ประชุมว่าจะรับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้งโดยยินดีสลับสับเปลี่ยนการทำหน้าที่กับ กกต.ท่านอื่น แต่ประธาน กกต.และ กกต.ทั้งหมดพิจารณาแล้วเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของนายสมชัยถูกต้องสมบูรณ์ดีแล้วก็ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
'สมชัย' ประชุมร่วม 'ศรส.' แจงไม่ได้มาหาเรื่อง
เมื่อเวลา 13.00 น. นายสมชัย ได้เดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจปราบยาเสพติด ซึ่งเป็นที่ทำงานของ ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เพื่อเข้าประชุมร่วมกับคณะทำงานศรส.ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน เป็น ผอ.ศรส. โดยนายสมชัย กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนเข้าประชุมว่า เป็นการทำความเข้าใจในการทำงานร่วมกันในอนาคต เพื่อให้ประสบความสำเร็จ เราอยากจะให้การทำงานร่วมกันเป็นไปด้วยความราบรื่น ซึ่ง ศรส.ก็เป็นหน่วยงานราชการหนึ่งที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจ การช่วยกันทำงานให้สำเร็จแต่ละฝ่ายต้องรู้ว่ามีเส้นแบ่งที่เหมาะสมอย่างไร โดยวันนี้เราไม่ได้มาหาเรื่อง แต่มาเพื่อทำความเข้าใจในบทบาทซึ่งกันและกัน เพื่อให้มีการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น และเชื่อว่าบรรยากาศการพูดคุยในวันนี้จะเป็นไปด้วยความเป็นมิตร
นายสมชัย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมกกต.มีมติเห็นชอบให้ทำงานหน้าที่ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้งตามเดิม ว่า ตนทำงานอย่างไร ก็จะทำตามเดิมไม่มีการเปลี่ยน โดยการยึดหลักของกฎหมาย และทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ เพื่อให้การเลือกตั้งประสบความสำเร็จ และส่งผลดีกับประเทศชาติ โดยนอกจากการประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งแล้วต้องส่งผลดีในเรื่องความสงบเรียบร้อย และผลที่ดีทางการเมืองต้องออกมาด้วย
'สมชัย' เคลียร์ใจ 'เฉลิม' จับมือร่วมทำงาน
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสมชัย ได้มาร่วมประชุมกับศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส.เป็นประธาน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้การประชุมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อมาเวลา 14.00 น. มีการแถลงผลการประชุมร่วมกัน โดย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า มีการพูดคุยแสดงความคิดเห็น โดยนายสมชัย ได้เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์การจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อศรส.และจะนำไปปฏิบัติ ส่วนเรื่องการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป ศรส.จะไม่กดดัน และให้เป็นดุลยพินิจของกกต.โดยศรส.ยินดีสนับสนุนสิ่งที่ร้องขอ
ขณะที่นายสมชัย กล่าวว่า การมาพบ ศรส.เพื่อทำความเข้าใจแนวทางการทำงานร่วมกัน หน้าที่กกต.ต้องจัดการเลือกตั้ง เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ส่วนศรส.จะมีบทบาทในการสนับสนุนอำนวยการให้เกิดความสงบเรียบร้อยต่อการจัดการเลือกตั้ง ศรส.จะมีกลไกที่จะช่วยสนับสนุนการทำงาน ทั้งนี้ มีการพูดถึงปัญหาในอดีต บางครั้งขาดการประสานงานโดยตรงระหว่างกกต.กับศรส.หลายครั้งเป็นการนำเสนอผ่านสื่อ ทำให้เกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน เมื่อพูดคุยกันแล้วเชื่อว่าการทำงานร่วมในอนาคตจะราบรื่น การประสานงานผ่านสื่อคงไม่เกิดขึ้นอีก
"ผมชมเชยศรส.รัฐบาล ทหาร ตำรวจที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงาน ทำให้การจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย จากนี้ศรส.จะมีหนังสืออย่างเป็นทางการถึงกกต.ในเชิงให้ทำนู่นทำนี่จะไม่เกิดขึ้น แต่จะเป็นการประสานปรึกษาหารือกัน ไม่เช่นนั้นจะทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดว่ากกต.ไม่สามารถทำงานอย่างเป็นอิสระได้ ประเด็นนี้สำคัญที่สุด ถ้าหากว่าสังคมเข้าใจว่ากกต.อยู่ภายใต้การสั่งการของศรส. ถ้าสังคมหรือสังคมโลกเข้าใจแบบนี้จะเป็นความเสียหายต่อประเทศไทย และการเลือกตั้งของไทยว่าไม่เป็นการเลือกตั้งโดยอิสระ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้มีการพูดคุยกันในเวลาสั้น แต่เข้าใจซึ่งกันและกันแล้ว ผมดีใจที่ผอ.ศรส.เข้าใจปัญหาต่างๆ ของเรา และท่านรับปากว่าจากนี้ไปจะคุยกันให้มากขึ้น"
นายสมชัย กล่าวต่อว่า ประโยคที่ออกจากปากนักการเมืองที่ระบุว่าให้กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้เสร็จภายใน 7 วันไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก เพราะเป็นเรื่องกกต.ที่จะตัดสินใจในการดำเนินการเอง ยืนยันกกต.จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาด้วยความเป็นกลางและทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดผลสำเร็จของการเลือกตั้งภายใต้กรอบกฎหมาย ขณะเดียวกันฝ่ายการเมืองต้องมีส่วนด้วย ทำให้สถานการณ์การเมืองเย็นลงกว่านี้ เพื่อผ่อนคลายความขัดแย้งให้ลดน้อยลง การจัดการเลือกตั้งจะประสบผลสำเร็จเพราะไม่ต้องการให้รัฐบาลรักษาการอยู่นานเกินไป ซึ่งไม่สามารถทำอะไรที่ก่อให้เกิดการพัฒนาบ้านเมือง
"สำหรับการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไปมี 5 ส่วนสำคัญ 1. ใน 16 เขต มีผู้สมัครรายเดียว 2. ใน 28 เขต ไม่มีผู้สมัครเลย 3. การเลือกตั้งล่วงหน้าที่เสียไปวันที่ 26 ก.พ. 4. ใน 39 เขต ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ทั้งเขต และ 5. ใน 32 เขต เลือกได้เพียงแค่บางส่วน ประเด็นเหล่านี้กกต.ต้องนำไปคิดอย่างรอบคอบทั้งข้อกฎหมายและทางธุรการเพื่อไม่ให้กกต.เป็นฝ่ายทำผิดกฎหมายเสียเอง เพราะอาจนำไปสู่การฟ้องร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากกต.จะประชุมกันในวันที่ 6 ก.พ.เพื่อลงมติวันจัดการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีปัญหาจะมีคำตอบให้สังคม แต่ไม่ใช่ 7 วันอย่างที่นักการเมืองบางท่านต้องการ"
ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมวิจารณ์กกต.จัดการเลือกตั้งไม่เต็มที่ นายสมชัย กล่าวว่า เราใช้ความพยายามจัดการเลือกตั้งมากที่สุด มากทุกครั้งที่เคยทำมาในอดีตไม่ใช่ความพยายามแค่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ 200 - 300 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ และขอให้ถามกรรมการท่านอื่นด้วยว่าเหนื่อยยากแค่ไหน กรรมการหาไม่รู้กี่รอบ และเขาก็เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย อยู่บ้านพักอาศัยไม่ได้ถูกข่มขู่คุกคาม ต้องย้ายที่ทำงาน สิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจจะไม่เป็นธรรมว่ากกต.เลือกตั้งทำงานไม่เต็มที่ ถ้ามีใครอาสามาทำตนเชิญ มาช่วยคิดหรือแม้กระทั่งคนที่มีประสบการณ์จัดการการเลือกตั้งในอดีต ถ้าคิดว่ารู้เรื่องดี มาช่วยคิด ตนยินดี เพราะบางทีไม่รู้หรอกว่าในสถานการณ์จริงมีความยากลำบากในการจัดการเลือกตั้งเพียงใด และมองว่าการจัดการเลือกตั้งคราวนี้เป็นการจัดการจัดการเลือกตั้งครั้งที่ยากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จ วันนี้กกต.ทำได้ระดับหนึ่ง และตนเองก็พร้อมย้ายหน้าที่ที่ไม่ใช่การบริหารจัดการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนจบการแถลงข่าว ร.ต.อ.เฉลิม ได้ขอให้ทุกคนที่อยู่ในห้องปรบมือให้กำลังใจนายสมชัย และขออย่าเปลี่ยนหน้าที่เพราะตอนนี้รู้วิธี รู้ทางหนีทีไล่ รู้บกพร่อง ซึ่งบรรยากาศหารือเป็นไปด้วยดี บรรยากาศเป็นมิตร จากนั้นทั้งสองคนได้จับมือกันให้สื่อถ่ายภาพ
'กกต.' เล็งเลือกตั้ง ส.ว. 30 มี.ค. เปิดรับสมัคร 4-8 มี.ค.
นายภุชงค์ กล่าวว่า ได้เตรียมการเลือกตั้ง ส.ว.ทั่วประเทศเอาไว้แล้ว คาดว่าจะจัดการเลือกตั้งได้ในวันอาทิตย์ที่ 30 มี.ค. โดยน่าจะเปิดรับสมัครได้ในวันที่ 4-8 มี.ค. ส่วนงบประมาณนั้นคาดว่าจะใช้กว่า 3,000 ล้านบาท
ด้านนายสมศักดิ์ สุริยมงคล รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า คาดว่าจะนำเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ว.ให้ กกต.พิจารณา ได้ในวันพฤหัสฯที่ 6 ก.พ.นี้ โดยการเลือกตั้ง ส.ว.จะใช้งบประมาณน้อยกว่า ส.ส.เนื่องจากพิมพ์บัตรเลือกตั้งน้อยกว่าประมาณ 20%
ระบุ ลต. 2 ก.พ.ไม่มีร้องทุจริต
เมื่อเวลา 15.00 น. นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต. ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวว่า ในการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ. ไม่มีการร้องเรียนเรื่องการทุจริต การซื้อเสียง แต่พบว่า ที่มีการร้องใน 8 จังหวัด เป็นการร้องว่าผู้สมัครพรรคการเมืองหาเสียงเกินจริง ติดป้ายโฆษณาหาเสียงไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในคะแนนนิยม ใช้เจ้าหน้าที่ของรัฐในการช่วยเหลือผู้สมัครหาเสียง ซึ่งทาง กกต.จว. ก็จะได้เร่งสืบสวนสอบสวน ส่วนกรณีการขัดขวางการเลือกตั้ง ทาง กกต.กลาง ก็ได้ให้นโยบายลงไปในพื้นที่ว่า ขอให้ กกต.เขต แจ้งความร้องทุกข์เอาผิด เพราะเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งอีกหลายครั้ง หากไม่ดำเนินการก็จะเป็นตัวอย่างให้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นอีก
นายบุญส่ง กล่าวอีกว่า ก่อนการเลือกตั้ง กกต. ได้มีการพิจารณาคำร้องกรณีมีผู้ร้องนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่บางคน ที่ร่วมคณะกับนายกฯ ไปตรวจราชการในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ว่า ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อช่วยในการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ โดยกรณีดังกล่าวมีการร้อง 3 สำนวน ซึ่ง กกต. สั่งให้รวมเป็นสำนวนเดียวและตั้งคณะกรรมการไต่สวนชุดใหญ่ขึ้นตรวจสอบ โดยขณะนี้ได้มีการสอบผู้ร้องไปแล้ว 10 ราย ซึ่งตนก็พยายามที่จะเร่งรัดให้มีการดำเนินการโดยเร็ว
นายบุญส่ง กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการร้องนายกรัฐมนตรี คณะรีฐมนตรี และอดีตสมาชิกรัฐสภา กรณีการออกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มิชอบด้วยกฎหมาย โดยเป็นการร้องหลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การออกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างคณะกรรมการไต่สวนสอบสวน หากพบว่ามีมูล กกต.ก็ต้องส่งเรื่องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภา เพื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ส.ว. และรัฐมนตรี สิ้นสุดลง
'อดีตกกต.' ชี้ปมลต.เป็นปัญหาตีความกม.
นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 97.0 เมกกะเฮิรทซ์ ถึงปัญหาในการจัดการเลือกตั้งที่ไม่สามารถเปิดหน่วยเลือกตั้งได้ครบ 100% ทั่วประเทศในวันเลือกตั้งทั่วไป 2 ก.พ.ว่า ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 78 ระบุว่า กรณีที่หน่วยเลือกตั้งใดไม่สามารถลงคะแนนได้ กกต.เขตจะต้องรายงาน กกต.ใหญ่ ซึ่ง กกต.ก็จะกำหนดวันลงคะแนนใหม่ในหน่วยนั้นได้ ซึ่งเป็นการดำเนินการตาม มาตรา 8 เเห่ง พ.ร.บ.ฉบับเดียวกัน ที่ให้ดำเนินการภายใน 7 วันทำการ แต่หากยังมีเหตุ กกต.ก็สามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสม
"แต่หากยังดำเนินการไม่ได้ ยังติดขัดเรื่องปัญหาธุระการก็กำหนดตามความเหมาะสม ก็กำหนดวันที่ 23 ก.พ. หรือวันอื่นแล้วแต่กกต."
ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้านั้น นายประพันธ์ กล่าวว่า ในกฎหมายไม่ได้ใช้คำว่าเลือกตั้งล่วงหน้า แต่หน่วยเลือกตั้งที่ให้มีการลงคะแนนในวันที่ 26 ม.ค.ก็ถือเป็นหน่วยเลือกตั้งกลาง เมื่อเกิดเหตุในหน่วยก็สามารถเวลาตามความเหมาะสม ซึ่ง กกต.จะพิจารณาตาม มาตรา 78 เช่นกัน
เมื่อถามถึงกรอบการใช้ดุลพินิจของ กกต.ที่จะใช้คำว่าเพื่อความเหมาะสม สามารถอ้างเหตุการเมืองยุ่งเหยิงอยู่ได้หรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า เหตุที่มีการงดลงคะแนนในหน่วยก็ต้องเป็นไปตามที่บัญญัติในกฎหมาย คือ มีเหตุอุทกภัย จลาจล เหตุจำเป็น ก็ต้องดูว่าเหตุจำเป็นนั้นเกิดจากอะไร เช่น กรรมการประจำหน่วยไม่มา พิมพ์บัตรหรือส่งบัตรเลือกตั้งไม่ทัน มีการขัดขวางเลือกตั้ง ก็ดูว่าเหตุอยู่นานขนาดไหน แต่ก็ไม่ควรใช้เวลานานมาก ไม่ใช่ว่าเลื่อนออกไป 2-3 เดือนคงไม่ได้ แต่ทั้งนี้หากยังมีมวลชนคัดค้านยังล้อมหน่วยกันอยู่ก็ทำไม่ได้ ต้องดูว่าให้สถานการณ์เบาบางลงไปหน่อยจะได้หรือไม่
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า ในมาตรา 93 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งระบุว่า จะต้องพยายามหา ส.ส.ให้ได้ครบภายในเวลา 180 วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้งทั่วไป เพราะประชาชนจะต้องมี ส.ส. ส่วนว่าหากไม่ทัน 180 วัน ก็เป็นปัญหาของกฎหมายที่ต้องมีการตีความ แต่ทั้งนี้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญจะต้องมีส.ส.ให้ประชาชน แม้จะเกิน 180 วัน เพราะจัดเลือกตั้งไม่ได้จริงๆ ก็ต้องมีการเลือกตั้งต่อ
"ในความเห็นผมศาลรัฐธรรมนูญก็ยังตีความวันเลือกตั้ง ตามมาตรา 108 ระหว่าง 45-60 วัน ก็ตีความว่าไม่ได้กำหนดเด็ดขาด หากมีเหตุจำเป็นก็กำหนดเป็นวันอื่นได้ เช่นเดียวกันกับกรณี 180 วัน ก็อาจจะอย่างนั้น ดังนั้นในความเห็นของผมจากการตีความของศาลรัฐธรรมนูญก็น่าจะเป็นไปได้"
เมื่อถามถึงปัญหาที่ 28 เขตเลือกตั้งไม่มีผู้สมัคร มีทางออกอย่างไรได้บ้าง นายประพันธ์ กล่าวว่า ตรงนี้ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่มีการมองจากบางฝ่ายว่า28เขตนี้น่าจะออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้เฉพาะ 28 เขตนี้ ซึ่งประเด็นนี้รัฐบาลและกกต.คงต้องหารือกัน แต่เห็นว่ามีนักกฎหมายของรัฐบาลออกมาพูดแล้วว่าพระราชกฤษฎีกามีฉบับเดียวคือฉบับที่ให้มีการยุบสภาแล้วให้มีการเลือกตั้งจึงออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ไม่ได้ แต่ทางกกต.ก็ยืนยันว่าน่าจะออกใหม่ ก็เถียงกัน ซึ่งเป็นเรื่องของการตีความข้อกฎหมาย ก็มีอีกความเห็นว่าถ้าเช่นนั้นกกต.ก็ประกาศรับสมัครใหม่ และกำหนดวันลงคะแนนใน 28 เขตนี้ไปเลย เพราะกกต.มีอำนาจจัดการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว
"แต่ทั้งหมดเป็นปัญหาการตีความ หากตกลงกันไม่ได้ก็เป็นข้อขัดแย้งกันไปตามมาตรา 214 ที่อาจจะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ นอกเสียจากกกต.ตัดสินทำเองเพราะรัฐบาลไม่ออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ อันนี้กกต.ก็ต้องพิจารณา"
เมื่อถามว่าคิดว่ากรณี 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัครจะไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า ก็ยังไม่ทราบ แต่ถ้ากกต.หารือรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลก็หารือคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้ากฤษฎีกาบอกว่าออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ได้ รัฐบาลก็ออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ก็อาจจะจบเร็ว แต่ถ้าบอกว่าออกใหม่ไม่ได้แล้วแจ้งกกต.แล้วกกต.ไม่เห็นด้วย แล้วกกต.ไม่กล้าออกประกาศใหม่ก็อาจจะอ้างว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กรก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ
เมื่อถามว่าถึงกรณีที่อาจจะเป็นปัญหาที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียวใน 16 เขต ที่ต้อรอผลคะแนนการเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีปัญหา นายประพันธ์ กล่าวว่า การนับคะแนนต้องนับทั้งหมดทุกเขตจึงประกาศผลคนที่จะเป็นส.ส.ได้ ถ้านับคะแนนไม่หมดก็ยังประกาศรับรองผลไม่ได้ ระบบบัญชีรายชื่อก็เช่นเดียวกันเมื่อคะแนนหน่วยไหนยังไม่ส่งเข้ามา
"โดยในส่วนของส.ส.เขตถ้ามีการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดแล้วคะแนนนั้นยังไม่ส่งเข้ามาก็ประกาศชื่อส.ส.เขตไม่ได้เลย"
เมื่อถามว่าส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อก็เช่นเดียวกันใช่หรือไม่ที่แม้ว่ามีเพียงหน่วยเดียวที่มีปัญหาส่งคะแนนไม่ได้ก็ไม่สามารถนับคะแนนทั้งหมดเพื่อเป็นคะแนนของปาร์ตี้ลิสต์พรรคนั้นๆ ได้ใช่หรือไม่ อดีตกกต. กล่าวว่า ใช่ถูกต้อง เพราะส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะต้องนำคะแนนทุกหน่วยมาเป็นฐานในการหารหาค่าเฉลี่ย เมื่อส่งคะแนนมาไม่ครบก็หาค่าเฉลี่ยไม่ได้ ก็ยังประกาศผลไม่ได้
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งมีโอกาสจะเป็นโมฆะได้หรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า อันนี้อยู่ที่การตีความ เพราะคนที่เขาบอกว่าโมฆะเขาอ้างเหตุผลว่า วันเลือกตั้งไม่ได้เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรคือวันที่ 2 ก.พ. เช่น ถ้ามีการกำหนดวันลงคะแนนใหม่ในวันที่ 23 ก.พ. สำหรับคนที่ไม่ได้ลงคะแนนวันที่ 26 ม.ค. เขาก็บอกว่าไม่ได้ และในส่วน 28 เขต ถ้าจะมีการเปิดรับสมัครใหม่แล้วให้ลงคะแนน 30 มีนาคม เขาก็บอกว่ามันไม่ใช่วันที่ 2 ก.พ. ดังนั้นอยู่ที่การตีความข้อกฎหมาย
เมื่อถามว่าความเห็นส่วนตัวคิดว่าเป็นโมฆะได้หรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า คิดว่าวันเลือกตั้งมีวันเดียวคือ 2 ก.พ. ซึ่งเป็นวันกำหนดอายุสภาผู้แทนราษฎรที่จะนับ 4 ปีจากวันนี้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 104 ส่วนวันอื่นคือวันลงคะแนน ซึ่งการลงคะแนนใหม่ตามมาตรา 78 ก็เป็นการลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งนั้นซึ่งไม่ใช่วันเลือกตั้ง แต่อาจจะมีปัญหาที่ 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร หากมีการให้เลือกตั้งใหม่ ก็อาจจะถูกตีความว่าเป็นวันเลือกตั้งอีกวันหนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับการตีความที่ต้องดูตามเหตุผลว่าอันนี้เกิดเหตุเพราะอะไร ซึ่งในส่วน 28 เขต เป็นจุดปัญหาที่มีความล่อแหลมมากที่สุด



